โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิจัยกสิกรฯ คาด กนง.รอบนี้คงดอกเบี้ย 1.75% ลุ้นครึ่งปีหลังลดต่ออีก 1 ครั้ง

Manager Online

เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 08.37 น. • MGR Online

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 25 มิ.ย.นี้ กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.75% หลังปรับลดมาแล้ว 0.50% ตั้งแต่ต้นปีนี้ เนื่องจากเชื่อว่า กนง.จะรอประเมินผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อของไทย ซึ่งขณะนี้ สหรัฐฯ ยังคงชะลอการเก็บภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) กับไทย รวมถึงประเทศอื่นไปจนถึงวันที่ 9 ก.ค.68

อีกทั้งเชื่อว่า กนง.คงต้องติดตามสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และทิศทางเงินเฟ้อของไทย เนื่องจากเงินเฟ้อของไทย มีความเชื่อมโยงค่อนข้างสูงกับราคาพลังงาน

"ภาพเศรษฐกิจไทย ยังไม่ได้ชะลอลงจากการประชุมในครั้งก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ กนง.มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้ เพื่อรักษาพื้นที่ทางนโยบายการเงิน (monetary policy space) สำหรับการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในจังหวะที่เหมาะสม และก่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดในระยะข้างหน้า" บทวิเคราะห์ระบุ

ขณะเดียวกัน ยังเห็นว่า ธปท. มีการใช้นโยบายทางการเงินอื่น ๆ โดยเฉพาะ "มาตรการคุณสู้เราช่วย" ซึ่ง ธปท.มองว่าอาจช่วยบรรเทาปัญหาหนี้ได้อย่างตรงจุด

สำหรับในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า กนง. มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 1 ครั้ง ตามแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง โดยมีปัจจัยดังต่อไปนี้

1. นโยบายภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariffs) ของสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอน หลังสิ้นสุดการชะลอปรับขึ้นภาษี 90 วัน แต่คาดว่าจะเห็นส่งออกไทยมีแนวโน้มหดตัวลึกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หลังจากมีการเร่งส่งออกอย่างมากในช่วงก่อนหน้า

2. จำนวนนักท่องเที่ยว มีโมเมนตัมอ่อนแรงลงตั้งแต่เดือนก.พ.ที่ผ่านมา และยังคงไม่เห็นภาพการฟื้นตัว ดังนั้น ภาคการท่องเที่ยวในปีนี้เผชิญความเสี่ยงที่จะเห็นการหดตัวของนักท่องเที่ยวเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี

3. แรงกดดันเงินเฟ้อ คาดว่าจะยังอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง แม้สถานการณ์ตะวันออกกลางจะผลักดันราคาน้ำมันดิบให้สูงขึ้นชั่วคราว เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศมีแนวโน้มชะลอลง ประกอบกับมีการไหล่บ่าเข้ามาของสินค้านำเข้าราคาถูก

4. ปัญหาด้านเสถียรภาพของรัฐบาล อาจส่งผลต่อการเบิกจ่ายงบประมาณ และแนวโน้มเศรษฐกิจ ส่งผลให้โอกาสที่ กนง.จะปรับลดดอกเบี้ยมากกว่า 1 ครั้งนั้นมีมากขึ้น

"อย่างไรก็ดี จังหวะในการปรับลดดอกเบี้ย คงขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อ ที่ออกมาในระยะข้างหน้าเป็นสำคัญ"

พร้อมมองว่า การคัดเลือกผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ ที่จะเริ่มเข้าดำรงตำแหน่งในเดือนต.ค.68 เป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตาม ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มนโยบายการเงินในไตรมาส 4/2568 ของปีนี้เป็นต้นไป

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...