โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สมศักดิ์” ลุยใช้กฎหมาย JSOC จ่อปล่อยนักโทษ 29 คน

INN News

เผยแพร่ 23 ม.ค. 2566 เวลา 06.51 น. • INN News

สมศักดิ์ ลุยใช้ กฎหมาย JSOC จ่อปล่อยนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ 29 คน พ่วงมาตรการเฝ้าระวังหลังพ้นโทษ สูงสุด 10 ปี

วันนี้ ( 23 ม.ค. 66) ที่ อาคารกระทรวงยุติธรรม ถ.แจ้งวัฒนะ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้แถลงรายละเอียดเกี่ยวกับการบังคับใช้พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2565 ซึ่งภายหลังจากเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2565 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 โดยมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังการก่ออาชญากรรมและสร้างความปลอดภัยให้สังคมรวมถึงแก้ปัญหาและลดอัตราการกระทำความผิดซ้ำ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า วันนี้กฎหมายป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ โดยเฉพาะเรื่องเพศและความรุนแรง มีผลบังคับใช้ แต่การจะใช้บังคับได้ต้องมีกฎกระทรวงให้ครบถ้วน ซึ่งในการดำเนินการวันนี้ จึงเป็นการประชุมของคณะกรรมการ โดยมีตนในฐานะรัฐมนตรี เป็นประธาน (ชุดที่หนึ่ง) ส่วนคณะกรรมการอีกชุด คณะกรรมการพิจารณากำหนดมาตรการการกระทำความผิดซ้ำ หรือ คณะกรรมการตามมาตรา 16 (ชุดที่สอง) ซึ่งมีนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน และคาดว่าคณะกรรมการชุดที่สอง จะประชุมเสร็จสิ้นภายในวันพรุ่งนี้(24 ม.ค.) อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างรอกฎกระทรวงฉบับดังกล่าวจากเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกามาถึงซึ่งกฎกระทรวงนี้จะต้องรอประกาศลงราชกิจจานุเบกษาอีกด้วย ทั้งนี้ ถือว่ากฎหมาย JSOC ได้ใช้เวลาอย่างรวดเร็วเพียง 1 ปี 7 เดือนเท่านั้น

นายสมศักดิ์ เผยอีกว่า ส่วนผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 29 ราย โดยจะมีการทยอยปล่อยตัวตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค. - 31 ม.ค. ส่วนมาตรการที่จะใช้กับผู้ต้องขังที่จะพ้นโทษไปนั้น ยังคงต้องรอให้คณะกรรมการชุดที่สอง ร่วมประชุมกำหนดมาตรการกันก่อนเสนอศาลเพื่อพิจารณามีคำสั่ง

นายสมศักดิ์ เผยถึงที่มาของการออกกฎหมาย JSOC ว่า เหตุแห่งการออกกฎหมายฉบับนี้เพราะเห็นว่าคดีสะเทือนขวัญมักเกิดขึ้นบ่อยและเกิดขึ้นเกือบทุกปี พอเกิดขึ้นก็มีเสียงโครมครามจากการรายงานข่าวของสื่อมวลชน ซึ่งเสียงที่เกิดขึ้นก็เพื่อเตือนให้ภาครัฐหาทางแก้ไข ตนจึงเห็นว่าต้องมีกฎหมายสำคัญฉบับนี้เพื่อหยุดกลุ่มคนประเภท เช่น ไอซ์หีบเหล็ก, วันชัย แสงขาว เป็นต้น และเราค่อนข้างภาคภูมิใจที่ทำสำเร็จ ซึ่งถ้าหากกฎหมายฉบับนี้ใช้ได้ผล 100 % จะไม่มีใครต้องเสียชีวิตอีก และอาจจะนำไปสู่แนวทางที่ไม่มีการใช้โทษประหารชีวิต เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยอีกด้วย

นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ ยังเผยอีกว่า ในบรรดาผู้ต้องขังทั้ง 29 รายที่จะพ้นโทษในช่วงเดือนมกราคมนั้น ตนยังได้พิจารณาขอให้มีการติดกำไล EM แก่ทุกราย แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องให้ทางศาลพิจารณามีคำสั่งจากคำร้องที่กระทรวงยุติธรรมส่งไป หากศาลพิจารณาเห็นด้วย ก็จะมีคำสั่งให้ผู้ต้องขังดังกล่าวติดกำไล EM นอกเหนือจากเพียงการกำหนดมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำฯ ทั้งนี้ ตนขอยกตัวอย่างว่า หากผู้ต้องขังได้รับการกำหนดมาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษซึ่งมีระยะเวลาเฝ้าระวังสูงสุดถึง 10 ปี แต่หากระหว่างนี้ผู้ต้องขังมีพฤติกรรม หรือพฤตินิสัยที่ดี ไม่มีความเสี่ยงกระทำความผิดในลักษณะเดิมซ้ำ ทางเราก็จะเสนอต่ออัยการเพื่อเสนอขอให้ศาลมีคำสั่งลดระยะเวลาการใช้มาตรการ และรวมไปถึงอาจขอให้ศาลยกเลิกคำสั่งการใช้มาตรการดังกล่าวได้

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...