โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

TCEB ผนึก THACCA จัด “อวดเมือง 2568” คัดเมืองนำร่อง ปั้นศก.ด้วยเทศกาล

Amarin TV

เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 11.19 น.
TCEB ผนึก THACCA จัด “อวดเมือง 2568 The Pitching” คัดเมืองนำร่อง ปั้นเศรษฐกิจด้วยเทศกาล

12 เมืองสร้างสรรค์จากทั่วไทย เตรียมขึ้นเวทีโชว์ศักยภาพใน “อวดเมือง 2568 The Pitching” บนเวทีระดับชาติอย่าง SPLASH Soft Power Forum 2025 เวทีนี้ไม่ใช่แค่การอวดเมือง แต่คือการเฟ้นหา 2 จังหวัดต้นแบบที่พร้อมก้าวสู่การเป็นเมือง “น่าลงทุน น่าอยู่ น่าเที่ยว” ด้วยพลังของ "เทศกาล" วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชนที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์พาวเวอร์อย่างแท้จริง

ในวันนี้ (9 ก.ค. 68) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB: Thailand Convention & Exhibition Bureau ร่วมกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ สาขาเฟสติวัล และสำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ หรือ THACCA: Thailand Creative Content Agency ได้จัดงานแถลงข่าวเชิญผู้สนใจร่วมสัมผัสพลังความคิดสร้างสรรค์จากทั่วประเทศในโครงการ “อวดเมือง 2568 The Pitching” ที่พร้อมเผยโฉม 12 จังหวัด 12 เมืองดาวเด่น ภายใต้เวที SPLASH Soft Power Forum 2025 ระหว่างวันที่ 8-11 กรกฎาคม 2568 ณ ฮอลล์ 1 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

โครงการนี้เฟ้นหาเมืองที่มีศักยภาพโดดเด่นผ่านการพิจารณาโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อค้นหา 2 จังหวัดต้นแบบที่พร้อมยกระดับสู่เมือง “น่าลงทุน น่าอยู่ น่าเที่ยว” อย่างยั่งยืน โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่รอบ“Final Pitching” ในวันที่ 11 ก.ค. กับการเปิดเวที City Showcase ให้ทั้ง 12 จังหวัดได้อวดอัตลักษณ์ท้องถิ่น เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และแนวคิดการพัฒนาเมือง ผ่านการนำเสนอสุดเข้มข้นที่สะท้อนเสน่ห์เฉพาะตัวของแต่ละพื้นที่

โครงการ “อวดเมือง 2568” และแนวคิดเบื้องหลัง

ในยุคที่เศรษฐกิจโลกขับเคลื่อนด้วยฐานความคิดสร้างสรรค์ ทรัพยากรอย่าง อัตลักษณ์ท้องถิ่น ความคิดสร้างสรรค์ และเรื่องเล่าเชิงวัฒนธรรม กำลังกลายเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ทรงพลัง เมืองต่างๆ จึงต้องหันกลับมาใช้ “ทุนทางวัฒนธรรม” เหล่านี้ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างงาน กระตุ้นการท่องเที่ยว ยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมสร้างภาพลักษณ์ และปรับโครงสร้างประชากรด้วยการดึงดูดคนรุ่นใหม่กลับสู่ถิ่นฐาน

เทศกาลในบริบทปัจจุบัน จึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเฉลิมฉลองประจำปี หรือเวทีแสดงวัฒนธรรมเชิงสัญลักษณ์อีกต่อไป แต่คือ“เครื่องมือเชิงกลยุทธ์” ที่สามารถเปลี่ยนแปลงเมืองได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน

โครงการ “อวดเมือง 2568” เกิดขึ้นจากความพยายามของภาคีหลักอย่าง THACCA และ TCEB ในการยกระดับเทศกาลให้กลายเป็น“สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” (Strategic Urban Asset) โดยยึดหลักการออกแบบเทศกาลจากอัตลักษณ์ท้องถิ่นแล้วเชื่อมโยงกับความต้องการของตลาด ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ เป้าหมายคือการเปลี่ยนเทศกาลให้กลายเป็นเครื่องมือพัฒนาเมือง ที่สามารถดึงดูดนักลงทุน นักสร้างสรรค์ และนักเดินทาง ผ่านการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ใช้ระบบคิดเชิงธุรกิจ และอาศัยพลังความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่

THACCA และ TCEB เชื่อว่า หากเทศกาลได้รับการพัฒนาอย่างมีระบบ เมืองจะสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนได้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นจากการจำหน่ายบัตร ของที่ระลึก เวิร์กช็อป ตลาดสร้างสรรค์ หรือกิจกรรมเชิงพาณิชย์ในรูปแบบ MICE เช่น การเจรจาธุรกิจ การเปิดตัวสินค้า และการประชุมเฉพาะทาง

นอกจากนี้ ยังสามารถวางแผนเพื่อดึงดูดการลงทุนระยะยาวในหลากหลายมิติ ทั้งด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการท่องเที่ยว การตั้งสตูดิโอถาวรของนักสร้างสรรค์ หรือความร่วมมือกับผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อสร้าง “ฤดูกาลแห่งการลงทุนประจำปี” ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน นักสร้างสรรค์ และนักเดินทาง พร้อมกันนั้นยังช่วยปรับภาพจำของเมือง และปลุกพลังความภาคภูมิใจให้กลับคืนสู่ชุมชน

แนวคิด “ราก” และ “แรง”: สูตรสำเร็จของเทศกาลที่เปลี่ยนเมือง

ในมุมมองของ THACCA และ TCEB หัวใจของเทศกาลที่สามารถขับเคลื่อนเมืองได้อย่างแท้จริง อยู่ที่การเชื่อมโยง “ราก” ได้แก่ อัตลักษณ์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชน เข้ากับ “แรง” หรือกลไกตลาด ความร่วมมือ และเครือข่ายพันธมิตร เทศกาลจึงไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงวัฒนธรรม แต่คือ “จุดตั้งต้น” ของการเปลี่ยนผ่านเมืองให้กลายเป็น “เมืองปลายทางแห่งอนาคต” ที่ยืนหยัดได้บนเวทีโลก

THACCA และ TCEB เสนอว่าเทศกาลที่จะมีศักยภาพในการพัฒนาเมือง ควรประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่

  • แนวคิดที่ชัดเจนและแตกต่าง: เทศกาลต้องมี “เรื่องเล่า” ที่แข็งแรง สะท้อนจุดแข็งของเมือง และเชื่อมโยงอัตลักษณ์ท้องถิ่นกับโอกาสทางเศรษฐกิจ
  • การบริหารจัดการที่ยั่งยืน: เทศกาลต้องสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยโมเดลธุรกิจที่พึ่งพาตนเอง มีรายได้หลากหลายช่องทาง ไม่ขึ้นกับงบประมาณภาครัฐ โดยอาศัยรายได้จากการจำหน่ายบัตร การสปอนเซอร์ ความร่วมมือกับธุรกิจ และกิจกรรมเชิงพาณิชย์อื่น ๆ
  • การมีส่วนร่วมจากคนทั้งเมือง: เทศกาลจะยั่งยืนได้จริงก็ต่อเมื่อประชาชนในพื้นที่รู้สึก “เป็นเจ้าของ” ทุกภาคส่วนต้องมีบทบาทร่วม ตั้งแต่เยาวชน ศิลปิน ผู้ประกอบการท้องถิ่น ครู องค์กรภาครัฐ จนถึงประชาชนทั่วไป เพื่อสร้างพลังขับเคลื่อนจากภายในที่มั่นคงและต่อเนื่อง

เมื่อเทศกาลถูกออกแบบและขับเคลื่อนภายใต้กรอบคิดดังกล่าว เมืองก็จะไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์อีกต่อไป แต่จะกลายเป็น “แพลตฟอร์ม” แห่งโอกาส ที่สามารถสร้างทั้งเศรษฐกิจใหม่ เครือข่ายใหม่ และความหวังใหม่ให้กับคนในชุมชนได้อย่างแท้จริง เป้าหมายของโครงการนี้จึงมุ่งหมายไปที่การ “ยกระดับเมืองด้วยพลังจากประชาชนและชุมชน” ผ่านแนวทางที่เป็นระบบ ครอบคลุม และมีเป้าหมายชัดเจน ดังนี้

  • เพื่อคัดเลือกจังหวัดต้นแบบ ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเทศกาลท้องถิ่น โดยขับเคลื่อนผ่านพลังของประชาชนและชุมชนอย่างแท้จริง
  • เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนจังหวัดที่มีความพร้อมในการยกระดับเทศกาลสู่การเป็นเทศกาลประจำเมือง ที่สามารถสร้างการรับรู้ในระดับประเทศและต่อยอดสู่เวทีนานาชาติ
  • เพื่อผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านการออกแบบเทศกาลที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมหรือภาคธุรกิจในพื้นที่ และมีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุนในระยะยาว
  • เพื่อสร้างแรงจูงใจในการกลับถิ่นฐาน และดึงดูดประชากรใหม่ โดยเน้นการพัฒนาเมืองให้น่าอยู่อาศัย มีโอกาสทางเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตที่ดี
  • เพื่อวางรากฐานความยั่งยืนของเทศกาลในระยะยาว ผ่านการออกแบบโมเดลธุรกิจที่สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องพึ่งพิงงบประมาณจากภาครัฐ
  • เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรมเทศกาลในระดับท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็ง ด้วยการ
  • บ่มเพาะทักษะด้านการจัดการ การพัฒนาเนื้อหา และความสามารถในการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ

เส้นทางโครงการ: 6 ระยะ สู่เวทีระดับชาติ

เพื่อคัดเลือกจังหวัดต้นแบบที่สอดคล้องกับเป้าหมายและเจตนารมณ์ของโครงการ THACCA และ TCEB ได้ออกแบบการดำเนินงานของโครงการ “อวดเมือง 2568” อย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบการทำงาน 6 ระยะ ตั้งแต่การพัฒนาในระดับพื้นที่ไปจนถึงการนำเสนอในเวทีระดับชาติ

  • ระยะแรก Kick-off Workshop มีการจัดประชุมชี้แจงรายละเอียดโครงการแก่ตัวแทนจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ เปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการในระยะที่ 2 โดยมี 51 จังหวัดที่ยื่นใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบเข้าสู่กระบวนการพิจารณา
  • ระยะที่ 3 คือ The First City Pitch ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 29–30 เมษายน 2568 ณ ห้อง Event Lab มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยมี 41 จังหวัดผ่านเกณฑ์เอกสาร และเข้าร่วม Pitching ต่อหน้าคณะกรรมการ ก่อนจะคัดเลือก 12 จังหวัดสุดท้ายเข้าสู่รอบการอวดเมือง ได้แก่ กาญจนบุรี, ขอนแก่น, จันทบุรี, เชียงราย, นครราชสีมา, พิษณุโลก, เพชรบุรี, แพร่, เลย, ศรีสะเกษ, สุโขทัย และอุบลราชธานี
  • ระยะที่ 4 เป็นช่วงของการอวดเมืองภายในงาน THACCA SPLASH 2025 โดยทั้ง 12 จังหวัดจะจัดแสดงแนวคิดเทศกาลของตนเอง พร้อมกิจกรรมหลากหลายภายในพื้นที่ Pavilion อาทิ Dream Box นำเสนอ “ของดีบ้านฉัน”, นิทรรศการ My City My Pride ถ่ายทอดความภูมิใจของเมือง และโซนจำหน่ายของที่ระลึกที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างชัดเจน ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถร่วมโหวตและเชียร์เมืองที่ตนชื่นชอบในกิจกรรม City Pitching เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฟ้นหาจังหวัดต้นแบบ
  • ระยะที่ 5 และ 6 คือช่วงการตัดสินรอบสุดท้าย The Second City Pitch ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2568 จะคัดเลือก 3 จังหวัดที่มีศักยภาพโดดเด่น และThe Final City Pitch ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 จะตัดสินให้เหลือเพียง 2 จังหวัดสุดท้ายเพื่อเป็น “จังหวัดนำร่อง” ในการพัฒนาเทศกาลต้นแบบประจำปี 2569

อวดเมืองพาวิลเลียน: เมื่อเทศกาลกลายเป็นกลไกเล่าเรื่องเมืองไทย

สำหรับกิจกรรมภายในงาน THACCA SPLASH 2025 ในใจกลางพื้นที่จัดแสดงของงาน “อวดเมือง 2568” ผู้เข้าชมจะได้พบกับ “The Dreambox” โครงสร้างขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบให้เป็นเสมือน “กล่องแห่งความฝันของเมืองไทย” รายล้อมเวที City Pitching Stadium อย่างตั้งใจ เพื่อมอบประสบการณ์แบบ immersive รอบด้าน ให้ผู้ชมได้ดื่มด่ำกับอัตลักษณ์ของแต่ละเมืองผ่านเทศกาลที่ออกแบบมาอย่างมีวิสัยทัศน์

ในแต่ละด้านของ The Dreambox ถูกแบ่งออกเป็น 12 พื้นที่ แทน 12 จังหวัดที่เข้าร่วมโครงการอวดเมือง โดยแต่ละพื้นที่คือ “Theme Showcase” ที่ไม่เพียงเล่าเรื่องความงามหรือความน่าสนใจของเมือง หากแต่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างเทศกาลที่ต่อยอดสู่เศรษฐกิจและการลงทุนระดับสากล นี่คือการเปลี่ยนเทศกาลให้เป็น “City Branding” ที่สัมผัสได้จริง

ผู้ชมจะได้พบกับการจัดแสดงที่เต็มไปด้วยเทคนิคสร้างสรรค์ ทั้งภาพ เสียง วิดีโอ วัตถุเชิงสัญลักษณ์ และของชำร่วยที่ออกแบบขึ้นเฉพาะแต่ละเมือง ถ่ายทอดอัตลักษณ์ร่วมสมัย สะท้อนศักยภาพของเมืองใน 3 มิติหลัก คือ น่าอยู่ น่าเที่ยว และน่าลงทุน

นอกจากนี้ The Dreambox ยังเป็นพื้นที่วางยุทธศาสตร์ อวดแนวคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมของเทศกาล ได้แก่ โมเดลการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง ความเชื่อมโยงของผู้คน วัฒนธรรม และเรื่องเล่า และพลังของการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลาง

ในขณะเดียวกัน The Dreambox ยังทำหน้าที่เป็นบริบทเสริมให้กับการ Pitch บนเวทีหลัก โดยเมื่อเรื่องเล่าของเมืองได้ถูกถ่ายทอดผ่านกล่องแห่งความฝันแล้ว เมืองแต่ละแห่งจะก้าวขึ้นสู่เวทีCity Pitching Stadium เพื่อ "อวด" แนวคิดเทศกาลของตนเองต่อหน้าคณะกรรมการและผู้ชม โดยมีเวลาอันจำกัดแต่เปี่ยมความหมายในการแสดงให้เห็นว่า เมืองของตนมีความพร้อมเพียงใดในการเปลี่ยนเทศกาลให้เป็นพลังขับเคลื่อนเมือง

  • 8 กรกฎาคม 2568: เปิดฉากด้วยการจับสลากลำดับการนำเสนอ บรรยากาศแห่งความคาดหวังเริ่มต้นขึ้น เมืองทั้ง 12 จังหวัดจะได้รู้ว่าใครจะขึ้นเวทีก่อน ใครจะเป็นผู้ปิดท้าย และจะต้องวางกลยุทธ์การเล่าเรื่องอย่างไรในเวลาที่มีอยู่จำกัด
  • 10 กรกฎาคม 2568: เข้าสู่วันแห่งการอวดเต็มพลัง ตัวแทนจากทั้ง 12 จังหวัดขึ้นเวที City Pitching Stadium เพื่อถ่ายทอดวิสัยทัศน์ แผนงาน และความฝันของเมืองต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อเฟ้นหา “3 จังหวัด” ที่โดดเด่นที่สุด ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
  • 11 กรกฎาคม 2568: รอบชิงชนะเลิศที่ 3 จังหวัดสุดท้ายจะต้องอวดให้สุดความสามารถ นี่ไม่ใช่แค่การสรุปแผน แต่คือการแสดงพลังของเมืองในทุกมิติ ก่อนที่เวทีจะปิดด้วยการประกาศจังหวัดที่ชนะเลิศ

สำหรับ 2 จังหวัดที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับโอกาสในการเป็น “จังหวัดนำร่อง” ที่จะได้ลงมือจัดเทศกาลต้นแบบจริงในพื้นที่ พร้อมวางรากฐานสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ขยายผลสู่ “เทศกาลประจำเมือง” ที่สามารถสร้างรายได้ สร้างภาพจำ และสร้างอนาคตของเมืองอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ นอกจากกิจกรรม Pitch เมือง โครงการ “อวดเมือง 2568 The Pitching” ยังจัดเต็มด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มประสบการณ์การเรียนรู้และมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมงานในหลายมิติ ดังนี้

1. “อวดเมือง” Talk: อวดเมืองให้ปัง! เล่าเรื่องให้เมืองเกิด: เวทีเสวนารายวัน ที่เจาะลึกกลไกการใช้ “เทศกาล” เป็นเครื่องมือเปลี่ยนเมืองให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยแต่ละวันจะนำเสนอประเด็นที่แตกต่างกันแต่ต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์พัฒนาเมืองด้วยซอฟต์พาวเวอร์

2. กิจกรรม City Show: การแสดงสดสั้น ๆ จากตัวแทน 12 จังหวัด ถ่ายทอดอัตลักษณ์เมืองผ่านศิลปะ ดนตรี วิถีชีวิต อาหาร และวัฒนธรรมร่วมสมัย สร้างภาพ “เทศกาลในชีวิตจริง” ที่เชื่อมโยงกับพื้นที่และผู้คนอย่างแท้จริง

3. กิจกรรม Popular Vote On Ground: เปิดให้ผู้ชมร่วมโหวต “จังหวัดในดวงใจ” ด้วยการสแกน QR Code ที่บูทของแต่ละจังหวัด และลงคะแนนผ่าน Google Form (1 ครั้งต่อวันต่ออีเมล)
🔗 ลิงก์โหวต: https://forms.gle/dk29pSCJQwzv2Qcr5

  • ผู้ร่วมโหวตทุกวัน ลุ้นรับของที่ระลึกจากกิจกรรมอวดเมือง เช่น เสื้อยืดหรือกระเป๋าผ้า (วันละ 10 รางวัล)
  • หากโหวตครบ 4 วัน มีสิทธิ์ลุ้นรางวัล Giftset ของชำร่วยเทศกาลจาก 12 จังหวัด มูลค่า 1,500 บาท (จำนวน 20 รางวัล มอบในวันสุดท้าย)

4. กิจกรรม Leaflet Rally Stamp: ผู้เข้าร่วมจะได้รับ Leaflet ขนาด 4x6 นิ้ว สำหรับสะสมตราประทับจากทั้ง 12 จังหวัดภายในงาน โดยสามารถขอตรายางเฉพาะจังหวัดได้ที่บูทของแต่ละจังหวัด เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกหรือแลกรับของรางวัลในกิจกรรมเฉพาะ

โอกาสสู่เวทีโลก: โครงการไม่จบแค่เวทีในประเทศ

อย่างไรก็ตาม เส้นทางของ “อวดเมือง 2568 The Pitching” ไม่ได้สิ้นสุดที่งาน SPLASH Soft Power Forum 2025 เท่านั้น เพราะจังหวัดทั้ง 3 แห่งที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจะได้รับโอกาสพัฒนาศักยภาพต่อในระดับนานาชาติ ผ่านกิจกรรมเวิร์กช็อป ณ งาน Expo 2025 Osaka Kansai ประเทศญี่ปุ่น เพื่อยกระดับการออกแบบเทศกาลให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล โดยผู้แทนจากแต่ละจังหวัด (3 คน) จะได้รับการสนับสนุนโดยรัฐ ทั้งค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (ชั้นประหยัด) ค่าที่พัก และค่าอาหาร ตลอดการเข้าร่วมกิจกรรม

สำหรับ 2 จังหวัดที่ได้รับเลือกเป็น “เมืองต้นแบบ” จะได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลในปีงบประมาณ 2569 เพื่อนำเสนอเทศกาลต้นแบบสู่การพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม และยกระดับให้กลายเป็นเทศกาลประจำเมืองที่จัดได้ต่อเนื่องในทุกปี

SPOTLIGHT ขอเชิญผู้อ่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในงาน SPLASH Soft Power Forum 2025 ระหว่างวันที่ 8-11 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และร่วมลุ้นและเป็นกำลังใจให้กับทั้ง 12 จังหวัดในเวที Final Pitching ว่าใครจะได้ครองตำแหน่ง “เมืองต้นแบบเทศกาล” เพื่อเป็นเจ้าภาพ “อวดเมือง” ในปี 2569 และปักหมุดเมืองไทยบนแผนที่ Soft Power โลกอย่างเต็มภาคภูมิ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...