โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้ำไทย-จีนเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจสำคัญ ลุยเดินหน้าส่งออกสินค้าเกษตร

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 04.56 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 04.55 น.
ภาพไฮไลต์

"รมว.พาณิชย์" ย้ำไทย-จีนเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจสำคัญ มั่นใจรัฐบาลนายกฯ แพทองธาร ทำเศรษฐกิจโตต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าขยายการค้า การลงทุน ส่งออกสินค้าเกษตร อาทิ มัน ทุเรียนไปจีน

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้ปาฐกถาพิเศษในงานดินเนอร์ทอล์ค "50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน" จัดโดยหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งความสัมพันธ์ไทย-จีนเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน ไทยยังคงเดินหน้าส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ควบคู่กับการยกระดับความร่วมมือในประเด็นการค้าสมัยใหม่ ทั้งด้านเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยีและเศรษฐกิจสีเขียว

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เติบโตเฉลี่ยเพียง 1.9% และแม้จะมีความท้าทายจากภาระหนี้ แต่มีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน โดยเฉพาะด้านการส่งออก เห็นได้จากในช่วง 8 เดือน ภายใต้การบริหารของรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี การส่งออกไทยเติบโตถึง 13.3% ขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา รวมถึง 5 เดือนแรกของปี 2568 ที่การส่งออกเติบโตถึง 14.9% โดยเฉพาะเดือนพฤษภาคมขยายตัวถึง 18.4% สะท้อนถึงศักยภาพและความสามารถการแข่งขันของสินค้าไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ที่ไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตอันดับต้นของโลก

นายพิชัย กล่าวต่อว่า การส่งออกที่เติบโตไม่ใช่เพียงเพราะแรงสนับสนุนจากสถานการณ์ภายนอกเท่านั้น แต่เกิดจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นสูงถึง 2.58 ล้านล้านบาทในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดความมั่นคงในภาคการผลิตและการส่งออก โดยเฉพาะการลงทุนจากจีนในภาคเทคโนโลยีขั้นสูง ในด้านความร่วมมือกับจีนนั้น ไทยยังคงรักษาความสัมพันธ์อันดีอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงพาณิชย์ได้หารือกับรัฐบาลจีนเกี่ยวกับประเด็นด้านการค้าหลายด้าน เช่น การตรวจสอบคุณภาพสินค้าด้อยคุณภาพและนอมินี การนำเข้ามันสำปะหลังจากไทยถึง 9.20 ล้านตันหัวมันสด (คิดเป็น 3.87 ล้านตันมันเส้น) มูลค่า 23,765 ล้านบาท เพื่อลดผลกระทบจากราคาตลาดโลก และความร่วมมือในการส่งออกทุเรียนไทย ซึ่งจีนให้ความร่วมมือในการลดอัตราการตรวจสอบลงเหลือ 30% และเปิดโอกาสให้ล้งที่มีคุณภาพสามารถส่งออกได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ยังหารือถึงแนวทางในการลดความเหลื่อมล้ำทางการค้า โดยขอให้จีนเพิ่มการนำเข้าสินค้าไทยเพื่อลดการขาดดุลทางการค้า ซึ่งปัจจุบันไทยขาดดุลจีนมากกว่า 1.7-1.8 ล้านล้านบาทต่อปี รวมถึงการเร่งใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) ให้ได้มากที่สุด ซึ่งอาเซียนและจีนได้สรุปผลการเจรจายกระดับความตกลง ACFTA หรือ ACFTA 3.0 ได้แล้วเมื่อเดือนที่ผ่านมา และการใช้ประโยชน์จากความตกลง FTA ฉบับอื่น เช่น กับอียู ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปการเจรจาได้ภายในปีนี้

อย่างไรก็ตาม ไทยยังมุ่งหวังให้ประเทศเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น AI ดาต้าเซ็นเตอร์และเซมิคอนดักเตอร์ โดยปัจจุบันมีการลงทุนจากบริษัทชั้นนำของโลกทั้งจากจีนและสหรัฐฯ เข้ามาในไทย เช่น TikTok ที่ประกาศลงทุนในไทยมูลค่า 8.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ และการลงทุนจากสหรัฐฯ ในดาต้าเซ็นเตอร์กว่า 5 พันล้านเหรียญ ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของภูมิภาค

นายพิชัย กล่าวอีกว่า ไทยในฐานะประเทศขนาดเล็กจำเป็นต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ในการเจรจาและดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างจีนและสหรัฐฯ และนำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจไทย พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือระหว่างไทย-จีนจะยังคงแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นและร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคดิจิทัลและพลังงานสะอาดได้อย่างยั่งยืนซึ่งจีนยังคงเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทยมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2568 มูลค่าการค้าระหว่างไทย-จีนอยู่ที่ประมาณ 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวขึ้นจากปีก่อนถึง 24.2%

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ย้ำไทย-จีนเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจสำคัญ ลุยเดินหน้าส่งออกสินค้าเกษตร

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...