“ใบเตย อาร์สยาม” เปิดใจน้ำตาคลอ! โรคซึมเศร้ารุมเร้า รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิด – “ดีเจแมน” รู้สึกผิดสุดหัวใจ
“ใบเตย อาร์สยาม” เปิดใจน้ำตาคลอ! โรคซึมเศร้ารุมเร้า รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิด – “ดีเจแมน” รู้สึกผิดสุดหัวใจ
โอ๊ยยยคุณขา! มาดามถึงกับวางแก้วชานมไข่มุกไม่ลง เมื่อเห็นข่าวล่าสุดของอดีตนักร้องลูกทุ่งสายแดนซ์ “ใบเตย อาร์สยาม” ที่งานนี้ไม่ได้มาเต้น “เช็คเรตติ้ง” แต่มาเปิดใจถึงชีวิตสุดบอบช้ำ หลังเผชิญมรสุมลูกใหญ่จนถึงขั้น เป็นโรคซึมเศร้า
เรื่องที่เจอมา เหตุการณ์มันอยู่ในใจมันเอาออกไม่ได้ จนเป็นซึมเศร้า?
ใบเตย : ใช่ค่ะ ถ้านับไปก็เกือบ 2 ปีแล้วค่ะ ตั้งแต่อยู่ในนั้นแล้วออกมา เราก็รักษาตลอด โรคซึมเศร้าจะหยุดยาได้ต้องให้แพทย์เป็นคนสั่ง โอเคเรารู้สึกว่าดีขึ้นแล้ว ก็หยุดยาเอง พอหยุดเองมันก็กลับมา
ดีเจแมน : ตอนแรกพี่เป็นคนให้หยุด
ใบเตย : โรคซึมเศร้าคุณหมอก็บอกแล้วมันเป็นเหมือนหวัด มันสามารถกลับมาได้ตลอด ในขณะที่คนเป็นแล้ว ถ้ามีอะไรกระทบจิตใจ หรือมีเรื่องเครียดอะไร หรืออะไรที่เราย้ำคิด ย้ำทำ หรือยังลืมอดีตไม่ได้ ก็จะมีอาการ
ดีเจแมน : เราดูอาการเค้ามาตลอดตั้งแต่ออกมา บางทีหยุดก็ดีกว่า เค้าจะแฮปปี้ เริ่มมาเป็นปกติ บางทียาบางตัวที่เค้ากินมันก็ทำให้เค้าเหมือนเป็นอีกคนไปเลย ซึม นิ่ง หายไปเลย แล้วไม่มีพลังอะไรเหลือ เตยจะเป็นหนักๆ ช่วงก่อนมีประจำเดือน จะคิดเรื่องเก่า เรื่องที่เค้าเคยเจอ เรื่องที่ภูมิแฟนน้องลุกเสีย กลับมาคิด เราก็บอกว่า เห้ย..ที่รัก ตัวลุกเอง แฟนเค้าเอง เค้ายังมูฟออนแล้ว ลุกเค้ามีความสุขกับชีวิต ทำงานแล้ว ยูไม่จำเป็นต้องแบกทุกอย่างไว้ ยูต้องแบกเรื่องเดียวคือลูก เรื่องอื่นยูไม่ต้อง คือเค้าเป็นคุณแม่คนเดิมไง ลูกสาวเค้าเยอะ คนนี้มีปัญหาทุกข์ใจอะไรเค้าเอากลับมาเก็บหมด มันไม่ได้
สิ่งที่มันกลับมาตลอด มันเป็นเรื่องที่ติดในหัวใจ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรบ้าง?
ใบเตย : บางทีเจอคนมีปัญหาคล้ายๆ เรา เจอคดีเหมือนกัน คือมันร้องไห้ เสียใจ หรือเศร้าง่ายๆ กับเรื่องที่มันคล้ายๆ กับที่เราเคยเจอ ใบเตยยังคงลืมอดีตไม่ได้ ยังรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นแหละ หลักๆ พอมันลืมไม่ได้ ภาพมันจะกลับมา
มันทำให้รู้สึกว่าเรามองโลกในแง่ร้ายขึ้นด้วยไหม?
ใบเตย : ใช่ค่ะ ค่อนข้างลุกดาวน์ตัวเอง พอคนเป็นโรคซึมเศร้า มันจะสิ้นหวังกับทุกอย่างเลย ตั้งแต่ตื่นยันหลับ สิ้นหวังหมด อันนั้นไม่ดี อันนี้ไม่อยากทำ ไม่อยากทำงาน ไม่อยากทำอะไรเลย รู้สึกว่าเราไม่ดีพอ รู้สึกว่าเราไม่เก่งพอแล้ว หมดสิ้นทุกอย่างแล้ว มันจะคิดแบบนั้นในหัวตลอด
ดีเจแมน : พี่เห็นนะ สิ่งมหัศจรรย์ที่เค้ากลับมามีความสุขอีกครั้งคืองาน ทุกครั้งที่เค้าได้ร้องเพลงเค้าจะลืมทุกอย่าง แววตาทุกอย่างเค้าจะมีความสุข เค้าจะกลับมาบอกปะป๊าแฟนคลับยังรักหนูอยู่เลย ยังให้กำลังใจ ก็บอกว่าใช่ที่รัก ทุกคนรักหนู ไม่มีใครไม่รักหนู เค้ามีความสุข เค้าเหมือนองค์ลง พอลงจากเวทีมาเค้าจะซึมเศร้า เรามองแล้วว่าถ้าคนป่วยจริงๆ จะร้องเพลงไม่ได้ แต่นี่เค้าทำสิ่งที่เค้ารักได้อยู่ ผมว่าตรงนี้มันแก้ไขได้โดยการที่คิดบวก มองบวก คือทรงผมตามจริงไม่น่าจะมองอะไรบวกได้นะ แต่กลายเป็นว่าพอเราเจออะไรแบบนี้ การคิดบวก มองบวกมันเป็นเรื่องสำคัญ และอีกสิ่งนึงที่ผมเป็นห่วงเค้าก็คือตอนเค้าออกมาก่อนผม เค้าไปบนบานศาลกล่าวไว้เยอะ อันนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคลของผม เสร็จแล้วไม่ได้ทำตามคำพูด มันจะไม่ค่อยดี เรามีวิธีของเราที่อยากให้เค้าทำคือจุดธูปกลางแจ้ง แล้วบอกว่าสิ่งที่ลูกพูดไป ลูกจะทำนะ คือผมว่ามันมีส่วน เพราะว่าผมมูหนักมาก อย่างเมื่อคืนก็ลากมาสวดมนต์ นั่งสมาธิเพราะเป็นวันเสาร์5 แล้วเราเอาน้ำมนต์มาลูบหัวเค้า ถ้าตอนไหนอารมณ์ไม่ดีจะบอกว่าเดี๋ยวหนูเป็นหวัด ต้องสระผมอีก แต่อย่างเมื่อวานเชื่อฟังดีทำไมไม่รู้ นอกจากพาลูกสาวสวดมนต์แล้ว พาเมียสวดมนต์ยากกว่าลูกสาว ตอนนี้เหมือนมีลูกสองคน
ดีเจแมนบอกว่าได้เห็นแววตา ตอนที่ไปเล่นคอนเสิร์ตได้กลับมาเป็นตัวเอง มีคุณค่าอีกครั้ง แต่มันจะมีแว๊บนึงที่ใบเตยคิดว่าไม่เหมาะกับบางงาน?
ใบเตย : ใช่ๆ มันคงเป็นการด้อยค่าตัวเอง การอยู่ในนั่นของเราบางทีมันทำให้เราเสียความเป็นมนุษย์ไปเยอะ ตอนแรกๆ หนูไม่กล้ารับงานอะไรมากมาย ที่แบบต้องเจอคนเยอะๆ รู้สึกว่าคนจะยอมรับเราหรือเปล่า คนจะคิดว่าเราเป็นคนไม่ดีอยู่หรือเปล่า มันก็มีความคิดตรงนี้มาอยู่ตลอด แต่พอตัดสินใจมารับงาน มันทำให้เรามีความสุขกับหน้าเวทีมากขึ้น สุดท้ายได้รู้ว่าเสียงเพลงหรืออะไรพวกนี้เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงเรากับทุกคนที่ยังรักเราอยู่เหมือนเดิม
ดีเจแมน : แต่ก่อนตอนคบกันใหม่ๆ ผมเป็นแพนิคขั้นรุนแรง เพราะเลิกทุกอย่างหมดเลย ขับรถคนเดียวไม่ได้ ต้องพาคุณพ่อไปจัดรายการด้วย เค้าก็ไม่เข้าใจเรา เค้าก็ด่าเรา โอ้ย…ไม่ตายหรอกอย่างป๊า แพนิคอะไรไม่มีหรอก ทรงนี้ไม่มีตายหรอกค่ะ เราแบบอะไรวะ ไม่เข้าใจเลย นี่คือคำว่าไม่เข้าเรา เราก็ต้องโทรหาคุณพ่อ ไปหาหมอ แล้วเราเป็นแพนิคขั้นรุนแรงมาก ไม่สามารถขับรถคนเดียวได้ ไม่สามารถไปไหนคนเดียวได้ จัดรายการยังต้องพาพ่อไปเลย พ่ออายุ60 กว่า ทุกคนงงหมดพาพ่อมาทำไม นี่ด่าตลอด หมายถึงตอนนั้นนะ ป๊าทรงป๊าไม่น่าเป็นแพนิคหรอกค่ะ มองคนละมุม แต่ตอนนี้เราเลยเข้าใจซึมเศร้ากับแพนิคมันไม่ต่างกัน มันต้องการคนเข้าใจ เพราะเรารู้ว่าเราต้องทำอะไร อย่างเมื่อวานนี้ถ่ายอยู่ ปะป๊าคุยเป็นเพื่อนหนูก่อน ก็บอกว่าเห้ย ไม่ไหว เหม็น อยากอยู่ด้วย เราก็นั่งคุยด้วย เราก็เข้าใจเค้าพยายามบอกยูมีอะไรดีๆ อีกเยอะในโลกใบนี้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือลูก ลูกคือพลังที่ดีที่สุด