โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สาวช้ำใจ แม่เอารูปไปใช้หลอกคุยกับผู้ชาย สุดท้ายลูกสาวถูกขู่ฆ่าเพราะบอกความจริง

Thaiger

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 13.27 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 06.27 น. • Thaiger ข่าวไทย

กำลังเป็นคลิปไวรัลที่คนทั่วโลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจไม่น้อยไปกว่าเรื่องการเมืองเลย เมื่อมีผู้ใช้ติ๊กต็อกชื่อบัญชี @napapaaaaaaaaaa ได้ออกมาโพสต์คลิประบายความในใจกับสิ่งที่แม่แท้ ๆ ของเธอทำขึ้น ซึ่งสร้างความเดือดร้อนและไม่ปลอดภัยให้กับทั้งตัวเธอและแฟนหนุ่มของเธอเป็นอย่างมาก เนื่องจากตอนนี้ทั้งคู่กำลังถูกขู่ฆ่าจากผู้ชายคนหนึ่งที่มาติดพันธุ์แม่ของเธอทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าแม่นำรูปภาพ รวมถึงคลิปตนไปใช้แอบอ้างคุยกับผู้ชาย โดยคลิปดังกล่าวยาวกว่า 12 นาที มีคนเข้ามาดูแล้ว 1 ล้านครั้ง

สาวเจ้าของโพสต์เล่าว่า“แม่ได้นำรูปเธอไปในทุกช่องทาง ทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ไลน์ ติ๊กต็อก ลงรูปลงโพสต์มาหลายปี ซึ่งก็มีผู้ชายมาติดพันหลายคนมาก และพวกเขาก็มีความหวังว่าจะได้คบกับเธอ โดยที่ไม่รู้ว่าที่คุยอยู่นั้นคือแม่ที่เอารูปเธอไปใช้แอบอ้าง ไม่ใช่ตัวเธอจริง ๆ เหตุการณ์มันอาจจะคุ้นเหมือนเคสหนึ่งที่เคยไปออกรายการโหนกระแส และตอนนี้มันก็เกิดขึ้นจริงแล้วกับตัวเธอ”

ลูกสาวถูกแม่นำรูปไปใช้คุยผู้ชาย สุดท้ายถูกขู่ฆ่าเพราะเล่าความจริง

เจ้าของคลิปเล่าต่อว่า“วันที่เธอจับได้ว่าแม่มีพฤติกรรมแบบนี้ ตัวแม่เองกลับไม่ยอมรับผิด แถมยังสร้างเรื่องขึ้นมาให้เธอกลายเป็นคนผิดเสียเอง เธอเป็นคนตัดสินใจติดต่อไปยังผู้ชายที่แม่คุยอยู่ได้ประมาณ 3 ปีกว่า ๆ ว่าที่คุยอยู่ทุกวันนี้คือ แม่ นะไม่ใช่ตัวเธอ แต่เขากลับไม่เชื่อ และแม่ของเธอเองก็ยังบอกให้อยู่เงียบ ๆ ไม่ต้องบอกความจริง

ผู้ชายคนนี้มักจะแวะเวียนมาที่บ้านบ่อย ๆ ทุกครั้งที่มาก็จะมีของฝากติดไม้ติดมือมาให้คนที่บ้านตลอด แต่เธอไม่เคยได้รับของพวกนั้น และไม่เคยเจอเนื่องจากอยู่กันคนละบ้าน เวลาผ่านไปผู้ชายเริ่มจริงจังในความสัมพันธ์ขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมันเป็นเวลา 3 ปีที่คุยกับแม่ของเธอ

หลังจากพยายามจะอธิบายความจริงทั้งหมดให้ผู้ชายคนนี้ฟัง ผู้ชายกลับโมโม และเลือกที่จะเชื่อแม่ของเธอเท่านั้น ผู้ชายคนนี้เริ่มตามมาถึงที่ที่เธออยู่ปัจจุบันเพื่อหวังบุกมาทำร้าย ทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยทั้งกับตัวเธอและแฟนตัวจริงของเธอ เธอจึงได้ออกมาอัดคลิปลงในช่องติ๊กต็อกเพื่อให้โลกโซเชียลช่วย เนื่องจากเธอคนเดียวไม่สามารถหยุดพฤติกรรมของแม่ได้

แม่พยายามใส่ร้ายเธอให้ผู้ชายคนนั้นฟังว่า เธอคือคนที่คุยกับผู้ชายคนนี้ตั้งแต่แรก ก่อนที่แม่จะมาคุยให้ช่วงหลัง และตอนนี้เธอก็ไปติดผู้ชายคนใหม่ แต่แม่ไม่อยากให้เลิกกับคนนี้ (ผู้ชายที่แม่แอบอ้างคุยด้วย) แม่จึงได้เอาโทรศัพท์ของลูกสาวมาคุยต่อเอง แม่ของสาวเจ้าของโพสต์แต่งเรื่องขึ้นมาเป็นตุเป็นตะ โยนความผิดให้ลูกตัวเอง และที่ช้ำไปกว่านั้นคือ ผู้ชายคนนั้นดันเชื่อในเรื่องโกหกนั้น และพยายามจะขู่ฆ่าเธอกับแฟนตัวจริง

ลูกสาวถูกแม่นำรูปไปใช้คุยผู้ชาย สุดท้ายถูกขู่ฆ่าเพราะเล่าความจริง-1
ลูกสาวถูกแม่นำรูปไปใช้คุยผู้ชาย สุดท้ายถูกขู่ฆ่าเพราะเล่าความจริง-5

@napapaaaaaaaaaa

เราอยากให้ทุกคนช่วยเราตัดสินเหตุการณ์นี้หน่อย เราไม่ไหวแล้ว!! เรื่องเป็นงี้… #แม่เราเอารูปเราไปใช้ คุยกับผู้ชายหลายคน เหตุการ์ที่ทำให้เราต้องออกมาโพสต์อะไรแบบนี้ เป็นเพราะเราอดทนกับเรื่องนี้ไม่ไหวแล้ว เรากับแฟนเรากำลังจะโดนตามฆ่า จากผู้ชายที่แม่คุย เรื่องมีอยู่ว่า แม่เราใช้รูปเราในทุกช่องทาง ทั้ง FB IG LINE TIKTOK ลงรูปลงโพสต์อะไรมานานหลายปี และมีผู้ชายเข้ามาติดพันธ์ ผู้ชายหลายคนมีความหวังว่าจะได้คบเรา แต่เค้าไม่รู้ว่าคนที่เค้าคุยอยู่นั่นคือแม่เรา เหตุการณ์อาจจะคุ้นๆ #โหนกระแส เรื่องก่อน แต่ใช่ มันเกิดขึ้นกับเราเหมือนกัน แต่หนักตรงที่ว่า ในวันที่โดนจับได้ แม่เราไม่ยอมรับผิด และสร้างเหตุการณ์ให้เราเป็นคนผิด ใช่เราเป็นคนบอกผู้ชายคนนั้นเองว่านั่นไม่ใช่เรา เป็นแม่เราที่เค้ากำลังคุยอยู่ ผู้ชายคนนี้คุยกับแม่เรามา 3 ปีกว่า โดยที่คิดว่าเป็นเรา และแวะเวียนมาที่บ้านตลอด โดยที่ไม่เคยเจอเรา เอาของฝากมาให้บ่อยๆ ฝากแม่เราบ้าง ฝากยายเราบ้าง ฝากน้องเราบ้าง แต่เราไม่เคยได้รับอะไรพวกนี้ ผู้ชายเริ่มลงลึกความสัมพันธ์ เริ่มจริงจัง เริ่มหวัง เราพยายามหาช่องทางติดต่อผู้ชายคนนี้ เพื่ออธิบายความจริงให้เค้าฟัง แต่เค้ากลับไม่เชื่อ ไปเชื่อแม่เรา หลังจากที่เราพยายามบอกความจริงผู้ชายคนนั้น แม่เรากลับต่อว่าเรา ให้เราอยู่เงียบๆ ทำไมต้องไปบอกความจริง เราพยายามที่จะพูดความจริงทุกอย่าง แต่ผู้ชายกลับโมโห และเลือกที่จะเชื่อแม่เราที่พยายามดันทุรังโกหก ทำให้เราเกิดความไม่ปลอดภัย จะมีการบุกมาทำร้ายเรา จะมาถึงที่ที่เราอยู่ เราอยากให้สังคมช่วยเรา เราคนเดียวหยุดแม่เราไม่ได้ **แม่ใส่ร้ายเราว่าเราเป็นคนคุยกับผู้ชายคนนี้เองตั้งแต่แรก แม่เพิ่งมาคุยให้ช่วงหลัง บอกว่าเราไปติดผู้ชายใหม่ แม่ไม่อยากให้เราคบกับคนนี้ เราเลยโกรธเพราะหลงผู้ชายมากเลยทำให้ทิ้งทุกอย่าง ทิ้งบ้าน ทิ้งงาน ทิ้งมือถือ แม่ไม่อยากให้เลิกกัน เลยไปเอามือถือเรามาคุยต่อ เผื่อว่าวันนึงเราจะกลับมา และบอกว่าแม่รับผิดเอง ลูกแม่มันไม่ดีเอง** (ประเด็นคือ เราไม่เคยทำอะไรแบบนี้เลย ทั้งหมดที่พูดมาแม่แต่งเรื่องทั้งหมด และโยนความผิดให้เรา และตอนนี้ผู้ชายดันเชื่อคำที่แม่เราโกหก และขู่จะฆ่าเรากับแฟน) ***ซึ่งในความเป็นจริง เราไม่เคยคุยกับผู้ชายคนนี้แต่แรก ไม่รู้จัก ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ไม่เคยคุย เคยเจออยู่บ้าง ไม่เกิน 2 ครั้ง แต่จะเป็นการที่แม่หลอกให้เราไปเจอ ให้เหตุผลว่าไปหาลูกค้าเป็นเพื่อนหน่อย*** จริงๆเรื่องนี้มีดีเทลรายละเอียดเยอะมาก ให้พิมพ์คงพิมพ์ไม่หมด แต่เราบอกเลย นี่ไม่ใช่การพูดลอยๆ ทุกอย่างเรามีหลักฐาน เราไม่ใช่คนผิด เราไม่ได้เป็นคนทำ ทุกอย่างแม่เราทำทั้งหมด เราอยากให้แม่เราหยุด หากใครที่เห็นโพสต์นี้ เหตุการณ์ครั้งนี้ หรือใครที่กำลังคิดว่าคุยกับเราอยู่ นั่นไม่ใช่เรา นั่นแม่เรา เค้ากำลังหลอกพวกคุณ เราเคยบอกให้แม่เราหยุด แต่เค้าไม่หยุด เชื่อเราเถอะ เราเก็บเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว ผู้ชายคนนี้ ไม่ใช่คนแรกที่โดน และไม่ใช่คนแรกที่ทำให้เรารู้สึกไม่ปลอดภัย แม่เราไม่มีเหลือความเป็นแม่คนตั้งแต่เอารูปเราไปใช้หลอกคนอื่นแล้ว เราไม่มีลูกเรายังรู้สึกว่าสิ่งไหนควรทำ สิ่งไหนไม่ควรทำ และที่น่าสลดใจไปกว่านั้นคือ แม่เราไม่มีสำนึก ไม่ยอมรับผิด ไม่สลดต่อเหตุการณ์นี้ ไม่มีความเป็นห่วงชีวิตเรา และยังแต่งเรื่องขึ้นเรื่อยๆ เหมือนเค้าจะทำให้มันเป็นเรื่องจริงให้ได้ เราอยากขอคนละ 1 แชร์ ถ้าเราตัดสินเค้าไม่ได้ เราอยากให้สังคมช่วยเราตัดสิน เสียงเราคนเดียว มันดังไม่พอที่จะทำให้เค้าหยุดและเลิกพฤติกรรมนี้ ใครรู้จักคนที่มีสื่อ มีเสียง ช่วยเราหน่อย ขอแรงคนไทยใส่ใจกัน #โหนกระแส #พุทธอภิวรรณ #คนไทยใส่ใจกัน

♬ เสียงต้นฉบับ – น้อยหน่า ขนาด 1 กิโล – น้อยหน่า ขนาด 1 กิโล

อ้างอิงจาก : TikTok @napapaaaaaaaaaa

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...