โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

"มิสทิน" เปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งใหญ่ รุกตลาดปี 68 เจาะกลุ่ม Gen Z

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 06.13 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 11.57 น.

นายเฉลิมพล สุวรรณประทีป ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการค้าต่างประเทศ MISTINE เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ปัจจุบัน มิสทินเป็นแบรนด์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงามของไทยที่ยังคงอยู่ใน TOP 20 ของตลาดในประเทศไทย ในปี 2567 ยอดขายสินค้าโดยรวมมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 40% จากปีก่อน และคาดการณ์ว่าในปี 2568 จะยังคงเติบโตไม่ต่ำกว่า 40% โดยกำลังอยู่ในช่วงของการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งใหญ่ ซึ่งได้เริ่มมาประมาณ 3 ปีแล้วจนถึงตอนนี้

จากเดิมที่เคยใช้ "สีชมพู" เป็นแกนหลักในการสื่อสารในกลุ่ม Gen Y ที่อายุเฉลี่ยประมาณ 30 ปี ก็ได้เปลี่ยนมาใช้"สีส้ม" มีเป้าหมายเพื่อเป็น "Energy of Youth" และเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่กลุ่ม Gen Z มากขึ้น เพราะจากการวิจัยกับกลุ่มเด็กรุ่นใหม่พบว่า 80% ตอบสนองต่อสีส้ม ทำให้นึกถึงความเปล่งประกาย

นอกจากนี้ ยังดึง Music Marketing เข้ามาเป็นกลยุทธ์ตอบโจทย์สไตล์คนรุ่นใหม่ เน้นให้ความสำคัญเรื่อง Reliability โดยการปรับเปลี่ยนนี้ส่งผลให้สัดส่วนลูกค้า Gen Z เติบโตขึ้นประมาณ 10% ในปี 2566-2567 และคาดว่าปี 2568 จะทำให้กลูกค้ากลุ่มนี้เติบโตเพิ่มได้อีก 20% พร้อมมุ่งเน้นความเท่าเทียมที่สามารถเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย หรือ ไม่จำกัดเพศ

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ที่โดนเด่นของมิสทินและพร้อมแข่งขันในตลาดโลก จะเป็นประเภทคครีมกันแดดที่ใช้ Innovation และส่วนผสมที่ไม่มีสารเคมี, น้ำยาอนามัย รองรับทุกเพศ, ผลิตภัณฑ์รักษาสิว ถือเป็น Top Sales ที่ประสบความสำเร็จ โดยมีสัดส่วนยอดขายรวมจากต่างประเทศประมาณ 30% ของยอดขายทั้งหมด อีก 70 ยังเป็นยอดขายจากตลาดในประเทศไทยเป็นหลัก

"เรามีสินค้าเกือบ 4,000 SKU สินค้าทั้งหมดไม่ได้ส่งไปยังทุกประเทศทั่วโลก แต่จะเลือกโปรดักต์ฮีโร่เพื่อให้เหมาะกับแต่ละประเทศ เช่น กัมพูชา เน้นโฟมล้างหน้าสิว, พม่าเน้นโลชั่น, และบังกลาเทศเน้นโฟมล้างหน้า ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์รักษาสิวเฉพาะในกัมพูชา มียอดขายถึง 5 ล้านหลอดต่อปี และครองตำแหน่งเบอร์ 1 เรื่อง Acne ในประเทศกัมพูชา คิดเป็นสัดส่วนกว่า 80% ของยอดขายผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ในกัมพูชา"

นายเฉลิมพล กล่าวว่า มิสทีนยังคงเป็นแบรนด์ไทยแข็งแกร่ง เข้าใจคนไทยและเป็นที่รู้จักในภูมิภาคอาเซียนมาอย่างยาวนาน รวมถึงตลาดจีน ด้วยจุดแข็งคือ Product of Thailand และ Made in Thailand 100% แตกต่างจากแบรนด์อื่น แม้ในภาวะหรือสถานการณ์ในปัจจุบันที่อาจมีอุปสรรด้านการขนส่งหรือความขัดแย้ง ยังคงขายสินค้าและทำการตลาดได้อย่างต่อเนื่องจากแผนที่วางไว้ล่วงหน้า 3 เดือน สต็อกสินค้าล่วงหน้า 6 เดือน ทำให้ไม่กระทบยอดขายมากนัก

อย่างไรก็ตาม มิสทินจะสื่อสารถึงเทรนด์การใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงาม ที่ต้องตอบโจทยไลฟ์สไตล์ของลูกค้าให้มากขึ้น ยิ่งในตลาดต่างประเทศต้องทำตลาดให้ผู้บริโภคเห็นภาพชัดเจน บางอย่างใช้วืธีการ "เอาโลกล้อมประเทศ" เช่น ความต้องการสินต้าจากจีน เมียนมา ฯลฯ จะส่งผลทำให้ลูกค้าคนไทยต้องการสินค้านั้นด้วย

สำหรับงาน Cosmoprof CBE ASEAN 2025 ระหว่างวันที่ 25 – 27 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) มิสทินได้จัดบูธแสดงสินค้าภายใต้ธีม “ช้างไทย” บริเวณ Hall 2 Booth no. L01 ตอกย้ำจุดยืนแบรนด์ไทยที่มีคุณภาพระดับสากลสู่สายตานานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นโดยชูรางวัลจากผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ ที่พิสูจน์ความสำเร็จในเวทีอินเตอร์ สะท้อนถึงคุณภาพและมาตรฐานระดับสากลของแบรนด์ไทยที่ต่างชาติยอมรับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...