โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

10 คำศัพท์ในบทวิเคราะห์หุ้น ที่นักลงทุนเจอบ่อยและควรรู้

Wealthy Thai

อัพเดต 07 ต.ค. 2567 เวลา 01.29 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2567 เวลา 02.22 น.

ในการลงทุนในตลาดหุ้น สิ่งสำคัญที่นักลงทุนควรรู้คือคำศัพท์ที่ใช้บ่อยในวิเคราะห์และคำแนะนำการตัดสินใจซื้อหรือขายหุ้น การรู้จักคำศัพท์เหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้เข้าใจบทวิเคราะห์ได้ดียิ่งขึ้น แต่ยังช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น นอกจากคำแนะนำในการ ซื้อ ขาย หรือ ถือ ง่าย ๆ แล้ว ยังมีอีกหลายคำศัพท์ที่บางคนอาจยังไม่รู้ Wealthy Thaiได้รวบรวม 10 คำศัพท์ที่สำคัญและมักใช้บ่อยในการวิเคราะห์หุ้นมาฝากนักลงทุนทุกคน

1.Accumulative buy (ซื้อสะสม)

แนะนำให้ทยอยซื้อหุ้นสะสม เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานยังดี แต่อาจจะมีปัจจัยลบมากดดันในระยะสั้น จึงเหมาะที่จะซื้อสะสมในระยะยาว แล้วรอเวลาให้หุ้นกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง
ตัวอย่าง : คุณมีเงินทุน 100,000 บาท คุณอาจแบ่งซื้อหุ้น A ครั้งละ 10,000 บาท ทุกเดือน เมื่อปัจจัยพื้นฐานของหุ้นยังดีแต่ราคาหุ้นตกลงในระยะสั้น

2.Laggard (ราคายังไม่ปรับขึ้นมาก)

หุ้นที่มีการปรับตัวของราคาช้ากว่าดัชนี SET หรือช้ากว่ากลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน ทำให้มีราคาถูกเมื่อเทียบกับดัชนีหรือหุ้นในกลุ่ม และมีโอกาสที่ราคาหุ้นจะสะสมแรงไว้เพื่อวิ่งไล่ตามดัชนีหรือกลุ่มได้ในอนาคต
ตัวอย่าง : หุ้น B ที่ราคายังไม่ขึ้นมากนักเมื่อเทียบกับดัชนี SETแต่มีแนวโน้มที่ดีในอนาคต

3.Target price หรือ Fair value (ราคาเป้าหมาย หรือราคาเหมาะสม)

คือ ราคาเป้าหมาย หรือราคาเหมาะสมของหุ้น ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินจากปัจจัยพื้นฐาน เช่น ผลประกอบ, กระแสเงินสด, อัตราส่วนการเงิน, แนวโน้มธุรกิจในอนาคต
ตัวอย่าง : หากนักวิเคราะห์ประเมินราคาเป้าหมายของหุ้น C ไว้ที่ 50 บาท แต่ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 40 บาท ถือว่าเป็นโอกาสในการลงทุน

4.Trading buy (ซื้อเก็งกำไร)

แนะนำให้ซื้อเก็งกำไร ซึ่งมักเกิดกับหุ้นที่ราคาปัจจุบันใกล้เคียงกับราคาพื้นฐาน ซึ่งมีข่าวดีที่ทำให้ราคาหุ้นวิ่งต่อไปได้ในระยะสั้น
ตัวอย่าง : หุ้น D ที่กำลังมีข่าวดี เช่น การควบรวมกิจการ ที่อาจทำให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นในระยะสั้น

5.Outperform Market (ทำผลงานดีกว่าตลาด)

คำแนะนำว่าหุ้นจะมีผลประกอบการดีกว่าตลาดโดยรวม เช่น ประเมินว่าสิ้นปี SET Indexปรับขึ้น 5% แต่หุ้นตัวนี้คาดว่าจะเติบโต 10%
ตัวอย่าง : หุ้น E ที่นักวิเคราะห์เชื่อว่าจะเติบโตดีกว่าตลาดในปีนี้

6.Underperform Market (ทำผลงานแย่กว่าตลาด)

คำแนะนำว่าหุ้นจะมีผลประกอบการแย่กว่าตลาดโดยรวม มีแนวโน้มจะสร้างผลตอบแทนที่ไม่ดี
ตัวอย่าง : หุ้น Fที่คาดว่าจะทำผลประกอบการไม่ดีเมื่อเทียบกับตลาดรวม

7.Neutral (เป็นกลาง)

ไม่มีการคาดการณ์ที่ชัดเจนว่าหุ้นจะขึ้นหรือลงในระยะสั้น แนะนำให้คงสัดส่วนการลงทุนในหุ้นตัวนั้นไว้เช่นเดิม
ตัวอย่าง : หุ้น G ที่ยังไม่มีปัจจัยบวกหรือลบชัดเจนในระยะสั้น

8.Overweight (น้ำหนักมากเกินไป)

แนะนำให้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นตัวนั้น เมื่อเทียบกับน้ำหนักลงทุนปกติ นั่นคือเราสามารถขายสินทรัพย์อื่นในพอร์ต หรือนำเงินลงทุนก้อนใหม่มาซื้อหุ้นดังกล่าวเพิ่มได้
ตัวอย่าง : หากนักวิเคราะห์แนะนำให้ Overweight หุ้น H เราอาจเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้น H ขึ้นเป็น 20% ของพอร์ต

9.Underweight (น้ำหนักน้อยเกินไป)

แนะนำให้ลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นตัวนั้น เมื่อเทียบกับน้ำหนักลงทุนปกติ นั่นคือเราสามารถขายหุ้นบางส่วนในพอร์ตออกไป แล้วนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่มีโอกาสเติบโตมากกว่า
ตัวอย่าง : หุ้น i ที่นักวิเคราะห์แนะนำให้ Underweight เราอาจลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้น i ลงเหลือ 5%

10. Consensus (รวมความเห็นจากโบรกฯ)

การสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ต่างๆ ที่ติดตามข้อมูลรายบริษัทอย่างใกล้ชิด โดยจะนำเสนอในรูปตารางสรุปตัวเลขสำคัญทางการเงินรายบริษัท เช่น กำไรสุทธิ กำไรต่อหุ้น (EPS) อัตราเงินปันผล (DIY)มูลค่าตามปัจจัยพื้นฐาน (Target Price) คำแนะนำสำหรับการลงทุน เป็นต้น
ตัวอย่าง : ตาราง Consensus ที่แสดงการคาดการณ์กำไรสุทธิของบริษัท J จากนักวิเคราะห์ 10 ราย
นอกจากนี้ยังมีคำที่เจอบ่อย เช่น Sell on fact ขายหุ้น เนื่องจากมีประกาศข่าวดีจากบริษัท หรือ กิจการ และ Buy on dip ซื้อหุ้น เนื่องจากราคาย่อลงชั่วคราว เพื่อรอจังหวะราคาขึ้น เป็นต้น
การทำความเข้าใจคำศัพท์เหล่านี้จะช่วยให้นักลงทุนมือใหม่สามารถวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ ขาย หรือถือหุ้นตามคำแนะนำของนักวิเคราะห์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...