โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ภัยพิบัติด้านอากาศ ฉุดทุเรียน-มังคุดเกรดตกทุบราคาร่วง-ล้งเจ๊งระนาว

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 10.13 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 21.30 น.

สถานการณ์ทุเรียนภาคตะวันออกซึ่งเป็นแหล่งผลิตใหญ่สุดของประเทศปี 2568 ถือเป็นปีที่ภาคเกษตรกร โรงคัดบรรจุ (ล้ง) และส่งออกต้องร่วมไม้ร่วมมือกันอย่างเหนียวแน่น นับตั้งแต่ปลายปี 2567 สำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) แจ้งเตือนการปนเปื้อนแคดเมียม มาจนถึงสาร “Basic Yellow 2” หรือ “BY2” ในทุเรียนไทย ที่สามารถฝ่าด่านหินสามารถดึงห้องปฏิบัติการในประเทศมาแก้ปัญหาจนสามารถส่งออกได้ปกติ แต่ก็ยังแพ้ภัยธรรมชาติที่ทำให้วงการทุเรียน มังคุด ต้องยอมธงขาว และยกให้เป็นปีภัยพิบัติ ทำให้หลายโรงต้องปิดตัวลงก่อนจบฤดูกาลเป็นจำนวนมาก

นายสัญชัย ปุรณะชัยคีรี ที่ปรึกษาสมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สถานการณ์ทุเรียนภาคตะวันออกปี 2568 ในปีนี้เป็นปีภัยพิบัติดินฟ้าอากาศแปรปรวน บางช่างฝนตกมาก สภาพอากาศฟ้าปิดทำให้ทุเรียนสังเคราะห์แสงไม่ได้ เนื้อสุกไม่เสมอ ส่งไปต่างประเทศมีปัญหา มีผลทำให้ราคาปรับตัวลดลงมา เรื่อยๆ โดยทุเรียนขนาด A B และ C ราคาเฉลี่ย 80-90 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) จากในอดีตไม่ตํ่ากว่า 110 บาทต่อกก. ในบางลูกทุเรียนกินไม่ได้เพราะฉํ่านํ้า ต้องเคลมล้งให้ชดใช้ ทำให้ยอดการส่งออกน้อยลง ขณะที่ผลผลิตก็ไม่ได้มาก

เช่นเดียวกับราคามังคุด จากที่รับซื้อ 20-25 บาทต่อ กก. ในช่วงที่ผลผลิตออกมามากที่สุด แต่จากขนาดที่มีลูกเล็ก มีคุณภาพที่ไม่ค่อยดี และเป็นมังคุดที่อยู่ในช่วงฤดูฝน พอส่งไปขายต่างประเทศก็เหลือกิโลกรัมละ 14-15 บาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการปิดตัวลงไปมาก จากประสบภาวะขาดทุน เช่นเดียวกับทุเรียนก็ขายไม่ได้ราคา เพราะตัวเนื้อทุเรียนกินไม่ได้เพราะฉํ่านํ้า ส่งไปขายแล้วรับประทานไม่ได้ ต้องเคลมล้งให้ชดใช้ บางรายต้องปิดตัวลงก่อนจบฤดูกาลเช่นเดียวกับมังคุด

“เป็นปีแรกในชีวิตที่ทำธุรกิจทุเรียนมากว่า 40 ปี ไม่เคยเจอฝนฟ้าอากาศหนักแบบนี้มาก่อน ส่วนปัญหา “BY2” ไม่มีอยู่ในสวนทุเรียน แต่อยู่ที่ “กล่องรีไซเคิล” พอทุกคนรู้ปัญหาได้หันมาใช้กล่องใหม่ ปัญหาก็จบไป ทำให้ไทยสามารถส่งออกไปจีนได้ตามปกติ ถือเป็นโชคดีที่ไทยปรับตัวได้ทัน ส่วนเวียดนามที่ยังส่งออกไม่ได้ เนื่องจากมาตรฐานห้องปฏิบัติการในประเทศทางการจีนยังไม่รับรอง"

นายสัญชัย กล่าวอีกว่า จากข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ที่ส่งผลกระทบต่อการเปิด-ปิดด่านชายแดนของทั้งสองประเทศมีข้อจำกัด ได้ส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนของทั้งสองประเทศโดยเฉพาะการขนถ่ายสินค้าผักและผลไม้ติดขัด ส่งผลต่อคุณภาพสินค้าเสียหายถูกตีกลับ ทำให้เกษตรกรและผู้ค้าไทยเดือดร้อน ส่วนกัมพูชาก็กระทบด้านแรงงาน เพราะถ้าไม่มาทำงานก็ไม่ได้เงิน ปัจจุบันแรงงานกัมพูชาที่อยู่ในล้งทุเรียน ยังไม่ได้มีความเคลื่อนไหวอยากจะกลับบ้าน เพราะแต่ละคนมองเรื่องปากท้องสำคัญกว่านโยบายของรัฐบาล

ด้านนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดน ณ วันที่ 16 มิถุนายน 2568 ยังมีความไม่แน่นอน เรื่องเวลาเปิด-ปิดด่าน ขึ้นกับเงื่อนไขแต่ละวัน เช่นให้ผลไม้บางจังหวัดผ่านได้ ส่วนใหญ่จะเกิดที่บ้านแหลม บ้านผักกาด จ.จันทบุรี และคลองหาด จ.ตราด ซึ่งในพื้นที่ก็เจรจาผ่านด้วยดี แต่ก็ช้าบ้าง

ขณะที่นายรัฐวิทย์ ตั้งเกียรติพชร นายกสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย-กัมพูชา จันทบุรี กล่าวว่าด่านบ้านแหลมซึ่งเป็นด่านที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดจันทบุรี ปัจจุบันเปิดเฉพาะช่องคนเดินเท้า สำหรับคนไทย คนกัมพูชา และสัญชาติอื่นสามารถเดินทางเข้า-ออกได้ตามปกติ แต่ยังไม่เปิดประตูใหญ่สำหรับรถบรรทุกสินค้าเข้า-ออก ซึ่งวันนี้ที่ได้รับผลกระทบ ก็คือ “ลองกอง และมังคุด” ต้องส่งไปขายที่เวียดนาม จะใช้ด่านนี้ส่วนใหญ่ แต่โดยสรุปเดือดร้อนทั้งสองฝ่าย

“ข้อเสนอในส่วนของภาคเอกชนไม่ว่าจะเป็นสภาอุตสาหกรรม หรือหอการค้าไทย รวมถึงภาคเอกชนท้องถิ่น มีความคิดเห็นตรงกันว่า ควรถอดบทเรียนกรณีข้อพิพาทเขาพระวิหารก็ปิดจุดนั้น ส่วนจุดที่ไม่มีปัญหาก็ให้เปิดตามปกติก็จะลดความตึงเครียด อยากให้มองเป็นเรื่องผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ และทางรัฐบาลกัมพูชา ได้ร้องขอให้เปิดปกติ เหมือนกับว่าก็ยอมในระดับหนึ่งแล้ว แล้วถ้าไทยไม่ยอมเปิดให้ทางกัมพูชาก็มีมาตรการตอบโต้”

นายรัฐวิทย์ กล่าวอีกว่า ภาคเอกชน และประชาชนที่อยู่ชายแดนยอมรับว่ามีความอึดอัดใจ ทั้งนี้ในจุดใดที่เป็นเรื่องความมั่นคงหรือปกป้องอธิปไตยก็จัดการกันไป แต่จุดใดที่ไม่เป็นประเด็นและมีความสัมพันธ์ที่ดีกันอยู่ในเชิงพื้นที่ต้องให้สิทธิพื้นที่ในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะจังหวัดตราด ติดกับเกาะกง ,จันทบุรี ติดกับจังหวัดพระตะบอง และจุดผ่านแดนถาวรช่องผักกาด อ.โป่งนํ้าร้อน มีชายแดนติดกับ จ.ไพลิน เช่นเดียวกับ จ.สระแก้ว ซึ่งไม่ได้มีข้อพิพาทกันเลยก็ควรผ่อนปรน

หน้า 9 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 45 ฉบับที่ 4,106 วันที่ 19 - 21 มิถุนายน พ.ศ. 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...