โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'คิงเพาเวอร์' ลดไขมันหวังวิ่งต่อ เดินหน้าปิด 3 ดิวตี้ฟรีดาวน์ทาวน์

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 06.50 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 23.00 น.

“คิงเพาเวอร์” ผู้รับสัมปทานร้านสะดวกซื้อ (ดิวตี้ฟรี) ในสนามบิน 5 แห่ง ของบริษัทท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ประกอบด้วย สนามบินสุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, ภูเก็ต, เชียงใหม่และหาดใหญ่ มีปัญหาสภาพคล่องนับตั้งแต่เดือน ส.ค.2567 เริ่มค้างจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนรัฐและยื่นขอเลื่อนชำระ 5 สนามบิน ซึ่งทำให้มีหนี้ค้างจ่าย ทอท.ข้อมูล เดือน ก.พ.2568 วงเงิน 4,000 ล้านบาท

สถานการณ์ดังกล่าวนำมาสู่การทำหนังสือถึง ทอท.ในช่วงปลายเดือน พ.ค.2568 ขอหารือเพื่อปรับสัญญาสัมปทานสัญญาดิวตี้ฟรี และล่าสุด “คิงเพาเวอร์” ได้ปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานกาณณ์ปัจจุบัน

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิง เพาเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยกับ“กรุงเทพธุรกิจ” โดยระบุว่า ปัจจุบันปริมาณนักท่องเที่ยวในรูปแบบกรุ๊ปทัวร์ลดลง สถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้คิงเพาเวอร์พิจารณาปิดกิจการร้านค้าปลอดอากรในเมือง (Downtown duty free) ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องบริหารจัดการกับทัวร์

ทั้งนี้ จะดำเนินการปิดกิจการ 3 สาขา ประกอบด้วย สาขาศรีวารี พัทยา และมหานคร ภายในเดือน ก.ย.2568 โดยการปิดกิจการ ดังกล่าวไม่เกี่ยวเนื่องกับการยื่นหนังสือขอยกเลิกสัญญาดิวตี้ฟรีกับ ทอท.และปัจจุบันยังรอการพิจารณาจาก ทอท.

นอกจากนี้ คิงเพาเวอร์เห็นว่าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป โดยการปิด Downtown duty free บางที่เป็นไปตามสภาพธุรกิจที่เปลี่ยนไป โดยธุรกิจถึงเวลาต้องปรับตัวอยู่แล้วเลยถือโอกาสปรับตัวไปพร้อมกับการปิดสาขาพร้อมเลย

“คิงเพาเวอร์” ลดน้ำหนักเพื่อวิ่งต่อ

รวมทั้งคิงเพาเวอร์ประกาศโครงการ “สมัครใจลาออก” เพื่อลดต้นทุนบริหารงาน โดยจะประกาศรับสมัครใน 1-2 วันหลังจากนี้ ซึ่งยังไม่กำหนดปิดรับสมัครและไม่จำกัดจำนวนพนักงาน โดยพนักงานที่เข้าร่วมจะได้รับการชดเชยรายได้ตามอายุงาน ส่วนพนักงานใน 3 สาขา Downtown duty free หากไม่ยื่นเข้าร่วมโครงการสมัครใจลาออกก็ยื่นสมัครย้ายไปทำงานส่วนอื่นได้

“พนักงานที่สมัครใจลาออก คิงเพาเวอร์จะจ่ายผลตอบแทนชดเชยตามกฎหมายแรงงาน และให้เงิน On top เพิ่มตามอายุงาน ซึ่งคิงเพาเวอร์เปิดให้พนักงานเข้าร่วมได้ทุกสาขา เมื่อมีคนลาออก แต่ยังมีพนักงานจากสาขาที่ปิดยังต้องการทำงานต่อก็จะย้ายจากสาขาที่ปิดตัวมาเติมสาขาที่ยังเปิดให้บริการ”

นายนิตินัย กล่าวว่า ถึงเวลาที่คิงเพาเวอร์ต้องลดน้ำหนักถึงจะวิ่งไปต่อได้ โดยธุรกิจสมัยนี้ต้องปรับตัวหมด แล้วแต่จะต้องปรับตอนไหน ซึ่งตอนนี้คิงเพาเวอร์ถือโอกาสปรับตัวเลยระหว่างรอการพิจารณาจาก ทอท.เรื่องสัญญาดิวตี้ฟรีสนามบิน โดยปัจจุบันคิงเพาเวอร์ยังไม่ได้หารือ ทอท.เพิ่ม และทราบว่า ทอท.อยู่ระหว่างจ้างมหาวิทยาลัยรัฐ 2 แห่งมาศึกษาแนวทาง

ขณะที่ตนในฐานะผู้บริหารคิงเพาเวอร์ ก็คาดหวังแค่บทสรุปที่ “เป็นมาตรฐาน ตามที่ ทอท. ใช้กับผู้ประกอบการรายอื่น” เป็นพอ และเนื่องด้วยตนเคยเป็นผู้บริหาร ทอท.มาก่อนนั้น พอทราบอยู่ว่า ทอท.ใช้มาตรฐานอะไรกับผู้ประกอบการรายอื่น ดังนั้นการปฎิบัติกับคิงเพาเวอร์เท่ากับปฎิบัติในมาตรฐานเดียวกับรายอื่นเป็นพอ

รายงานข่าวระบุว่า ปัจจุบันคิงเพาเวอร์มีพนักงานรวม 7,000 คน โดยมีธุรกิจ Downtown duty free รวม 6 แห่ง ประกอบด้วย

1.คิง เพาเวอร์ รางน้ำ 2.คิง เพาเวอร์ ซิตี บูทีค (ONE BANGKOK) 3.คิง เพาเวอร์ มหานคร 4.คิง เพาเวอร์ ศรีวารี 5.คิง เพาเวอร์ พัทยา และ 6.คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี ภูเก็ต

ทั้งนี้ ภายหลังปิดกิจการ 3 แห่ง จะเหลือ Downtown duty free ให้บริการ 3 แห่ง ประกอบด้วย คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี รางน้ำ, คิง เพาเวอร์ ซิตี บูทีค (ONE BANGKOK) และคิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี ภูเก็ต

เดินหน้าแก้สัมปทานดิวตี้ฟรีสนามบิน

รายงานข่าวจาก ทอท.ระบุว่า ข้อเสนอของคิงเพาเวอร์ ต้องการให้ ทอท.พิจารณาสัญญาภายใต้บริบทปัจจุบันและเป็นธรรม เพราะหลังจากโควิด-19 ทอท.ได้ปรับสัญญาจากการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนแบบ minimum guarantee เป็นการคำนวณส่วนแบ่งรายได้ต่อหัวผู้โดยสารที่เกิดขึ้นจริง โดยคิงเพาเวอร์ยังคงการันตีผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำโดยรวมแล้วไม่ต่ำกว่าที่เสนอในการประมูล

ทั้งนี้ ทำให้เมื่อเฉลี่ยส่วนแบ่งผลประโยชน์ตอบแทนเป็นรายได้ต่อหัวผู้โดยสารที่เกิดขึ้นจริงแล้ว พบว่าคิงเพาเวอร์ต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้ ทอท.ในปัจจุบันสูงเฉลี่ย 30-40% ของยอดขาย

ขณะที่หากเทียบกับรูปแบบการจ่ายส่วนแบ่งรายได้ที่ ทอท.กำหนดในสัญญาการประมูลดิวตี้ฟรี 2 รูปแบบ คือ กำหนดให้เอกชนจ่ายตามผลตอบแทนขั้นต่ำรายปีตามที่เอกชนเสนอ และจ่ายเป็นส่วนแบ่งรายได้อย่างน้อย 20% ของยอดขาย เอกชนต้องจ่ายผลตอบแทนให้ตามเกณฑ์ที่สูงกว่าระหว่าง Minimum Guarantee หรือ Revenue Sharing 20%

และเมื่อเทียบจะพบว่าปัจจุบันคิงเพาเวอร์จ่ายส่วนแบ่งรายได้ในอัตราที่สูงมากกว่า Revenue Sharing กำหนด จึงเป็นภาวะที่ทำให้ขาดสภาพคล่องอย่างต่อเนื่อง

จีนเที่ยวไทยวูบทุบธุรกิจทรุด

แหล่งข่าวในธุรกิจท่องเที่ยววิเคราะห์ธุรกิจดิวตี้ฟรีของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ว่า ได้รับผลกระทบหนักตั้งแต่วิกฤติโควิด-19 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ฟื้นตัวตามคาดการณ์ จากภาวะเศรษฐกิจโลก จีน และไทย ชะลอตัวต่อเนื่อง

อีกทั้งประเด็นปัญหาภาพลักษณ์ความปลอดภัยของไทยทำให้ “นักท่องเที่ยวจีน” ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของคิง เพาเวอร์ ไม่มั่นใจเดินทางมาไทย ภาพรวมหดตัวลงถึง 40-50% ช่วงครึ่งปีแรก ประเมินว่าปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเยือนไทยเพียง 5 ล้านคน หายไปมากกว่าครึ่ง เทียบจำนวน 11 ล้านคนที่ทำสถิติสูงสุดเมื่อปี 2562 ก่อนโควิด-19 แพร่ระบาด

“วิกฤติโควิด-19 เป็นตัวแปรและปัจจัยเสี่ยงก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในหลายมิติ เศรษฐกิจจีนชะลอตัว ลดการเดินทางต่างประเทศ ระวังการใช้จ่าย นักท่องเที่ยวจีนที่กลับมาส่วนใหญ่ 80% เป็นกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) ไม่ได้ชอปปิงมากเหมือนก่อน”

ดังนั้น คิง เพาเวอร์ จึงไม่สามารถเลี่ยงผลกระทบโดยตรงได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หดตัว ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทยแม้จะมีการเดินทางต่างประเทศ แต่ส่วนหนึ่ง หรือ บรรดานักช้อปนิยมใช้จ่ายในต่างประเทศมากกว่า ทำให้บรรยากาศการจับจ่ายในดิวตี้ฟรีทั้งในพื้นที่สนามบิน และดาวน์ทาวน์ซบเซาลงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับธุรกิจ ดิวตี้ ฟรี นับเป็น Core Business ของคิง เพาเวอร์ โดยเปิดบริการ ดิวตี้ ฟรีดาวน์ทาวน์ ได้แก่ ศรีวารีพัทยาภูเก็ต มหานครรางน้ำ ซึ่งเป็นแฟลกชิปสโตร์ และล่าสุดคิง เพาเวอร์ ซิตี้ บูทีก ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือน ต.ค.2567 ตั้งอยู่ชั้น 1-2 โซน Parade ในโครงการวัน แบงค็อก ปักหมุดเป็นจุดหมายปลายทางประสบการณ์ชอปปิงแบบใหม่ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นที่จับตาถึงบรรยากาศการใช้จ่ายจากปริมาณลูกค้าโดยภาพรวมที่เข้าใช้บริการยังค่อนข้างน้อย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...