โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

'4 เหตุผล' ที่ไม่ว่าจะวัยไหนก็ดูอนิเมะได้!

Dek-D.com

เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2565 เวลา 04.29 น. • DEK-D.com
การ์ตูน อนิเมะ แอนิเมชัน ไม่ได้มีไว้แค่ให้เด็กเล็กดูเท่านั้น ไม่ว่าจะวัยไหนก็สามารถมีความชอบส่วนตัวได้ทั้งนั้น

Spoil

  • เริ่มแรกอนิเมะไม่ได้มีไว้แค่เพื่อความบันเทิง แต่ใช้เป็นสื่อโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลด้วย
  • การ์ตูน อนิเมะ แอนิเมชัน ไม่ได้มีไว้แค่ให้เด็กเล็กดูเท่านั้น ไม่ว่าจะวัยไหนก็ดูได้
  • แนะนำที่เสียดสีสังคม สะท้อนสิ่งที่วัยรุ่นต้องเจอ

สวัสดีน้องๆ ชาว Dek-D.comทุกคนค่ะ มีใครชอบดูอนิเมะบ้างไหมคะ? พี่ป่านคิดว่าต้องมีคนชอบดูเยอะแน่ๆ และหลายคนอาจจะเคยโดนคนรอบข้างพูดใส่ว่า “โตขนาดนี้แล้ว ยังดูการ์ตูนอยู่อีกเหรอ?”แน่นอน แต่การดูอนิเมชั่นไม่ใช่แค่แหล่งความบันเทิงของแค่เด็กเล็กเท่านั้น แต่วัยรุ่นเองก็สามารถดูได้เหมือนกัน วันนี้พี่ป่านเลยจะมาเล่าถึงเหตุผลว่า อนิเมะไม่ได้มีไว้แค่สำหรับเด็กเล็ก และใครๆ ก็ดูได้ทั้งนั้นค่ะ

เริ่มแรกอนิเมะไม่ได้มีไว้เพื่อความบันเทิง แต่มีไว้เพื่อโฆษณาสินค้าและโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลเท่านั้น เวลาต่อมา ในช่วงปี 1970 ก็ได้มี “Astro Boy” หรือ “เจ้าหนูปรมาณู” ปล่อยออกมา ทำให้อนิเมะของญี่ปุ่นเริ่มสร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก และเป็นการเปิดทางให้สตูดิโอทำแอนิเมชันออกมามากมาย และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศญี่ปุ่นจนถึงปัจจุบัน

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีความเชื่อว่า อนิเมะหรือแอนิเมชันมีไว้ให้สำหรับผู้ชมที่อายุน้อยๆ เท่านั้น เวลาบอกเพื่อนไปว่าดูอนิเมะ หลายคนอาจจะโดนมองด้วยสายตาแปลกๆ หรือโดนหัวเราะใส่ เพราะคนมักจะมองว่าเป็นสื่อสำหรับเด็กอนุบาลดูเท่านั้น แต่ความจริงแล้วแอนิเมชันนั้นก็มีประเด็นและเนื้อหาที่หนักแน่นไม่แพ้กับสื่อประเภทอื่นเลย และมีเนื้อหาหลากหลาย แถมจุดที่อนิเมะมีข้อได้เปรียบกว่าสื่อในรูปแบบอื่นๆ ก็คือ ความไม่มีขีดจำกัดในการสร้างและถ่ายทอดทั้งภาพและเสียงได้อย่างอิสระ เพราะฉะนั้นแล้วอนิเมะก็ไม่ใช่แค่การ์ตูนเคลื่อนไหวไร้สาระอย่างที่ใครหลายคนคิดค่ะ

เหตุผลที่อนิเมะไม่ได้มีไว้สำหรับเด็กเล็กเท่านั้น

สื่อที่เป็นภาพการ์ตูน ไม่ได้แปลว่าดูได้แค่เด็กเล็ก

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าอนิเมะหรือแอนิเมชันนั้นเป็นเพียงประเภทหนึ่งของสื่อบันเทิงเท่านั้น และด้วยเนื้อหาของนิยายหรือมังงะบางเรื่อง การนำมาทำเป็นแอนิเมชันนั้นเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้ว เพราะถ้าเป็นคนแสดงก็อาจทำได้ไม่ถึง ด้วยข้อจำกัดของ CG เอฟเฟค สถานที่ และขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์ที่ไม่สามารถทำอะไรหลายๆ อย่างได้จริงตามที่ต้นฉบับได้จินตนาการไว้นั่นเองค่ะ

เนื้อเรื่องแฝงประเด็นสังคมไว้อย่างแนบเนียน

ถึงแม้บางเรื่องจะเป็นแนวแฟนตาซี แต่ก็ยังคงแฝงประเด็นสังคมที่ทั้งวัยรุ่นมักจะเจอและเล่นประเด็นนั้นได้อย่างเฉียบขาด และได้ให้ข้อคิดดีๆ มากมาย อย่างเช่น My Hero Academia เล่นเรื่องความเหลื่อมล้ำในสังคม ตัวเอกอย่าง ‘มิโดริยะ อิซึคุ’ ไม่มีพลังวิเศษ เลยทำให้โดนปฏิบัติใส่ต่างจากคนอื่น เพื่อนในห้องเรียนก็หัวเราะเยาะและดูถูกตอนบอกว่าอยากเป็นฮีโร่

อนิเมะหรือแอนิเมชันเนื้อเรื่องดีเทียบเท่าหนังคนแสดงเลย

การที่อนิเมะเป็นภาพการ์ตูนนั้นไม่ได้ทำให้ลดทอนความจริงจังของสารที่ผู้เขียนต้องการสื่อออกมาสักนิด เพราะฉะนั้นแอนิเมชันนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าสื่อประเภทอื่นที่ใช้คนจริงๆ มาแสดงเลยแม้แต่น้อย ต่างกันแค่เปลี่ยนจากคนแสดงมาเป็นภาพเคลื่อนไหวก็เท่านั้น

มีให้เลือกชมหลายแนว

อนิเมะไม่ได้มีไว้แค่สำหรับเด็กเล็กเท่านั้น เพราะมีให้เลือกหลากหลายเหมือนกับหนังและละครทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นแนวมิตรภาพ ความรัก แนวแฟนตาซี หรือแม้กระทั่งแนวระทึกขวัญ สืบสวนสอบสวน อนิเมะบางเรื่องก็เหมาะกับวัยที่โตขึ้นมาหน่อยโดยเฉพาะ เช่น ถ้าคนที่อายุน้อยกว่า 10 ปี ดูอนิเมะเนื้อหาหนักๆ เช่น Death Note ก็อาจจะมีผลกระทบต่อจิตใจได้ เนื่องจากมีเลือดและความรุนแรงมากมาย แต่ถ้าเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย อยู่ในช่วงวัยรุ่นแล้วมาดูเรื่องเดียวกัน ก็อาจจะเข้าใจเนื้อเรื่องว่าความเป็นมายังไง เหตุผลของการกระทำนี้คืออะไร และมีวิจารณญาณที่จะไม่เอาสิ่งไม่ดีไปทำตาม

แนะนำอนิเมะเสียดสีสังคมที่เด็กดูได้ คนโตดูยิ่งดี

'My Hero Academia'อนิเมะซีรีส์ที่ปัจจุบันมี 5 ซีซันแล้ว ด้วยเนื้อหาที่เกี่ยวกับฮีโร่ พลังวิเศษ ทำให้มองแวบแรกหลายคนอาจจะคิดว่า นี่มันการ์ตูนสำหรับเด็กชัดๆ! ไหนตัวละครจะมีแก๊งเพื่อนๆ ดูเน้นพลังมิตรภาพ แถมยังเป็นเด็กมัธยมและอยู่ในโรงเรียนกันอีกต่างหาก แต่ความจริงแล้วเรื่องนี้มีอะไรมากกว่านั้นค่ะ เพราะมีการแฝงประเด็นสังคมเรื่องความเหลื่อมล้ำด้วยนั่นเอง โดยในโลกของอนิเมะเรื่องนี้ จะมีกลุ่มคนที่มีพลังวิเศษที่เรียกว่า “อัตลักษณ์” และมีกลุ่มคนที่ไม่มีพลังวิเศษ หรือ “ไม่มีอัตลักษณ์” อยู่เป็นส่วนน้อยของสังคม อย่างเช่น “มิโดริยะ อิซึคุ” ตัวเอกของเรื่องนี้ เป็นคนที่ไม่มีอัตลักษณ์แต่กลับมีความใฝ่ฝันว่าอยากเป็นฮีโร่ ทำให้โดนเพื่อนที่โรงเรียนเก่าดูถูกและบูลลี่อย่างหนัก เพียงเพราะว่าดูอ่อนแอในสายตาของพวกที่มีอัตลักษณ์แข็งแกร่ง

แน่นอนว่านอกจากฮีโร่แล้ว ก็มีกลุ่มที่เรียกว่า “วิลเลิน (villain) ” ซึ่งความร้ายกาจของตัวร้ายในเรื่องนี้ ส่วนมากก็เกิดจากแรงกดดันในสังคม และเป็นกลุ่มคนที่โดนทำร้ายทั้งกายและใจมาตั้งแต่เด็กเพียงเพราะว่าไม่แข็งแกร่งอย่างที่โดนคาดหวังไว้ “ตอนวิลเลินทำผิด ก็มีฮีโร่คอยจัดการ แล้วตอนที่ฮีโร่ทำผิดละ ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ?”นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้มีวิลเลินคอยจัดการเหล่าฮีโร่จอมปลอมที่ไม่ได้ทำประโยชน์ แถมวันๆ ยังสนใจแต่ชื่อเสียงเงินทองอย่าง “สเตน” จนได้ฉายาว่า “มือสังหารฮีโร่” เกิดขึ้นมา

'Spirited Away'เป็นภาพยนต์แอนิเมชันแฟนตาซี ด้วยภาพที่สวย เพลงเพราะนั้นส่งผลให้โด่งดังทั่วโลกและมีคนดูทุกเพศทุกวัย สำหรับเด็กเล็กก็อาจจะชอบเพราะภาพและความน่ารักของตัวละครในเรื่อง แต่สำหรับคนที่โตกว่านั้นแล้วก็จะมองเห็นถึงสารที่ผู้สร้างต้องการจะสื่อออกมาได้เข้าใจกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเติบโต ความโลภ ความรัก เหมือนที่ “จิฮิโระ” ตัวละครหลักได้เผชิญในเรื่อง อย่างความโลภนั้นเห็นได้จากตอนที่พ่อแม่ของจิฮิโระเจออาหารน่าทานมากมาย จนอดใจไม่ไหวแล้วเข้าไปซัดจนหมดทันที แต่สุดท้ายก็โดนสาปให้กลายเป็นหมู เพื่อเป็นการลงโทษที่ไปยุ่งกับอาหารของคนอื่นโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตค่ะ และการเติบโตของจิฮิโระที่พบในเรื่องก็คือ หลังจากที่จิฮิโระต้องอยู่ตัวคนเดียวแล้ว ก็ต้องทำงานเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตอยู่รอดในโลกนี้ได้ ได้ก้าวผ่านความกลัว และได้เรียนรู้การเอาใจใส่คนอื่น เจอเรื่องราวมากมายที่ทำให้เติบโตขึ้น

ตัวละครNo-Face สุดโด่งดังนี้ก็เป็นตัวละครที่สะท้อนถึงปัญหาสังคมเช่นกัน ตัวละครนี้จะชอบเสกสิ่งที่คนอื่นต้องการแล้วมอบให้ เพื่อเอาใจคนๆ นั้น และเพื่อที่จะได้รู้สึกมีตัวตนและเป็นที่ยอมรับ แต่สิ่งที่เสกออกมาล้วนเป็นภาพลวงตาทั้งสิ้น ไม่ได้เป็นของที่มีอยู่จริงเลย และการที่เจ้า No-Face กินใครเข้าไปแล้วรูปร่างหน้าตาจะเหมือนคนนั้น ก็เป็นการสะท้อนถึงคนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีตัวตนในสังคม อยากเป็นที่ยอมรับมากๆ ทำให้หันมาทำอะไรตามคนอื่นจนในที่สุดก็สูญเสียตัวตนที่แท้จริงของตัวเองไป เพียงเพื่อที่จะได้เป็นที่รักของคนรอบข้าง

แต่จริงๆ แล้ว การดูอนิเมะเบาๆ สบายๆ เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตประจำวันไม่ได้สะท้อนสังคมอะไรมากมายก็ไม่ใช่เรื่องที่แย่เหมือนกัน ถึงจะโตจนเป็นวัยรุ่นหรือแม้กระทั่งวัยทำงานกันแล้วก็สามารถเอนจอยไปกับอนิเมะได้ ตราบใดที่ไม่ได้รับชมสื่อที่มีปัญหาแล้วเอาไปทำตามในชีวิตจริงค่ะ

อย่างที่คุณมายด์ ‘MindaRyn’ เคยพูดไว้ว่า “หวังว่าในอนาคต คนที่ยังไม่ค่อยอินหรือมองว่าอนิเมะเป็นเรื่องของเด็กๆ หรือไร้สาระ อาจจะลองมองว่าเพลงอนิเมะเป็นแนวเพลงประเภทหนึ่ง ที่ปัจจุบันคนเริ่มให้ความสนใจมากขึ้นทั้งในไทยและต่างประเทศค่ะ”

อ่านสัมภาษณ์พิเศษ 'MindaRyn' ศิลปินอนิซองคนไทยที่ดังไกลถึงญี่ปุ่น ความสำเร็จนี้ไม่ง่าย และการชอบไม่เหมือนใครก็ไม่ได้แปลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...