โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปมสอบคุณสมบัติร้อน! 'ไวยาวัจกร'วัดธาตุทองฟ้องหมิ่น'พระราชบัณฑิต'เรียกค่าเสียหาย 3 ล้าน

แนวหน้า

เผยแพร่ 06 ส.ค. 2565 เวลา 17.00 น.

"ไวยาวัจกร"ที่ถูก"พระราชวรญาณโสภณเจ้าอาวาสวัดธาตุทอง" มีคำสั่ง "แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง" ปมขาดคุณสมบัติตามกฎมหาเถรสมาคมและมีมลทินมัวหมองในความผิดเกี่ยวกับการเงินหรือไม่? และ "ให้คณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งหน้าที่" ให้ทนายความซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าอาวาสเป็น"คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง" ฟ้อง "พระราชบัณฑิต" รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยโฆษณา เรียกค่าเสียหาย 3,000,000 บาทหลังมีหนังสือถึงเจ้าอาวาสวัดธาตุทองให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีปมคุณสมบัติร้อน

ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ในวัดและญาติโยมที่มาทำบุญที่วัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่โปร่งใส่ในการบริหารรายได้และเงินภายในวัดธาตุทองพร้อมกับมีการกล่าวหาไวยาวัจกรคนหนึ่งว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ กระทั่งเมื่อวันที่ 20 ก.ค.65 ที่ผ่านมา พระราชบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ได้มีหนังสือที่ รค.02/2565 ถึงพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ให้ทำการถอดไวยาวัจกรคนดังกล่าวออกจากตำแหน่งหลังจากมีการตรวจสอบคุณสมบัติแล้วพบว่าไวยาวัจกรคนดังกล่าวขาดคุณสมบัติตามกฎมหาเถรสมาคมและมีมลทินมัวหมองในความผิดเกี่ยวกับการเงินภายใน 15 วัน ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 7 ส.ค.65 ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์ได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ภายในวัดธาตุทอง พร้อมกับเอกสารคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง หลายฉบับว่า จากกรณีพระราชบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 มีหนังสือพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ให้ทำการถอดไวยาวัจกรออกจากตำแหน่งหลังจากมีการตรวจสอบคุณสมบัติแล้วพบว่าขาดคุณสมบัติตามกฎมหาเถรสมาคมและมีมลทินมัวหมองในความผิดเกี่ยวกับการเงินนั้น เมื่อวันที่ 21 ก.ค.65 ที่ผ่านมา พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้ลงนามในคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ 06/2565 เรื่อง "ให้ไวยาวัจกรพักจากตำแหน่งหน้าที่" ไปแล้ว โดยมีเนื้อหาดังนี้ สืบเนื่องจากการที่นาย…(ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) ไวยาวัจกรวัดธาตุทอง พระอารามหลวง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ถูกขอให้ตรวจสอบว่าขาดคุณสมบัติของไวยาวัจกรตามความในข้อ 6 (9) แห่งกฎุมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 18 (พ.ศ.2536) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนไวยาวัจกร

ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายอันอาจจะเกิดขึ้นแก่การคณะสงฆ์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 37 และมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 จึงให้ไวยาวัจกรวัดธาตุทอง พระอารามหลวง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร พักจากตำแหน่งหน้าที่ไวยาวัจกร และห้ามมิให้ทำนิติกรรมต่างๆ ของวัด จนกว่าจะมีการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเสร็จสิ้น ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 21 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565 (พระราชวรญาณโสภณ) เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง

ต่อมาเมื่อวันที่ 24 ก.ค.65 ที่ผ่านมา พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้ลงนามในคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ 09/2565 เรื่อง "แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง" โดยมีเนื้อหาดังนี้ ตามที่วัดธาตุทอง พระอารามหลวง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ได้รับหนังสือเลขที่ รค. 02/2565 เรื่อง "ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติไวยาวัจกรและหรือถอดถอนไวยาวัจกร" ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2565

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 37 และมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงนาย… (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) ไวยาวัจกร ตามหนังสือที่ได้รับเรื่องมา มีรายนามดังต่อไปนี้ 1.พระวินัยสุธี ประธานกรรมการ 2.พระครูวินัยวรวัฒน์ กรรมการ 3.พระครูวิจิตรวีรญาณ กรรมการ 4.รศ.พิเศษ ดร.อำนาจ บัวศิริ กรรมการ 5.นายสุชาติ มากมี กรรมการ 6.พันตำรวจเอก เจริญ ปานคล้าย กรรมการและเลขานุการ

ขอให้ทุกท่านที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว จงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส และยุติธรรมและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นประการใดให้รายงานผลให้เจ้าอาวาสทราบภายใน 15 วัน เพื่อรายงานผลดำเนินการแก่เจ้าคณะผู้ปกครองและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติต่อไป ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565 เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 24 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565 (พระราชวรญาณโสภณ) เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง

ในวันที่ 24 ก.ค.65 วันเดียวกัน พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้ลงนามในคำสั่งอีกฉบับ เป็นคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ 10/2565 เรื่อง "ให้คณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งหน้าที่"

โดยมีเนื้อหาดังนี้ สืบเนื่องจากคำสั่งที่ 06/2565 เรื่อง "ให้ไวยาวัจกรพักจากตำแหน่งหน้าที่" ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2565 เพื่อให้การบริหารงานต่าง ๆ ภายในวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เป็นไปด้วยความต่อเนื่อง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 37 และมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 จึงให้นาย… (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ต่าง ๆ ตามคำสั่งของวัดธาตุทอง พระอารามหลวง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ที่เคยได้รับแต่งตั้ง ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 24 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565 (พระราชวรญาณโสภณ) เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง

เจ้าหน้าที่ของวัดธาตุทอง เปิดเเผยว่า หลังจากเจ้าอาวาสลงนามในคำสั่งวัดธาตุทอง เมื่อวันที่ 24 ก.ค.65 ที่ผ่านมาทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว ปรากฎยังไม่มีการนำเอาคำสั่งดังกล่าวของเจ้าอาวาสไปติดประกาศตามบอร์ดต่างๆ ภายในวัดเพื่อให้เจ้าหน้าที่วัด ประชาชนและญาติโยมที่มาทำบุญในวัดได้รับทราบ แต่เพิ่งนำคำสั่งของเจ้าอาวาสไปติดตามบอร์ด เมื่อช่วงเวลาประมาณ 18.30 น.วันที่ 5 ส.ค.65 ที่ผ่านมานี่เอง

เจ้าหน้าที่วัดธาตุทอง เปิดเผยด้วยว่า กรณีไวยาวัจกรซึ่งขาดคุณสมบัติดังกล่าว ที่ทางเจ้าอาวาสวัดธาตุทองได้มีคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ 09/2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าไวยาวัจกรคนดังกล่าวขาดคุณสมบัติเป็นไวยาวัจกรหรือไม่นั้น ขณะนี้นอกจากคณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งจะยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังมีอดีตอัยการที่เกษียณอายุราชการแล้วเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จ ซึ่งในขณะที่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบในเรื่องของไวยาวัจกรคนที่ถูกเจ้าอาวาสสั่งพักหน้าที่แล้วกลับไปเป็นทนายร่างคำฟ้องให้เขาเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีกับพระราชบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ที่มีหนังสือถึงเจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีของไวยาวัจกรคนดังกล่าวในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยโฆษณา เรียกค่าเสียหาย 3,000,000 บาทด้วย โดยฟ้องศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 3 ส.ค.65 ที่ผ่านมา คดีหมายเลขดำที่ อ 1102/2565

"แต่ทางพระราชบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ท่านก็ไม่ได้ติดใจอะไรและพร้อมที่จะให้ข้อมูลความเป้นจริงในเรื่องนี้" เจ้าหน้าที่วัดธาตุทอง คนนี้เผย

มีรายงานข่าวแจ้งด้วยว่า เมื่อวันที่ 5 ส.ค.65 ที่ผ่านมา กลุ่มคนจัดดอกไม้งานฌาปนกิจวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้รวมตัวกว่า 20 คนเข้าไปทวงถามค่าเปอร์เซ็นต์ค่าจัดดอกไม้งานศพรวมทั้งหมดคนละประมาณ 3,000-5,000 บาทในงวดของเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาจากพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ซึ่งปกติทางวัดจะต้องจ่ายให้กับคนจัดดอกไม้ในวันที่ 5 ของแต่ละเดือน แต่ปรากฎว่ายังไม่ได้รับเงินจำนวนดังกล่าว ทั้งนี้ ทราบว่าได้มีไวยาวัจกรคนหนึ่งได้เบิกเงินไปแล้ว

ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์ ได้สอบถามปัญหาดังกล่าวจากพนักงานคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เล่าว่า ร้านดอกไม้ที่มาประมูลจัดงานเฉพาะของวัดธาตุทองจะแบ่งเงินเข้าวัด 30 เปอร์เซ็นต์ โดยวัดจะแบ่งให้พนักงาน 10 เปอร์เซ็นต์เนื่องจากพนักงานส่วนใหญ่ไม่มีรายได้ ซึ่งจะมีคนเซ็นต์รับเบิกเงินทุกเดือน

แต่หลังจากไวยาวัจกรคนดังกล่าวที่เจ้าอาวาสมีคำสั่งให้พักจากตำแหน่งหน้าที่เข้ามาเป็นไวยาวัจกรทุกอย่างในวัดก็เริ่มเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเงินเปอร์เซ็นต์ที่พนักงานต้องได้จากวัด 10 เปอร์เซ็นต์ก็เหลือเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะไวยาวัจกรคนดังกล่าวหักเงินไป 5 เปอร์เซ็นต์ โดยอ้างว่าเป็นคำสั่งของเจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ซึ่งเราในฐานะพนักงานตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ก็ไม่มีปากเสียงอะไรจะไปคัดค้านได้ เพราะเขามีตำแหน่งที่ใหญ่กว่า แล้วเข้าหาหลวงพ่อได้ตลอด

พนักงานซึ่งเป็นผู้เสียหายกล่าวต่อว่า การที่มารวมตัวกันในวันนี้ เพื่อจะมาทวงถามว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นคำสั่งของเจ้าอาวาสจริงๆ หรือไม่ รวมทั้งเงินที่จะออกรอบวันที่ 5 ส.ค.นี้จะเลื่อนออกเป็นวันที่ 5 ก.ย.จริงหรือไม่ เมื่อสอบถามเจ้าอาวาสก็ได้คำตอบว่า ท่านไม่รู้เรื่องดังกล่าวโดยทุกคำสั่งที่ออกมาจากไวยาวัจกรคนดังกล่าว เป็นการแอบอ้างโดยใช้ชื่อท่านมาหลอกลวงพวกเราจนทำให้เข้าใจผิดว่าท่านเจ้าอาวาสเป็นเหตุให้วัดธาตุทองเสื่อมเสียชื่อเสียง

"นอกจากนี้ พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ยังบอกอีกว่า ต่อไปนี้การบริหารภายในวัด ณ ปัจจุบัน คำสั่งของไวยาวัจกรคนดังกล่าว ถือเป็นโมฆะไม่เคยเกิดขึ้น หากมีข้อสงสัยให้คุยกับคณะกรรมการวัดคนอื่นๆ แทน และต่อไปนี้คำสั่งของไวยาวัจกรคนนี้จะไม่มีผลใดๆ ในวัดอีกต่อไป เพราะได้สั่งพักงานจนกว่าจะสอบสวนเรื่องราวให้กระจ่าง ที่ผ่านมาไม่มีใครทำอะไรกับไวยาวัจกรคนนี้ได้เลย แม้ทางเจ้าอาวาสจะบอกว่าตอนนี้คำสั่งของไวยาวัจกรคนดังกล่าวถือเป็นโมฆะไปแล้วก็ตาม แต่ทุกวันนี้ดูเหมือนว่าเขายังมีอำนาจอยู่และเขายังกดดันพวกเราอยู่ตลอดเวลา" พนักงานจัดดอกไม้คนดังกล่าวเผย - 003

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...