โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ฟอร์ดชี้พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน ยอด xEV พุ่งเล็ง ‘เซ็กเมนต์’ ใหม่เสิร์ฟลูกค้า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 04.59 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2568 เวลา 00.37 น.

ฟอร์ดมีลุ้นเปิดตลาดเซ็กเมนต์ใหม่ หลังพบลูกค้ามีความหลากหลายขึ้น ชี้รถปิกอัพโดนเบียดส่วนแบ่งตลาดร่วงเหลือแค่ 24% ส่วนปีนี้มั่นใจยอดขายใกล้เคียงปีก่อน ทำได้ราว 2.1 หมื่นคัน ครึ่งปีหลังเร่งสปีดงานหลังการขาย

นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเผยภาพรวมตลาดรถยนต์ 6 เดือนแรก มียอดขายประมาณ 300,000 คัน ลดลง 1% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นรถปิกอัพ 140,000 คัน ลดลง 18% และฟอร์ดมียอดขายที่ 9,401 คัน รถปิกอัพเรนเจอร์ มีส่วนแบ่งที่ 7.7% และฟอร์ด เอเวอเรสต์ มีส่วนแบ่ง 18%

ทั้งนี้ จะเห็นว่าสัดส่วนการขายรถยนต์ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดรถ xEV (รถยนต์ไฟฟ้า, ปลั๊ก-อิน ไฮบริด, ไฮบริด) มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้น จาก 31% เป็น 41% ขณะที่รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) มีส่วนแบ่งลดลงเหลือ 59%

ทั้งนี้พบว่าตลาดที่ชะลอตัวตามสภาพเศรษฐกิจ และรถปิกอัพได้รับผลกระทบมากสุด และต้องยอมรับว่ากำลังซื้อหลักของลูกค้าในกลุ่มนี้มีความอ่อนไหวจากภาวะเศรษฐกิจอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ฟอร์ดเชื่อว่าทั้งปี ยอดขายรถยนต์จะอยู่ที่ระดับ 570,000 คัน หากช่วงเวลาที่เหลือยอดขายรถยนต์สามารถทำได้ในระดับ 45,000-50,000 คันต่อเดือน ส่วนฟอร์ดจะมียอดขายใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 20,800-21,000 คัน

“ช่วงเวลาที่เหลือ หากเราสามารถขายเรนเจอร์และแร็พเตอร์ได้เดือนละ 800-900 คัน ส่วนเอเวอเรสต์ขายได้เดือนละ 750 คัน เป้าหมายที่เราวางไว้ก็ไม่ได้เกินความสามารถแต่อย่างใด”

อย่างไรก็ตามยังต้องจับตาปัจจัยที่จะมีผลต่อตลาดทั้งปัญหาหนี้สินครัวเรือน มาตรการความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน สภาพเศรษฐกิจ และสถานการณ์การเมืองที่ผลกระทบต่อความมั่นใจของผู้บริโภคโดยตรง

แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีมาตรกระตุ้นตลาด ผ่านโครงการ บสย.กระบะพี่มีคลังค้ำ ภายในวงเงิน 5,000 ล้านบาท ปรากฏว่าขณะนี้การเบิกจ่ายเพื่อใช้ไปเพียงแค่ 320 ล้านบาทเท่านั้น ฟอร์ดเชื่อว่ายังต้องใช้เวลาอีกระยะ เนื่องจากการคุมเข้มของสถาบันการเงินยังเข้มงวด ทำให้ต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าตลาดปิกอัพจะสามารถฟื้นตัว และหวังว่ารัฐบาลจะเร่งปรับแก้เงื่อนไขให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการ ขณะที่นโยบาย “รถเก่า แลกรถใหม่” คาดว่าน่าจะช่วยส่งผลดี แต่ตรงนี้ยังต้องติดตาม

ขณะที่แผนการดำเนินธุรกิจแม้ว่าปัจจุบันฟอร์ดมีสินค้าในตลาดแค่ 2 เซ็กเมนต์ คือ ปิกอัพ และรถพีพีวี แต่การแข่งขันในตลาดมีความท้าทาย ทั้งมีความหลากหลายของเซ็กเมนต์มากขึ้น ฟอร์ดยังมั่นใจว่ามีสินค้า และบริการที่แข็งแรง และไม่มีความจำเป็นต้องปรับลดราคาจำหน่ายแต่อย่างใด

ส่วนอนาคต บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ และมองหาผลิตภัณฑ์เพื่อมาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าชาวไทย โดยเฉพาะรถอีวีที่จะเห็นว่ามีการเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่สัดส่วนการขายเปลี่ยนารถปิกอัพ เดิมมีสัดส่วนการขายสูงถึง 45% ของตลาดรถยนต์ แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 24% ส่วนรถบีและซี-เอสยูวี มีส่วนแบ่ง 20% รถพีพีวี 7% รถบีคาร์ 20% รถยนต์นั่ง 7%

อีกทั้งการเติบโตของตลาดรถยนต์บีและซี เอสยูวี ที่เป็นกลุ่มระดับราคา 700,000-1,200,000 บาท มีการแข่งขันค่อนข้างสูง ฟอร์ดอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะมีการแนะนำรถเซ็กเมนต์ใหม่ ที่มีความหลากหลายออกสู่ตลาดประเทศไทยหรือไม่ อย่างรถ xEV ฟอร์ดมีเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน

นายรัฐการเชื่อว่าตลาดรถยนต์น่าฟื้นตัวและกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ โดยจะต้องใช้ระยะเวลาอีก 2 ปี อุตสาหกรรมยานยนต์น่าจะกลับมามีการเติบโตที่ระดับ 10% ได้ โดยในปี 2569 จะมียอดขายกลับไปที่ระดับ 630,000 คัน และมียอดขายกลับไปอยู่ที่ระดับ 700,000 คันในปี 2570

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฟอร์ดชี้พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน ยอด xEV พุ่งเล็ง ‘เซ็กเมนต์’ ใหม่เสิร์ฟลูกค้า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...