ตามติดวิถีแห่งนักรบซามูไร “ความตาย” คือสิ่งที่เบายิ่งกว่าขน
ถ้าหากพูดถึงญี่ปุ่น หลายคนคงนึกถึง ซามูไร เป็นอันดับต้นๆ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปะ และวัฒนธรรมทางประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น จนปัจจุบันมีผลงาน และสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย
ซึ่ง “ซามูไร” คือนักรบสวมชุดเกาะสุดเท่ กับดาบปลายแหลมเป็นอาวุธคู่กาย ถูกหยิบไปทำเป็นภาพยนตร์โด่งดังทั่วโลก ที่ทำให้รู้จักวัฒนธรรมของญี่ปุ่น แล้วจุดเริ่มต้นของ ซามูไร เกิดขึ้นเมื่อไหร่ มีความเป็นมาอย่างไรกันแน่?
สำหรับ “ซามูไร” หรือ นักรบชาวญี่ปุ่น มาจากรากศัพท์คำว่า “ซาบูราอู” ซึ่งแปลว่า “คนรับใช้” เกิดขึ้นในสมัยเฮอัน เป็นทหารนักรบทำหน้าที่รับใช้ผู้ที่มีอำนาจชนชั้นสูงของตระกูลผู้ร่ำรวย
“ จุดเริ่มต้นของ ซามูไร นักรบกับการปกครองญี่ปุ่น ”
โดย “ซามูไร” ถือกำเนิดขึ้นในยุคแรกๆ ช่วงสมัยเฮฮันปี ค.ศ 794 เริ่มมาจากสองตระกูลมหาอำนาจแกร่งแย่งชิงความเป็นใหญ่ในจักรพรรดิญี่ปุ่นของตระกูลไทระ และตระกูลมินาโมโตะ กับการท้าทายรัฐบาลกลางของญี่ปุ่น
จนในที่สุดปี ค.ศ 1192 ตระกูลมินาโมโตะ ก็ได้รับชัยชนะ โดย “โชกุน” เป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาลทหารคามาคุระ และหน่วยซามูไร ทำให้ซามูไรมีบทบาท และปกครองแบบซามูไรยาวนานเกือบ 700 ปี หลังจากนั้น ซามูไร เริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และมีแทบทุกชนชั้น ตั้งแต่ชนชั้นกลาง ไปจนถึงชนชั้นสูง
“ จุดสิ้นสุดของ ซามูไร ถูกโค่นล้มโดยการรวมอำนาจ ”
ในปี ค.ศ 1868 ระบบการปกครองของโชกุน ถูกโค่นล้มจากการรวมอำนาจของ โชชู และซัตสึมะ กลายเป็นช่วง “การฟื้นฟูจักรวรรดิ” ประกาศยกเลิกระบบซามูไรอย่างเป็นทางการ
ซึ่งก่อนหน้านี้บทบาทของ “ซามูไร” เป็นเพียงแค่อาชีพที่นักรบรับจ้าง คอยดูแลความเรียบร้อย ไม่อำนาจมากนัก แต่เมื่อเกิดการแย่งชิงอำนาจของผู้ที่มีอิทธิพล ทำให้ซามูไรกลายเป็นทหารนักรบชนชั้นสูงในสมัยนั้น
“ พื้นฐานของ ซามูไร มาจากอิทธิพลศานาพุทธนิกายเซนจีน ”
เนื่องจากในช่วงต้นศตวรรษที่ 13 ญี่ปุ่นอยู่ภายใต้การปกครองของผู้ที่มีอำนาจคนใหม่ ที่ได้รับอิทธิศาสนาพุทธนิกายเซนจากจีน วางรากฐานการเพื่อสร้างนักรบที่แข็งแกร่ง และมั่นคง โดยใช้ใน ฝึกฝนด้านศิลปะการต่อสู้ ด้วยการทำสมาธิ ทำจิตใจหนักแน่น ไม่มีความเกรงกลัวต่อความตาย ทำให้ในช่วงนี้เพิ่มจำนวนซามูไรมากขึ้นกว่าเดิม
“ ซามูไร ยึดหลักปรัญชา บูชิโด ”
โดย “บูชิโด” คือ วิถีนักรบของ ซามูไร นำปรัชญาคำสอนจาก “ลัทธิขงจื๊อ” คือการฝึกสมาธิด้านจิตใจ และความอดทน ถูกพัฒนาขึ้นในศตวรรษที่ 16 ซึ่งทุกคนต้องปฏิบัติตามโดยยึดหลักคำสอนทั้ง 7 ประการดังนี้ ความกล้าหาญ ความอ่อนน้อม มีเมตตา ความยุติธรรม ความจงรักภักดี ความซื่อสัตย์ และเกียรติยศ ต่อเจ้านายของตน และกล่าวว่า ความตาย นั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ ความตาย เป็นสิ่งที่เบายิ่งกว่าขนนก
“ ซามูไร กับการศึกษาชั้นสูง รอบรู้ทั้งสติปัญญา และมารยาท ”
นอกจาก “ซามูไร” ยังเป็นนักรบที่มีความเชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้ และมีจรรยาบรรณแล้ว ยังได้รับความรู้ และการศึกษาชั้นสูงด้านอื่นๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ด้านคณิตศาสตร์ การเขียนบทกวี การประดิษฐ์ตัวอักษร หรือศิลปะแขนงต่างๆ เช่น การชงชา จัดดอกไม้ หรือการแสดง เรียกว่า การเป็น ซามูไร จะได้รับการศึกษาที่ดีกว่าบุคคลทั่วไป
“ แสดงเกียรติยศ ลบล้างความอับอาย ด้วย เซปปุกุ หรือ การคว้านท้อง ”
โดยปกติแล้ว ซามูไรจะต้องมีเจ้านายไว้ค่อยดูแล และปกป้องอันตรายจากศัตรู แต่ถ้าหากสูญเสียเจ้านายหลังจากสู้รบในสงคราม จะถูกเรียกว่า “โรนิน” ซึ่งมีความหมายว่า “เร่รอน” ถือเป็นสถานะชนชั้นต่ำที่สุดของซามูไร กลายเป็นบุคคลคนที่ไม่ได้การยอมรับ ไร้เกียรติ ต้องแสดงเกียรติยศ โดยการ ฮาระคิริ หรือ เซปปุกุ คือการใช้มีดสั้น (ทันโตะ) คว้านท้องหมุนใบมืดขึ้นด้านบนเพื่อการฆ่าตัวตาย
“ นักรบซามูไรหญิงก็มีนะ…ไม่ได้มีแค่ผู้ชาย "
สำหรับนักรบซามูไรหญิง เรียกกันว่า “อนนะ บุเกะฉะ” โดยซามูไรหญิงคนแรกของญี่ปุ่น มีนามว่า “โทโมเอะ โกเซ็น” มีความสามารถด้านการต่อสู้ฟันดาบ ยิงธนู เน้นทักษะการต่อสู้แบบเชิงรุก และเป็นผู้รับใช้ และภรรยา มินาโมโตะ ได้รับการยกย่อง และถูกตีพิมพ์บนธนบัตรของญี่ปุ่น ในปี 1881 อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม การจะเข้าวงการวิถีซามูไรไม่ได้เป็นกันง่ายๆ ซึ่งจะต้องมีความสามารถรอบด้านทั้งความรู้ และศิลปะการต่อสู้ที่เก่งกราจ แต่ถ้าให้เปรียบเทียบระหว่าง “ซามูไร กับ นินจา” ใครเก่งกว่ากันก็คงประเมินกันได้ยาก เนื่องจากมีเอกลักษณ์ และความสามารถเก่งเช่นเดียวกัน แต่ต่างกันตรงบทบาทหน้าที่ก็เท่านั้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.history.com/topics/japan/samurai-and-bushido
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://th.eferrit.com/เซนและศิลปะการต่อสู้/
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.teelangka.com/bushido/
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://allthatsinteresting.com/tomoe-gozen
ขอบคุณแหล่งรูปภาพ : https://www.britannica.com/topic/samurai
#ซามูไร #นักรบญี่ปุ่น #ทหารญี่ปุ่น #ดาบซามูไร #วัฒนธรรมญี่ปุ่น #โทโมเอะโกเซ็น #theshout #เซปปุกุ #โรนิน #ขงจื๊อ #บูชิโด #นิกายเซน