โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สินเชื่อออนไลน์ คึกคักข้ามปี “ไทยพาณิชย์-ทีทีบี” โหมชิงตลาดเดือด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 พ.ย. 2565 เวลา 12.35 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2565 เวลา 00.33 น.

ตลาดสินเชื่อออนไลน์คึกคักข้ามปี “แบงก์-น็อนแบงก์-อีคอมเมิร์ซ” กระโจนลงสนามแข่ง “ไทยพาณิชย์” เตรียมส่ง “สินเชื่อ UP by SCB” ชิงตลาดปีหน้าตั้งเป้าสินเชื่อใหม่โตก้าวกระโดด 70% ขณะที่ “ทีทีบี” ขยายปล่อยกู้สินเชื่อมีหลักประกันออนไลน์ ทั้ง “บ้าน-รถ” จากเดิมเน้นสินเชื่อบุคคล-บัตรเครดิต ฟาก “L H BANK” ส่งแอปใหม่ “LHB You” ลุยปล่อยสินเชื่อดิจิทัลเจาะมนุษย์เงินเดือนชิมลางปีแรก 2 พันล้าน

นายชาลี อัศวะธีระธรรม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Digital Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การแข่งขันในตลาดสินเชื่อออนไลน์ (Digital Lending) มีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาต่อเนื่อง

ทั้งผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (น็อนแบงก์) และกลุ่มธุรกิจซื้อขายออนไลน์ (e-Commerce) รวมถึงสถาบันการเงินก็มุ่งมาทางนี้มากขึ้น คาดว่าการแข่งขันน่าจะสูงขึ้นต่อเนื่องถึงปี 2566

สำหรับปีนี้ สินเชื่อดิจิทัล ในช่วง 10 เดือนแรก มีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง ปล่อยสินเชื่อไปแล้วกว่า 3 หมื่นล้านบาท เติบโตเท่าตัว จากปี 2564 ที่มีพอร์ตอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ในปี 2566 ไทยพาณิชย์

ตั้งเป้าสินเชื่อดิจิทัลเติบโต 70% หรือคิดเป็นยอดสินเชื่อปล่อยใหม่ 5 หมื่นล้านบาท ถือว่าเติบโตสูง เพราะธนาคารได้พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีความแม่นยำขึ้น จะช่วยให้คุณภาพลูกค้าและพอร์ตสินเชื่อดีขึ้น

โดยแผนกลยุทธ์หลักในปีหน้า ธนาคารจะขยายไปสู่กลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดย่อม (SSME) รวมถึงสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งจะรวมอยู่ใน “สินเชื่อ UP by SCB” มีทั้ง “เงินด่วน-เงินยืม” สำหรับบุคคลและธุรกิจ

โดยที่ผ่านมาธนาคารได้ทดสอบปล่อยสินเชื่อดังกล่าวในวงจำกัด ผ่าน sandbox ของธนาคาร และพบว่ามีผลตอบรับค่อนข้างดี โดยอัตราการอนุมัติสินเชื่อ (approve rate) ค่อนข้างดีเฉลี่ยอยู่ที่ 40-50% และอนุมัติสินเชื่อไปแล้วกว่า 1,000-1,200 ล้านบาท จำนวนลูกค้า 2.5 แสนราย ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ในระดับต่ำไม่ถึง 1%

นอกจากนี้ ธนาคารยังมีโปรดักต์ “Buy Now Pay Later” ซื้อก่อนผ่อนทีหลังที่เตรียมจะออกมา โดยร่วมมือกับพันธมิตรศูนย์การค้า และผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์

ตาราง แผนนรุกตลาดสินเชื่อ

“เรามองตลาดสินเชื่อดิจิทัลยังโตต่อเนื่อง เพราะยังมีความต้องการ ภายใต้เศรษฐกิจที่ฟื้นตัว และยังมีลูกค้าที่เข้าไม่ถึงระบบอีกจำนวนมาก ประกอบกับตอนนี้ธุรกรรมการเงินออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้แบงก์มีข้อมูลที่สามารถปล่อยสินเชื่อได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นจุดแข็งของสินเชื่อดิจิทัล เพราะหากข้อมูลไม่พอ หรือจับผิดเซ็กเมนต์ลูกค้า ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดหนี้เสียได้เช่นกัน”

นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) กล่าวว่า ภายในไตรมาส 1-2 ปี 2566 ธนาคารจะยกระดับ Digital Lending จากเดิมปล่อยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคล และบัตรเครดิต ไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อย่างเช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อรถ ซึ่งจะมีทั้งที่ธนาคารทำเอง และร่วมกับพันธมิตร ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างหารือร่วมกัน

สำหรับสินเชื่อดิจิทัลในกลุ่มสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล (บัตรกดเงินสด) และบัตรเครดิต ที่ดำเนินการอยู่แล้ว ถือว่าเติบโตค่อนข้างดี มีลูกค้าเก่าเข้ามาขอสินเชื่อผ่านออนไลน์ ราว 30% ของยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ทั้งหมด คิดเป็นลูกค้าประมาณ 100,000 ราย วงเงิน 3,000 ล้านบาท

“มองไปข้างหน้าเชื่อว่าสินเชื่อดิจิทัลจะยังขยายตัวต่อเนื่อง และมีการแข่งขันรุนแรงขึ้น ทั้งจากธนาคารและน็อนแบงก์ เนื่องจากการทำธุรกรรมผ่านออนไลน์มีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด เช่น การเปิดบัญชีเงินฝากออนไลน์ เป็นต้น

ประกอบกับสถาบันการเงินเองก็ประหยัดต้นทุนในการบริหารจัดการในการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งจะเป็นปัจจัยการสนับสนุนให้สินเชื่อดิจิทัลเพิ่มขึ้นได้อีกมาก ทั้งนี้ เรามีแผนยกระดับสินเชื่อมีหลักประกัน เช่น บ้าน และรถ เป็นดิจิทัลหมด โดยรูปแบบการขอสินเชื่อรถจะเปลี่ยนไป หรือแม้แต่ลูกค้าที่เดินเข้าสาขาแบบ Face to Face แต่การทำธุรกรรมจะอยู่บนดิจิทัล ทั้งการสมัครและยื่นเอกสาร ซึ่งตอนนี้เราอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ”

นายเคลวิน ฟู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มลูกค้ารายย่อย ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH BANK) กล่าวว่า ภายในไตรมาสที่ 2-3 ปีหน้า ธนาคารจะเริ่มปล่อยสินเชื่อออนไลน์ “Happy Cash” ภายใต้ใบอนุญาต สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ หลังจากได้พัฒนาแอปพลิเคชั่น “LHB You” ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่แทน “M Choice” โดยได้พัฒนาระบบยืนยันตัวตน (e-KYC) ทำให้สามารถเปิดบัญชีและขอสินเชื่อออนไลน์ได้

ทั้งนี้ ธนาคารตั้งเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อ “Happy Cash” ที่ 2,000 ล้านบาทในปีหน้า โดยเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ 1.5 หมื่นบาทต่อเดือนขึ้นไป ขยายฐานในส่วนลูกค้าที่ใช้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคาร แต่ยังไม่ได้ใช้ หรือมีวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคล หรือวงเงินสินเชื่ออเนกประสงค์ รวมถึงการขยายฐานลูกค้าไปในกลุ่มเครือข่ายพันธมิตร เช่น ในกลุ่มบริษัท แอสเซนด์ ที่มีความร่วมมือกันก่อนหน้านี้ รวมถึงพันธมิตรรายอื่น ๆ

“สินเชื่อบุคคลมีขนาดใหญ่มาก และมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก หลังจากเราร่วมมือกับ แอสเซนด์ มาระยะหนึ่ง ตอนนี้เรามีพอร์ต 600-700 ล้านบาท คาดว่าภายในสิ้นปีน่าจะได้ราว 1,000 ล้านบาท และหลังจากที่เราพัฒนาแอป LHB You จึงอยากจะขยายไปสู่การปล่อยสินเชื่อดิจิทัล และ Buy Now Pay Later เพิ่มเติม”

นายเอกสิทธิ์ พฤฒิพลากร ผู้บริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2566 ธนาคารจะเปิดให้บริการ Buy Now Pay Later โดยตอนนี้อยู่ระหว่างคุยกับพันธมิตร ในเรื่องของรายละเอียดและแพลตฟอร์มการปล่อยสินเชื่อ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...