“พิชัย” เชื่อ ปิดดีลเจรจาภาษีสหรัฐฯ ได้ก่อน 1 ส.ค. และต่ำกว่า 36% ยืนยันยังมีความหวัง
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่ สหรัฐส่งจดหมายเรียกเก็บภาษีนําเข้าจากไทย 36% ว่า ทุกคนคงได้ทราบข่าวแล้วว่ามี 10 กว่าประเทศ ที่สหรัฐฯ ประกาศขึ้นอัตราภาษี โดยในข้อความระบุว่าให้ประเทศเหล่านี้เร่งเจรจา ก่อนวันที่ 1 ส.ค. 68 ซึ่งสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะการเจรจาต้องใช้เวลา โดยอัตราภาษีที่ประกาศ มีอยู่ 2-3 ลักษณะคือ ถ้ายังไม่ได้เจรจา หรือภาษีอยู่ในอัตราที่เหมาะสมอยู่แล้ว ก็จะยืนตามเดิม
ส่วนกลุ่มประเทศที่อัตราภาษีเกิน 40% ก็จะถูกดึงลงมาเพื่อให้อัตราอยู่ที่ 40% นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มที่อัตราคงเดิม และประเทศที่เคยส่งข้อเสนอไปแล้ว จะมีการปรับเข้ากลุ่ม เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เราจึงต้องใช้เวลาช่วงนี้ทำงานให้หนักขึ้น
มั่นใจว่าข้อมูลที่ส่งไปก่อนหน้านี้ ผู้ปฏิบัติได้รับแล้ว แต่การที่หนังสือที่ประกาศขึ้นอัตราภาษีออกมาในวันนี้นั้น หากไม่ประกาศก็จะทำงานต่อไม่ได้ เรายังมั่นใจว่า อัตราภาษีที่ไทยจะได้รับภายหลังการยื่นข้อเสนอใหม่
จะทำให้ไทยอยู่กลุ่มระดับเดียวกันกับประเทศที่เป็นคู่แข่งทางการค้า และการส่งออกของไทย เช่น เวียดนาม ทำให้เราสามารถแข่งขันได้ ส่วนข้อเสนอใหม่ที่เรายื่นไปนั้น เราลดภาษีนำเข้าให้กับสินค้ามากกว่า 90% ของจำนวนสินค้านำเข้าทั้งหมดจากสหรัฐ โดยส่วนใหญ่จะได้อัตราภาษีที่ 0% มีสินค้าอีก 10% เท่านั้นที่ไม่สามารถลดภาษีได้ เนื่องจากจะกระทบกับกลุ่มผู้ผลิตในประเทศไทยและการทำสัญญา การค้าเสรี หรือ FTA กับบางประเทศ
เมื่อถามว่า อัตราภาษีที่คาดหวังไว้อยู่ที่เท่าไหร่ นายพิชัย กล่าวว่า ขอให้อยู่ในกลุ่มที่แข่งขันได้ สินค้าใดที่ส่งออกเช่นเดียวกับประเทศอื่น ก็ควรอยู่ในกลุ่มเดียวกัน โดยอัตราภาษี 36% นั้น ไม่ได้บังคับใช้ ในสินค้าทั้งหมด อย่างไรก็ตามในข้อเสนอใหม่ของไทย เราไม่ได้ไปขอลดอัตราภาษีจาก 36% แต่สิ่งที่ทำคือ เจรจาว่าจะมีความร่วมมืออย่างไรบ้าง ส่วนสินค้าที่เรานำเข้ามานั้นจะมีหน้าตาอย่างไร สหรัฐฯ ได้นำเรื่องนี้ไปพิจารณา และทำงานร่วมกับเราเสร็จแล้ว หลังจากนั้นเค้าจะเป็นฝ่ายตอบ ว่าอัตราภาษีจะเป็นเท่าไหร่ เชื่อว่าจะไม่ใช่อัตราเดียว แต่อาจจะเป็นอัตราที่สอดคล้องกับสินค้านั้นๆ
ส่วนกรณีที่ประเทศไทยเข้าร่วมกลุ่ม BRICS จะทำให้เกิดปัญหาหรือไม่ นายพิชัย กล่าวว่า เราเป็นเพียงพาร์ทเนอร์ และเป็นแค่เข้าไปเรียนรู้และสังเกตการณ์มากกว่า คิดว่าวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปเยอะ จึงใช้วิธีคิดแบบเดิมไม่ได้ เราจึงต้องอยู่ให้ได้กับทุกฝ่าย ส่วนจะต้องชี้แจงกับสหรัฐฯ ด้วยหรือไม่นั้น ต้องดูด้วยว่าสหรัฐฯ จะส่งอะไรมาถึงเรา
เมื่อผู้สื่อข่าวถามยํ้าว่า เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดหรือไม่ ที่เป็นพาร์ทเนอร์ กลุ่ม BRICS นายพิชัย กล่าวว่า ยืนยันว่าเราเป็นแค่ระดับพาร์ทเนอร์ คนอื่นไปถึงขั้นสมาชิกตั้งนานแล้ว เราก็ดูไปเรื่อยๆ ไม่ได้เสียหายอะไรหากเราจะเข้าไปดูว่าเขาขับเคลื่อนกันอย่างไร ยืนยันว่าตอนนี้จะทำงานอย่างหนัก หากมีอะไรต้องการความชัดเจน ตนเองก็พร้อมจะเดินทางไปเจรจาที่สหรัฐตลอดเวลา ส่วนสหรัฐจะตอบกลับข้อเสนอของไทยเมื่อไหร่นั้น เราไม่สามารถวางไทม์ไลน์ได้เลย
อย่างไรก็ตามหากสหรัฐฯ ไม่รับพิจารณาข้อเสนอ และไทยจะถูกจัดเก็บภาษีที่ 36% หรือไม่นั้น เรายังไม่ทราบ แต่ยืนยันว่าข้อเสนอของเรา เป็นข้อเสนอที่ดีและเปิดเผย ต้องคำนึงว่าข้อเสนอที่เราให้ไป ผู้เกี่ยวข้องก็จะมีอีกมาก จึงต้องทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจและยอมรับได้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลเดินเกมช้าไปหรือไม่ นายพิชัย กล่าวว่า ไม่ช้า เพราะในการทำสิ่งนี้ คนทำงานระดับนโยบายก็ส่งข้อความมา คนทำงานก็ทำงานไป แม้ตนจะเดินทางไปสหรัฐฯ ในวันที่ 1-3 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ก่อนหน้านั้น เราคุยกันตลอดเป็นระยะเวลากว่า 1 เดือน และไม่ได้คุยกันเฉยๆ แต่คุยถึงรายการสินค้าและลงรายละเอียด ดังนั้น ตนไม่ได้ไปเจรจาแค่เรื่องนโยบายอย่างเดียว แต่พูดคุยว่าสิ่งที่เราเสนอไป มีปัญหาอะไร และอยากได้อะไรเพิ่มเติมหรือไม่ จึงหมายความว่าเราไม่ได้ดำเนินการช้า
นายพิชัย ยืนยันว่า รัฐบาลมีแผนสำรองแน่นอน ไม่ว่าภาษีจะอัตรา 36% หรือต่ำกว่านั้น เพราะการค้าขายในโลกนี้ ต้องปรับกันใหม่ ส่วนการเยียวยาผู้ประกอบการนั้น อยู่ในแผนของรัฐบาลอยู่แล้ว แม้จะยังไม่มีข้อตกลง แต่การส่งออกก็อาจจะชะลอไป ซึ่งอาจมีผู้ได้รับผลกระทบบ้างแต่เราได้เตรียมการไว้อยู่แล้ว แต่จะจะมีการใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหลือ มาเยียวยาผู้ประกอบการหรือไม่ ต้องดูความจำเป็นว่าให้เหมาะสมถูกที่ถูกทางเพราะยังมีแหล่งเงินอื่นที่จะลงมาช่วยได้ ทั้งตลาดเงินและตลาดทุน
มั่นใจว่าข้อเสนอของไทยครั้งนี้จะได้รับข่าวดี เนื่องจากอธิบาย วัดผล และปฏิบัติได้ ซึ่งได้ผลต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำแล้วหาย เวลาเสนออะไรแล้ว จะรับปากเฉยๆ ไม่ได้ ต้องปฏิบัติได้ด้วย นายพิชัย กล่าว
เมื่อถามว่า จะมีการตั้งกองทุนขึ้นมาเยียวยาผู้ประกอบการหรือไม่ นายพิชัย กล่าวว่า มีการเก็บข้อมูลแล้ว ซึ่งแต่ละคนอาจเข้าถึงแหล่งเงินทุนไม่เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นเฉพาะกองทุน แต่อาจจะเป็นแหล่งเงิน แล้วแต่ชนิดของความช่วยเหลือ
ส่วนกรณีข่าวการขึ้นอัตราภาษีสหรัฐฯ กระทบความเชื่อมั่น โดยเฉพาะในตลาดหุ้น เช้าวันเดียวกันนี้ นายพิชัย กล่าวว่า เกิดขึ้นกับความรู้สึกของทุกประเทศคู่ค้า ตนเองประเมินสถานการณ์หลายประเทศ เขาก็ตกในที่นั่งคล้ายๆ เรา ซึ่งเป็นหน้าที่เราที่ต้องชี้แจง ที่ผ่านมาก็สุดๆ แล้ว แต่เชื่อว่าการใช้ความพยายามอย่างสูง และปัจจัยส่งออก จะช่วยทำให้จบได้
ขณะที่อัตราภาษีระดับใด ถึงจะเหมาะสมให้เราแข่งขันได้ นายพิชัย กล่าวว่า ต้องถามว่าแข่งกับใคร และเขาได้อัตราภาษีเท่าไหร่ ตรงนั้นคือคำตอบ ส่วนประเทศเวียดนามนั้น เป็นเรื่องของสินค้าบางชนิด
ผู้สื่อข่าวได้ถามทิ้งท้ายว่าทีมไทยแลนด์ จะบินไปเจรจากับสหรัฐฯ อีกเมื่อไหร่ นายพิชัย กล่าวว่า "ไม่อีกเมื่อไหร่ แต่จะประชุมทุกวันต่อไปนี้"
ต่อมา นายพิชัย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุ ทีมเจรจาสู้แล้ว สู้ต่อ สู้ไม่ถอยครับ ซึ่งจากจดหมายฉบับล่าสุด ทางสหรัฐยังไม่ได้พิจารณาข้อเสนอล่าสุดของเรา เราจะไม่หยุด จะสู้ต่อไป เราจะหามาตรการเพิ่ม หาทางออกเพิ่ม เพื่อให้มั่นใจว่า เราทุกคนได้สู้จนถึงที่สุด เพื่อให้ประเทศไทยได้ข้อเสนอที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ทรัมป์” ส่งจดหมายแจ้งเก็บภาษีศุลกากรไทย 36% เท่าเดิม
รู้จักภาษีทรัมป์ (Reciprocal Tariffs) ชนวนสงครามการค้ากำแพงภาษี ป่วนโลก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พิชัย” เชื่อ ปิดดีลเจรจาภาษีสหรัฐฯ ได้ก่อน 1 ส.ค. และต่ำกว่า 36% ยืนยันยังมีความหวัง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com