สงครามกระทบ ทำต้นทุนขนส่งทางเรือสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการค้าทั่วโลกอย่างหนัก
การค้าโลกตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาลนับตั้งแต่สงครามอิสราเอล-ฮามาสปะทุขึ้นในเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในทะเลแดง ส่งผลให้อัตราค่าระวางเรือและค่าเบี้ยประกันความเสี่ยงปรับตัวเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ การหลีกเลี่ยงคลองสุเอซด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยและเปลี่ยนเส้นทางไปรอบๆ แหลมกู๊ดโฮปแทน ทำให้ใช้เวลาเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างมาก และส่งผลให้มีการใช้เชื้อเพลิงสูงขึ้นอย่างมาก
Drewry composite World Container Index ดัชนีราคาคอนเทนเนอร์ในเดือน มิ.ย. ราคาค่าระวางคอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต พุ่งขึ้น 233% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
แจน ฮอฟฟ์มันน์ หัวหน้าสาขาโลจิสติกส์การค้าขององค์การการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ระบุว่า การปรับเส้นทางเดินเรือเลี่ยงทะเลแดงอ้อมแอฟริกาต้องใช้เรือจำนวนมากเพื่อรักษาอุปทาน โดยระยะทางเฉลี่ยของการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ในปี 2024 นั้นไกลกว่าในปี 2022 ถึง 9%
ฮอฟฟ์มันน์ อธิบายต่อไปว่า เนื่องจากเรือใช้เวลาอยู่ในทะเลมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีพื้นที่ในการขนส่งมากขึ้น ซี่งหมายความว่าบริษัทขนส่งจะต้องเช่าเหมาลำหรือซื้อเรือเพิ่มและจ้างบุคลากรเพิ่ม และเนื่องจากเรือเหล่านี้ยังไม่มีอยู่ ราคาค่าขนส่งจึงพุ่งสูงขึ้น
ฮอฟฟ์มานน์ ยังชี้ให้เห็นถึงผลกระทบอันไม่พึงประสงค์อีกประการหนึ่งของเส้นทางเดินเรือที่ยาวกว่า นั่นก็คือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การที่เรือต่างๆ เพิ่มความเร็วในเส้นทางสิงคโปร์-รอตเตอร์ดัม นำไปสู่การเพิ่มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 70%
นอกเหนือจากความกังวลด้านความปลอดภัยในตะวันออกกลางแล้ว ฮอฟฟ์มานน์ กล่าวว่า การค้าทั่วโลกโลกยังถูกขัดขวางจากระดับน้ำที่ต่ำในคลองปานามา นั่นหมายความว่าทางน้ำไม่สามารถใช้ได้อย่างเต็มที่ เป็นผลให้ผู้จัดส่งของสหรัฐฯ ต้องบูรณาการสิ่งที่เขาเรียกว่า “สะพานบก” เข้ากับเส้นทางทะเลของตนกับเอเชียตะวันออก ซึ่งหมายความว่าพวกเขาจะต้องขนส่งสินค้าทั่วสหรัฐอเมริกาโดยทางรถไฟหรือทางถนนจากท่าเรือชายฝั่งตะวันตกไปยังท่าเรือชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา
ฮอฟฟ์มานน์ กล่าวต่อไปว่า การขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ล็อตใหญ่ เช่น ข้าวสาลี หรือก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ทั่วสหรัฐอเมริกาเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ในเชิงเศรษฐกิจ ส่งผลให้ผู้จัดส่งไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเส้นทางอ้อมที่ไกลมากและอันตรายรอบๆ แหลมฮอร์น ทางตอนใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้
ขณะที่ทางด้าน ไซมอน แมคอดัม นักวิเคราะห์จาก Capital Economics บริษัทที่ปรึกษาทางการเงินในลอนดอน มองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ในเรื่องระดับน้ำที่ต่ำในคลองปานามา โดยระบุว่า ระดับน้ำในคลองเริ่มฟื้นตัวขึ้นบ้างแล้วในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และปรากฏการณ์สภาพอากาศลานีญาจะคลี่คลายสถานการณ์ต่อไปได้ในเร็วๆ นี้ พร้อมเสริมว่า ระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในคลองปานามาได้เพิ่มการขนส่งสินค้าที่นั่นแล้ว
อย่างไรก็ตาม วิกฤตทะเลแดงที่ยืดเยื้อจะยิ่งดันอัตราค่าระวางเรือให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก “การต่อเรือใช้เวลาหลายปี และ 90% ของตู้คอนเทนเนอร์ใหม่ถูกสร้างขึ้นในประเทศจีน… เราไม่สามารถคาดหวังได้ว่าจะมีจำนวนเรือขนส่งใหม่เพิ่มขึ้นในชั่วข้ามคืน” “วิกฤติในอุตสาหกรรมอาจเลวร้ายลงกว่าเดิม”
ที่มา:
[1] https://www.dw.com/en/rising-shipping-costs-hit-global-trade-hard/a-69586965