โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

1.57 แสนล้าน อุ้มเศรษฐกิจไตรมาส 3 มั่นใจ ‘BOI’ ชูแผนเว้นภาษี-ปลุกลงทุน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 10.54 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 23.54 น.

ทุกฝ่ายเห็นด้วยรัฐบาลปรับแผนเพิ่มงบฯกระตุ้นลงทุน 1.57 แสนล้าน แก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อน “จุลพันธ์” ชี้เม็ดเงินต้องถึงชุมชนโดยตรง เพื่อหมุนเวียนเศรษฐกิจ ส่วนโครงการเงินดิจิทัลหากพร้อมสามารถนำกลับมาอีก ขณะที่เอกชนนำโดยสภาหอการค้าไทยเห็นด้วยปรับงบฯ พร้อมให้ข้อมูลรัฐบาลทำงานง่ายขึ้น ด้าน “บีโอไอ” ออกมาตรการควบคู่ ส่งเสริมศักยภาพเอสเอ็มอี ยกเว้นภาษี 5 ปี กรณีเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ ภาคส่วนต่าง ๆ เชื่อกระตุ้นลงทุนได้ดี แต่รัฐควรเข้ามาช่วยเรื่องสินเชื่อด้วย

จากกรณีคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 5 โครงการหลัก อาทิ โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและคมนาคม การท่องเที่ยว การลดผลกระทบส่งออก เพิ่มผลิตภาพ ตลอดจนเศรษฐกิจชุมชน เกษตรกร แก้ปัญหาถนนหนทางกระตุ้นเศรษฐกิจทุกมิติ ตั้งเป้าหมายกระจายเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ เพื่อรักษาการจ้างงาน และวางรากฐาน พร้อมเลื่อนการแจกเงินดิจิทัลออกไปก่อน

“จุลพันธ์” เผยตั้ง กก.เร่งรัด

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระบวนการพิจารณาโครงการต่าง ๆ ต้องดูอย่างละเอียด ซึ่งจากการประเมินเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 อาจมีผลกระทบที่ค่อนข้างมาก ดังนั้น รัฐบาลจึงวางแผนนำเงินงบประมาณดังกล่าวในช่วงไตรมาส 3 ให้ได้ และจะต้องเป็นงบฯผูกพันก่อนวันที่ 30 กันยายน 2568 พร้อมตั้งคณะกรรมการเร่งรัด

“รัฐบาลเชื่อว่ากรอบระยะเวลามีเพียงพอ แต่สิ่งที่สำคัญคือโครงการที่จะเข้ามาพิจารณา เม็ดเงินจะต้องลงไปถึงชุมชน โครงการที่เกิดขึ้นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจจริง ๆ ยืนยันว่าเม็ดเงินเหล่านี้จะเกิดประโยชน์ในวงกว้าง หมุนเวียนทางเศรษฐกิจ คอยประคับประคองสถานการณ์ให้ผ่านช่วงมรสุมนี้ไปได้” รมช.คลังกล่าว

เงินดิจิทัลอาจกลับมาใหม่

ส่วนกรณีการทบทวนโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเลตนั้น ต้องดูสถานการณ์เป็นรายไตรมาส และความเปลี่ยนแปลงจากการเจรจาระหว่างไทยกับสหรัฐว่าเป็นอย่างไร และปัญหาสงครามการค้ากับประเทศคู่ค้าต่าง ๆ หากวันหนึ่งรัฐบาลมีความพร้อมจะนำมากลับพิจารณาใหม่

ส่วนเม็ดเงินที่จะนำมาแจกเท่าไหร่นั้นจะต้องไปดูในวันข้างหน้าและพิจารณาในขั้นถัดไป แต่วันนี้รัฐบาลดูความจำเป็นเร่งด่วน โดยการดึงเม็ดเงิน 1.57 แสนล้าน มาใช้ในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องการบริหารจัดการน้ำ การคมนาคม พัฒนามนุษย์ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน

สภาหอฯเห็นด้วยปรับงบฯ

ส่วนความคิดเห็นภาคเอกชนเกี่ยวกับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เห็นด้วยที่จะปรับงบประมาณและการใช้เงิน เพื่อแก้ปัญหาที่ไทยกำลังประสบอยู่ รวมถึงสนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและใช้จ่าย ดีกว่าใช้งบประมาณแจกเงินทางเดียว

ตอนนี้จากสภาพเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจประเทศคู่ค้า และเศรษฐกิจในประเทศไทยเอง ต้องเร่งแก้ไขโดยด่วนโดยเฉพาะปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่ติดขัด ทั้งภาคส่งออก การบริโภค การท่องเที่ยว ซึ่งมีห่วงโซ่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเอสเอ็มอีและแรงงานจำนวนมาก

พร้อมชงข้อมูลถึงรัฐบาล

“การปรับแก้โครงสร้างทางเศรษฐกิจดีกว่าแจกเงินเฉย ๆ โดยรัฐต้องคัดกรองประเด็นที่ต้องเข้าประคองก่อน อย่างการส่งออก การผลิต การท่องเที่ยว เมื่อดีก็จะดันการบริโภค ส่วนการลงทุนโครงการขนาดใหญ่อาจใช้งบประมาณปีถัดไป ด้วยโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ต้องใช้เวลาและงบประมาณสูง หอการค้าไทยเราสนับสนุนมาตรการที่รัฐจะออกมาช่วยเหลือ และพร้อมเข้าไปหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อเท็จจริงถึงแนวคิดภาคเอกชนต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะสั้น”

วันนี้รัฐต้องจำแนกและออกมาตรการที่ลงไปในแต่ละอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจอาจไม่เหมือนกันทั้งหมด ต้องทำอย่างไรให้เกิดรายได้ ธุรกิจมีสภาพคล่อง เอกชนเราพร้อมให้ข้อมูลทุกด้าน ก็หวังว่าจะได้พบคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจจากนี้

“บีโอไอ” ออกมาตรการควบคู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การออกแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ทำงานควบคู่กันด้วยการรื้อแผนส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทย รวมถึงงดส่งเสริมกิจการที่อาจมีปริมาณผลิตเกินความต้องการ และลดความเสี่ยง ปรับปรุงการจ้างงานบุคลากรต่างชาติ เป็นต้น

โดยการประชุมของบีโอไอครั้งล่าสุดเห็นชอบมาตรการส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทยเพื่อรองรับโลกยุคใหม่ โดยเพิ่มสิทธิประโยชน์เอสเอ็มอีที่ปรับเปลี่ยนเครื่องจักร การใช้ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีดิจิทัล การประหยัดพลังงาน จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ 5 ปี ในวงเงิน 100% จากเดิมยกเว้นภาษีเงินได้ 3 ปี ในวงเงินไม่เกิน 50% ของเงินลงทุนในการปรับปรุงประสิทธิภาพ

ที่ประชุมยังเห็นชอบมาตรการส่งเสริมการลงทุนกิจการด้านการท่องเที่ยวในเมืองรอง โดยกรณีการลงทุนตั้งสถานประกอบการในเมืองรอง 55 จังหวัดจะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติมเป็น 8 ปี จากเดิม 5 ปี สำหรับกิจการโรงแรม หากตั้งในเมืองรอง จะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 5 ปี จากเดิม 3 ปี

เบรกลงทุนเกินความต้องการ

ส่วนมาตรการด้านป้องกัน อาทิ งดให้การส่งเสริมกิจการที่อาจมีปริมาณผลิตเกินความต้องการ กิจการที่มีความเสี่ยงต่อมาตรการสหรัฐและประเทศอื่น ๆ เช่น กิจการผลิตเซลล์และแผงเซลล์แสงอาทิตย์ แบตเตอรี่กลุ่มตะกั่ว-กรด อุปกรณ์เสริมและอุปกรณ์ตกแต่งยานพาหนะ

เพิ่มความเข้มข้นในการพิจารณากระบวนการผลิตที่เป็นสาระสำคัญ สำหรับบางกิจการที่มีความเสี่ยงจะได้รับผลกระทบจากมาตรการการค้าสหรัฐ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์โลหะ และอุตสาหกรรมเบา โดยปรับเงื่อนไขการจ้างงานต่างชาติ สำหรับกิจการผลิตที่ขอรับการส่งเสริมลงทุนและมีการจ้างงานทั้งบริษัทตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปจะต้องมีการจ้างบุคลากรไทยไม่น้อยกว่า 70% ของการจ้างงาน

BOI ช่วยส่งเสริมการจ้างงาน

ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มาตรการสนับสนุน SMEs ล่าสุดของบีโอไอสามารถตอบโจทย์ผู้ประกอบการให้เพิ่มศักยภาพการแข่งขันและลงทุนนำเทคโนโลยีมาอัพเกรดการผลิต

ขณะเดียวกัน มาตรการด้านส่งเสริมการจ้างงานคนไทย การใช้สินค้าในประเทศ และการท่องเที่ยว รวมถึงการลดการสนับสนุนสินค้าบางกลุ่มที่เป็นเป้าของกำแพงภาษี เป็นอีกจุดที่จะช่วยแก้ปัญหาระยะสั้นและผลกระทบจากกำแพงภาษีของสหรัฐ และกระตุ้นเศรษฐกิจได้ด้วย

ส.อ.ท.ชี้เอสเอ็มอีหมดแรงลงทุน

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจโลกผันผวนหนัก ยังไม่สามารถคาดการณ์สถานการณ์ตลาดการค้าโลก ว่าได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีทรัมป์ขนาดไหนซึ่งรัฐก็พยายามหามาตรการมาช่วยเหลือ อย่างการออกมาตรการส่งเสริมศักยภาพ SMEs จะทำให้เกิดการลงทุนบ้าง

ขณะนี้ปัญหาใหญ่ของเศรษฐกิจไทย คือ หนี้ครัวเรือนที่มีอยู่สูงมาก เงินทุนที่ยังไม่ถูกปลดล็อก การจะลงทุนเพื่อขยายธุรกิจจึงเป็นเรื่องยาก ที่สำคัญรัฐควรออกมาตรการการดูแลผลกระทบจากการส่งออกที่อาจชะลอตัว เพราะมันอาจทำให้เกิดการเลิกจ้างแรงงาน และต้องควบคู่ไปกับการมีมาตรการการดูแลสินค้า SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศเข้ามาทุ่มตลาดในประเทศด้วย เราอยากเน้นมาตรการที่เข้ามาช่วยดูแลผู้ประกอบการรายเล็ก

เว้นภาษีช่วยดึงดูดเอกชน

นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวว่า สมาพันธ์สนับสนุนนโยบายมาตรการช่วย SMEs ในการลงทุนเครื่องจักรใหม่ และดิจิทัลเทคโนโลยี AI ที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้จาก 3 ปี 50% เป็น 5 ปี 100% ซึ่งสามารถดึงดูดการลงทุนได้มาก

บีโอไอมีบทบาทสำคัญต่อการส่งเสริมการลงทุนให้ SMEs เพราะจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มสัดส่วนจีดีพี SMEs และจีดีพีประเทศ เพิ่มโอกาสปรับเปลี่ยนธุรกิจให้มีศักยภาพที่ดีขึ้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง

ชี้สอดคล้องอุตฯยั่งยืน

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย กล่าวว่า การเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อสนับสนุนให้ SMEs ลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพ ถือเป็นมาตรการที่เหมาะสมและจำเป็นในยุคที่เศรษฐกิจไทยต้องเร่งปรับตัว หากมีมาตรการสนับสนุนด้านเทคนิคควบคู่กัน เช่น ศูนย์ให้คำปรึกษาและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การช่วยให้เข้าถึงสินเชื่อ ซึ่งเป็นคอขวดของการส่งเสริมปัจจุบัน

ส่วนการงดส่งเสริมกิจการที่อาจก่อให้เกิดปัญหา Oversupply หรือมีความเสี่ยงต่อมาตรการกีดกันทางการค้าจากประเทศคู่ค้า ถือเป็นการปรับนโยบายเชิงรุกที่เหมาะสมกับสถานการณ์โลกปัจจุบัน นอกจากนี้ยังช่วยให้ทรัพยากรถูกจัดสรรไปยังอุตสาหกรรมอนาคต หรือกิจการที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง สอดคล้องกับทิศทางอุตสาหกรรมยั่งยืน และลดแรงกดดันจากมาตรการ CBAM และการสอบสวนแหล่งกำเนิดสินค้า

หนุนเพิ่มสัดส่วนแรงงานไทย

“การกำหนดให้กิจการที่ได้รับส่งเสริมและมีการจ้างงานตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ต้องมีสัดส่วนการจ้างแรงงานไทยไม่น้อยกว่า 70% พร้อมกำหนดรายได้ขั้นต่ำของแรงงานต่างชาติ และการปกป้องตลาดแรงงานไทยจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ควรทำควบคู่กับการพัฒนาทักษะแรงงานไทยให้ทัดเทียม”

นอกจากนี้ การกำหนดให้กิจการที่เสี่ยงต่อมาตรการการค้าของสหรัฐ ต้องมีระบุกระบวนการผลิตที่เป็นสาระสำคัญ เช่น การแปรสภาพวัตถุดิบให้เกิดการเปลี่ยนพิกัดศุลกากรอย่างน้อย 4 หลัก ถือเป็นมาตรการเชิงเทคนิคในการป้องกันข้อกล่าวหาด้านแหล่งกำเนิดสินค้า ซึ่งเป็นประเด็นที่กำลังถูกจับตา เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และโลหะ

เชียงใหม่ชี้ SMEs ไม่มีเงิน

ส่วนความเคลื่อนไหวในระดับภูมิภาค นายจุลนิตย์ วังวิวัฒน์ ประธานอาวุโส หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การปรับมาตรการของ BOI มองว่าตอบโจทย์เพียงส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอสเอ็มอีขนาดเล็กไซซ์ S และ M กำลังประสบปัญหาเรื่องการเข้าถึงสินเชื่อหรือแหล่งทุน ขณะที่สถาบันการเงินก็ไม่อยากรับความเสี่ยง ทำให้การขอสินเชื่อเป็นไปได้ยากมาก

ประเด็นคือเอสเอ็มอีในเชียงใหม่อยู่ในสภาวะขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนัก และมีภาระต้นทุนทางการเงินและค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่ค่อนข้างสูงมาก ทุกคนอยู่ในสภาพรัดเข็มขัด ลดการจ้างงาน และชะลอการลงทุน ดังนั้น รัฐบาลต้องเข้ามาซัพพอร์ตเอสเอ็มอีและแก้ไขให้ตรงจุด คือทำให้เอสเอ็มอีมีสภาพคล่องด้วยการคุยกับสถาบันการเงินให้ลดเงื่อนไขลง

ลำปางขอโฟกัส 10 เมืองรอง

นายพีระรักษ์ พิชญกุล ประธานหอการค้าจังหวัดลำปาง กล่าวว่า การส่งเสริมการลงทุนด้านการท่องเที่ยว 55 เมืองรอง เป็นการยิงที่กระจายมากเกินไป ยังไม่ตอบโจทย์และไม่จูงใจผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่เป็นเอสเอ็มอีมากนัก เพราะนอกจากปัญหาสภาพคล่องแล้ว ผู้ประกอบการที่พอมีเงินอยู่บ้างก็จะถือเงินไว้ในมือ และชะลอการลงทุนออกไปก่อน ดังนั้น รัฐบาลควรโฟกัสแค่ 10 เมืองรองที่เป็นปริมณฑลของเมืองใหญ่ ซึ่งเป็นนโยบายยุคนายกฯเศรษฐา ซึ่งหากโฟกัสแค่ 10 เมืองรองจะมีการเชื่อมโยงและเอื้อเศรษฐกิจต่อกันอย่างครอบคลุม และกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากกว่า

สงขลา-ระยองจูงใจลงทุน

นายกร สุริยะพันธ์ ประธานสมาพันธ์ SME ไทยจังหวัดสงขลา และประธานสมาพันธ์ SME ไทยกลุ่มภาคใต้ชายแดน กล่าวว่า ประเด็นที่รัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจโดยให้ BOI ลดหย่อนภาษีรายได้ในการลงทุน 100% กับผู้ประกอบการ SMEs 5 ปี จะเป็นแรงจูงใจในการต่อยอดหรือขยายกิจการหรือจะมีการลงทุนใหม่

นายทินกร ลาวัณย์เสถียร ประธานหอการค้าจังหวัดระยอง กล่าวว่า มาตรการของ BOI ดีมาก เพราะจะทำให้ SMEs ที่เดิมลังเลจะลงทุนเพราะกำไรสุทธิต่ำ หรือต้องการความคุ้มในการตัดสินใจซื้อเครื่องจักรใหม่ รายเล็กจะได้แรงจูงใจเพิ่ม เพราะต้นทุนเครื่องจักรเป็นภาระหลัก และหากได้ยกเว้นภาษีเต็มจำนวนที่ลงทุน จะช่วยให้กล้าตัดสินใจเร็วขึ้น เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นได้ดีขึ้น

ศรีสะเกษห่วงนอมินีแฝง

นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า การออกมาตรการส่งเสริมกิจการท่องเที่ยวในเมืองรอง 55 จังหวัด ถือเป็นมาตรการเชิงบวก สร้างโอกาสที่ดีต่อการดึงดูดการลงทุน ขณะเดียวกัน รัฐบาลควรออกมาตรการเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการรายเดิม โดยเฉพาะ SMEs ขนาดกลางและขนาดเล็ก ให้เอื้อต่อการลงทุนเพิ่ม

สิ่งที่ยังคงเป็นกังวล ได้แก่ การเพิ่มสิทธิประโยชน์แก่ SMEs ไทย โดยยกเว้นภาษีเงินได้ ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่ าผู้ขอยื่นจดทะเบียนต้องไม่เป็นนอมินี ซึ่งอาจทำให้ผู้ประกอบการคนไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงขั้นตอนการขอสิทธิ BOI มีความยุ่งยาก ควรส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) แต่ละเมือง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวต่อการลงทุน

ปทุมฯแนะสร้างดีมานด์รองรับ

นายสมควร จันทร์แดง ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า การอนุมัติมาตรการชุดใหญ่รับมือกำแพงภาษีสหรัฐถือเป็นแนวคิดที่ดี แต่ผู้ประกอบการขนาดเล็กอาจไม่ได้รับประโยชน์มากนัก ปัจจุบันความต้องการในประเทศไม่เกิดขึ้น

รัฐบาลควรออกโครงการส่งเสริมควบคู่ เช่น กิจการที่มีปริมาณผลิตเกินความต้องการอย่างแผงโซลาร์เซลล์ รัฐสามารถออกมาตรการส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมนำสินค้าเหล่านั้นมาขายในราคาที่ถูก เป็นการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 1.57 แสนล้าน อุ้มเศรษฐกิจไตรมาส 3 มั่นใจ ‘BOI’ ชูแผนเว้นภาษี-ปลุกลงทุน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...