โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ทางหลวงชนบท เดินหน้าสร้างถนนสายแยก ทล.11-ทล.1 อ.เมือง จ.ลำปาง คาดแล้วเสร็จในปี 2570

สวพ.FM91

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 09.24 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 09.13 น.

กรมทางหลวงชนบท พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของภาคเหนือ พร้อมแบ่งเบาการจราจรบนถนนสายหลัก เดินหน้าสร้างถนนสายแยก ทล.11 - ทล.1 อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (ตอนที่ 1) 5.400 กิโลเมตร คาดแล้วเสร็จในปี 2570

กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสายแยก ทล.11 - ทล.1 อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (ตอนที่ 1) ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มเข้าพื้นที่ก่อสร้างแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินงานในส่วนของการปรับเกลี่ยบดอัดคันทางเดิม งานวางแนว ระดับถนน/สะพาน และงานเจาะสำรวจชั้นดินสำหรับงานโครงสร้างสะพาน โดยคาดว่า จะก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2570 ต่อไป

นายมนตรี เดชาสกุลสม อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ให้รายละเอียดว่า จังหวัดลำปาง ตั้งอยู่กึ่งกลางของภาคเหนือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถพัฒนาเป็นศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้า เชื่อมโยงเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง ซึ่งสามารถพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางความร่วมมือทางการค้าและเป็นประตูเศรษฐกิจ ในการติดต่อเชื่อมโยงกับ

กลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนในอนาคต ซึ่งปัจจุบันการจราจรในพื้นที่ชุมชนเมืองของจังหวัดลำปาง รถบรรทุกขนส่งสินค้ายังต้องวิ่งสัญจรผ่านเมือง ส่งผลให้ถนนไม่สามารถรองรับปริมาณการจราจรได้เพียงพอในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยเฉพาะ ทล.1 (พหลโยธิน) ช่วงระหว่างแยกศรีชุมไปห้าแยกประตูชัย ทั้งนี้ เพื่อให้โครงข่ายคมนาคมขนส่งของจังหวัดลำปางสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ทช. จึงได้ดำเนินการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสายแยก ทล.11 – ทล.1 อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (ตอนที่ 1) ระยะทางรวม 5.400 กิโลเมตร พร้อมก่อสร้างสะพานข้ามคลอง จำนวน 3 แห่ง ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 678.900 ล้านบาท โดยรายละเอียดการก่อสร้างแบ่งได้ ดังนี้

-จุดเริ่มต้นโครงการบริเวณช่วง กม.ที่ 0+000 (เชื่อมกับ ทล.11 ตอน ลำปาง – เชียงใหม่ บริเวณ กม.ที่ 466+075 ด้านขวาทาง) ถึง กม.ที่ 0+390 รวมระยะทาง 0.390 กิโลเมตร

-ก่อสร้างถนนเป็นผิวจราจรแอสฟัลต์ติกคอนกรีต ขนาด 4 ช่องจราจร บริเวณช่วง กม.ที่ 0+970 ถึง กม.ที่ 2+610 และบริเวณช่วง กม.ที่ 3+186 ถึง กม.ที่ 5+160 รวมระยะทาง 3.614 กิโลเมตร

-ก่อสร้างถนนเป็นผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาด 8 - 10 ช่องจราจร บริเวณ กม.ที่ 2+610 ถึง กม.ที่ 3+186 (ตัด ทล.1039 กม.ที่ 6+442.674) รวมระยะทาง 0.576 กิโลเมตร

-ก่อสร้างถนนเป็นผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาด 4 ช่องจราจร บริเวณ กม.ที่ 5+160 ถึง กม.ที่ 5+400 (ตัด ทล.1157 บริเวณ กม.ที่ 2+245) รวมระยะทาง 0.240 กิโลเมตร

-บริเวณ กม.ที่ 0+676.528 ก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ ขนาด 4 ช่องจราจร ความยาวสะพานรวม 580 เมตร

อธิบดีฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า ทั้งนี้ เมื่อถนนสายดังกล่าวก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถลดระยะเวลาในการเดินทาง ลดระยะทางจากเส้นทางผ่านเมืองที่ใช้ในปัจจุบันได้ประมาณ 3 กิโลเมตร และแยกรถบรรทุกจากเมือง เพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนที่สัญจรในชุมชนเมืองมากขึ้น ตลอดจนเป็นการยกระดับโครงข่ายการคมนาคมขนส่งของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนและตอนล่างให้สมบูรณ์ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง สู่การเป็นศูนย์กลางความร่วมมือทางการค้าและเป็นประตูเศรษฐกิจ (Gateway) ในการติดต่อเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ตอนบนในอนาคต ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...