โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

PwC เผยเทรนด์ Climate Tech เน้นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูงสุดในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ธ.ค. 2565 เวลา 04.51 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2565 เวลา 04.50 น.

PwC เผยเทรนด์ Climate Tech เป็นกระแสโลกที่น่าจับตาหลังรายงานพบเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศ คิดเป็นมากกว่า 25% ของเงินทุนธุรกิจร่วมลงทุนในปี 2565 โดยเงินระดมทุนส่วนใหญ่ เน้นลงทุนในเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการจัดเก็บคาร์บอน แต่ชี้ความท้าทายยังอยู่ที่จำนวนของสตาร์ทอัพคุณภาพในตลาด และแนวโน้มการลงทุนที่ลดลงของการระดมทุนในระยะเริ่มต้น

เมื่อเร็ว ๆ นี้ PwC จัดทำรายงาน State of Climate Tech 2022 พบว่า เงินระดมทุนสำหรับเทคโนโลยีที่ควบคุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Technology) มีสัดส่วนคิดเป็นมากกว่าหนึ่งในสี่ของเงินทุก ๆ ดอลลาร์ที่ลงทุนในปี 2565 โดยอยู่ในระดับครึ่งบนของช่วง 20-30% ที่สังเกตได้ตั้งแต่ต้นปี 2561

ทั้งนี้ การลงทุนใน Climate Tech อยู่ที่ระดับ 1.5 ถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อไตรมาส (ราว 5.2 ถึง 6.9 แสนล้านบาท)1 สอดคล้องกับช่วงครึ่งแรกของปี 2564 โดยมีเงินระดมทุนรวมตั้งแต่ต้นปี 2561 เป็นต้นมาที่ 260 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่า 50 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565

รายงานยังระบุด้วยว่า การปรับปรุงการกำหนดเป้าหมายของเงินทุนเกี่ยวกับเทคโนโลยีสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซมลพิษได้มากที่สุด โดยในปี 2564 สตาร์ทอัพที่มีโซลูชันที่กำหนดเป้าหมายไปยังภาคอุตสาหกรรมที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการปล่อยก๊าซมลพิษที่ 85% ดึงดูดการลงทุนได้เพียง 39% แต่ในปีนี้ สตาร์ทอัพในภาคอุตสาหกรรมดังกล่าว กลับสามารถดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีสภาพภูมิอากาศได้ถึง 52%

นาย วิล แจ็คสัน มัวร์ หัวหน้ากลุ่มธุรกิจ ESG โกลบอล PwC ประเทศสหราชอาณาจักร กล่าวว่า “เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการทดสอบจริงครั้งแรกในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ตลาดเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศ ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วต่อสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน โดยปัจจัยการรุกรานยูเครนของรัสเซีย อัตราเงินเฟ้อ และการปรับฐานอย่างรวดเร็วในตลาดทุน ล้วนส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลงทั้งสิ้น แต่ภารกิจ คือ การสร้างโมเมนตัมเพื่อสร้างความน่าสนใจมากขึ้นในการดึงดูดการระดมทุนในระยะเริ่มต้น และสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูงสุดในการลดการปล่อยก๊าซมลพิษ”

ทั้งนี้ ความคึกคักของการลงทุนในเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมของธุรกิจร่วมลงทุนนั้น ยังคงตามมาด้วยแนวโน้มที่ไม่สดใสนักสามประการ ได้แก่ ประการที่หนึ่ง จำนวนและมูลค่ารวมของดีลที่ต่ำกว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งโดยปกติแล้ว จะอยู่ในช่วงแรกสุดของการระดมทุน (early-stage funding) ได้ลดลงตั้งแต่ต้นปี 2564 ซึ่งแนวโน้มการลงทุนที่ลดลงของการระดมทุนในระยะเริ่มต้นนี้ แสดงให้เห็นถึงจำนวนของสตาร์อัพคุณภาพสูงที่สามารถก้าวสู่การระดมทุนในระยะถัด ๆ ไปที่อ่อนแอ ซึ่งนี่ยังถือเป็นปัจจัยที่ขัดขวางนักลงทุนจากการลงทุนในระดับสูงในปีถัด ๆ ไปในตลาด Climate Tech แม้ว่าจะมีเงินรอลงทุนในระดับสูงก็ตาม

ประการที่สอง ในขณะที่ส่วนแบ่งการใช้จ่ายของธุรกิจร่วมทุนนั้นคงความแข็งแกร่ง แต่เงินร่วมลงทุนด้านสภาพภูมิอากาศที่ถูกใช้กลับลดลงโดยรวม ซึ่งการระดมทุนในรูปเงินสดในช่วงสามไตรมาสแรกของปี 2565 ลดลง 30% จากช่วงเดียวกันของปี 2564 เป็นผลมาจากการใช้เงินทุนของบริษัทที่ไม่มีการประกอบธุรกิจเป็นของตนเอง แต่สร้างขึ้นมาเพื่อระดมเงินทุนไปซื้อบริษัทอื่นที่ไม่ได้เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Special Purpose Acquisition Company: SPAC) ที่มีมูลค่าสูงถึง 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 ซึ่งถือเป็นความไม่ปกติเป็นวัฏจักร

ประการที่สาม ในขณะที่ความสอดคล้องกันของเงินลงทุนและศักยภาพของผลกระทบได้ปรับตัวดีขึ้น แต่ตลาดยังขาดประสิทธิภาพในการบรรลุวัตถุประสงค์ด้านการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศ โดยโซลูชันในการแก้ปัญหา เช่น เทคโนโลยีลดเศษขยะจากอาหารและเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ใหม่ (ซึ่งมีศักยภาพสูงสุดในการลดการปล่อยก๊าซมลพิษในบรรดาเทคโนโลยีที่ทำการวิเคราะห์) ยังคงได้รับเงินทุนในระดับที่ค่อนข้างน้อยเกินไป (underfunded)

แนวโน้มในระดับมหภาคจากภาครัฐและภาคเอกชน ชี้ให้เห็นถึงมุมมองเชิงบวกและความต้องการเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มขึ้น ซึ่งแม้ว่าจะต้องใช้เวลาสักระยะสำหรับความต้องการนี้ในการผลักดันแนวโน้มการลงทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ก็รู้สึกได้ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วทั่วทั้งภาคอุตสาหกรรมและโซลูชันต่าง ๆ ยกตัวอย่าง เช่น การดักจับคาร์บอน การกำจัด การใช้ประโยชน์ และการจัดเก็บ ที่เห็นการลงทุนที่เพิ่มขึ้น หลังจากการลงทุนและการเติบโตพอประมาณมาเป็นเวลาหลายปี การระดมทุนโดยรวมในช่วงสามไตรมาสแรกของปี 2565 นั้น ได้เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าของปี 2564 แม้ว่าจะมีจำนวนดีลน้อยกว่าในปี 2565 เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ดีลร่วมทุนในระยะหลังกำลังขยายตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ และขนาดของดีลโดยเฉลี่ยก็ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า ตลาดยังคงมีขนาดเล็ก เมื่อเปรียบเทียบกับศักยภาพของการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนโดยรวม และการคาดการณ์โดยนักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับปริมาณการกำจัดก๊าซคาร์บอนที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายข้อตกลงปารีส (Paris Agreement)

นาง เอ็มมา ค็อกซ์ หัวหน้ากลุ่มธุรกิจสภาพภูมิอากาศ โกลบอล PwC ประเทศสหราชอาณาจักร กล่าวสรุปว่า “ในขณะที่สังคมกำลังต่อสู้กับวิธีการลดการปล่อยก๊าซมลพิษให้ได้ครึ่งหนึ่งภายในปี 2573 ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีการลงทุนในเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศมากขึ้น และไม่ใช่แค่ในระดับสูงสุดเท่านั้น แต่ต้องกระจายไปทั่วทุกภาคอุตสาหกรรมและโซลูชัน ครอบคลุมสตาร์ทอัพที่มีขนาดและระดับของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่แตกต่างกันไป ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีการเปลี่ยนผ่าน เช่น การดักจับคาร์บอน ซึ่งตอนนี้ใกล้ หรือถึงจุดที่เติบโตเต็มที่ และพร้อมที่จะต้องมีการขยายขนาดต่อไปแล้ว”

ด้านนาย ชาญชัย ชัยประสิทธิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า “ในส่วนของประเทศไทยก็เช่นกัน การลงทุนด้าน Climate Tech ส่วนใหญ่ยังคงเป็นไปในลักษณะของเงินร่วมลงทุนใหม่ในเครื่องจักร อาคาร หรือสิ่งก่อสร้างที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนทางอ้อม มากกว่าการลงทุนในโซลูชันที่จะช่วยขับเคลื่อนการกำจัดคาร์บอนทางตรง เช่น การลงทุนในเครื่องจักรใหม่ของภาคการผลิต เช่น เทคโนโลยีที่ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า หรือลดการปล่อยของเสีย และการจัดตั้งอาคารสำนักงานประหยัดพลังงาน เป็นต้น 

“อย่างไรก็ดี เราเห็นสัญญาณที่ดีจากภาครัฐที่มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้เอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาคอุตสาหกรรมพลังงานฟอสซิล และปิโตรเคมี ได้มีการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในอนาคตเชื่อว่า น่าจะเห็นภาคเอกชนทั้งบริษัทขนาดเล็กและขนาดใหญ่ หันมาลงทุนใน Climate Tech ทั้งในส่วนของเทคโนโลยีเกิดใหม่และเทคโนโลยีปลายน้ำในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน จะเห็นว่า มีบริษัทไซต์ใหญ่หลายแห่งมีโครงการศึกษาเทคโนโลยี CCUS หรือ carbon capture, utilisation and storage กันบ้างแล้ว เพราะในระยะต่อไปความเสี่ยงที่เกิดจากสภาพภูมิอากาศ จะเป็นสิ่งที่ธุรกิจไหนในโลกก็มองข้ามไม่ได้”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...