โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สงครามกระทบ ทำต้นทุนขนส่งทางเรือสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการค้าทั่วโลกอย่างหนัก

The Structure

อัพเดต 10 ก.ค. 2567 เวลา 19.17 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2567 เวลา 13.00 น. • The Structure

การค้าโลกตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาลนับตั้งแต่สงครามอิสราเอล-ฮามาสปะทุขึ้นในเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในทะเลแดง ส่งผลให้อัตราค่าระวางเรือและค่าเบี้ยประกันความเสี่ยงปรับตัวเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ การหลีกเลี่ยงคลองสุเอซด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยและเปลี่ยนเส้นทางไปรอบๆ แหลมกู๊ดโฮปแทน ทำให้ใช้เวลาเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างมาก และส่งผลให้มีการใช้เชื้อเพลิงสูงขึ้นอย่างมาก

Drewry composite World Container Index ดัชนีราคาคอนเทนเนอร์ในเดือน มิ.ย. ราคาค่าระวางคอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต พุ่งขึ้น 233% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

แจน ฮอฟฟ์มันน์ หัวหน้าสาขาโลจิสติกส์การค้าขององค์การการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ระบุว่า การปรับเส้นทางเดินเรือเลี่ยงทะเลแดงอ้อมแอฟริกาต้องใช้เรือจำนวนมากเพื่อรักษาอุปทาน โดยระยะทางเฉลี่ยของการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ในปี 2024 นั้นไกลกว่าในปี 2022 ถึง 9%

ฮอฟฟ์มันน์ อธิบายต่อไปว่า เนื่องจากเรือใช้เวลาอยู่ในทะเลมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีพื้นที่ในการขนส่งมากขึ้น ซี่งหมายความว่าบริษัทขนส่งจะต้องเช่าเหมาลำหรือซื้อเรือเพิ่มและจ้างบุคลากรเพิ่ม และเนื่องจากเรือเหล่านี้ยังไม่มีอยู่ ราคาค่าขนส่งจึงพุ่งสูงขึ้น

ฮอฟฟ์มานน์ ยังชี้ให้เห็นถึงผลกระทบอันไม่พึงประสงค์อีกประการหนึ่งของเส้นทางเดินเรือที่ยาวกว่า นั่นก็คือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การที่เรือต่างๆ เพิ่มความเร็วในเส้นทางสิงคโปร์-รอตเตอร์ดัม นำไปสู่การเพิ่มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 70%

นอกเหนือจากความกังวลด้านความปลอดภัยในตะวันออกกลางแล้ว ฮอฟฟ์มานน์ กล่าวว่า การค้าทั่วโลกโลกยังถูกขัดขวางจากระดับน้ำที่ต่ำในคลองปานามา นั่นหมายความว่าทางน้ำไม่สามารถใช้ได้อย่างเต็มที่ เป็นผลให้ผู้จัดส่งของสหรัฐฯ ต้องบูรณาการสิ่งที่เขาเรียกว่า “สะพานบก” เข้ากับเส้นทางทะเลของตนกับเอเชียตะวันออก ซึ่งหมายความว่าพวกเขาจะต้องขนส่งสินค้าทั่วสหรัฐอเมริกาโดยทางรถไฟหรือทางถนนจากท่าเรือชายฝั่งตะวันตกไปยังท่าเรือชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา

ฮอฟฟ์มานน์ กล่าวต่อไปว่า การขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ล็อตใหญ่ เช่น ข้าวสาลี หรือก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ทั่วสหรัฐอเมริกาเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ในเชิงเศรษฐกิจ ส่งผลให้ผู้จัดส่งไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเส้นทางอ้อมที่ไกลมากและอันตรายรอบๆ แหลมฮอร์น ทางตอนใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้

ขณะที่ทางด้าน ไซมอน แมคอดัม นักวิเคราะห์จาก Capital Economics บริษัทที่ปรึกษาทางการเงินในลอนดอน มองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ในเรื่องระดับน้ำที่ต่ำในคลองปานามา โดยระบุว่า ระดับน้ำในคลองเริ่มฟื้นตัวขึ้นบ้างแล้วในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และปรากฏการณ์สภาพอากาศลานีญาจะคลี่คลายสถานการณ์ต่อไปได้ในเร็วๆ นี้ พร้อมเสริมว่า ระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในคลองปานามาได้เพิ่มการขนส่งสินค้าที่นั่นแล้ว

อย่างไรก็ตาม วิกฤตทะเลแดงที่ยืดเยื้อจะยิ่งดันอัตราค่าระวางเรือให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก “การต่อเรือใช้เวลาหลายปี และ 90% ของตู้คอนเทนเนอร์ใหม่ถูกสร้างขึ้นในประเทศจีน… เราไม่สามารถคาดหวังได้ว่าจะมีจำนวนเรือขนส่งใหม่เพิ่มขึ้นในชั่วข้ามคืน” “วิกฤติในอุตสาหกรรมอาจเลวร้ายลงกว่าเดิม”

ที่มา:

[1] https://www.dw.com/en/rising-shipping-costs-hit-global-trade-hard/a-69586965

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...