EXIM BANK เตรียมวงเงิน 1 หมื่นลบ. ออกมาตรการช่วยผู้ส่งออกรับมือภาษีสหรัฐฯ-ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์
EXIM BANK เตรียมวงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาทออกมาตรการช่วยผู้ส่งออกรับมือมาตรการภาษีสหรัฐฯ ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา และสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ครอบคลุมทั้งการเติมทุน ยืดระยะเวลาชำระหนี้ ช่วยผู้ประกอบการหาตลาดใหม่ และรักษาการจ้างงาน
30 มิ.ย. 2568 นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า ภาคการส่งออกไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ทั้งจากมาตรการภาษีแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของสหรัฐฯ ที่ประกาศเมื่อเดือนเมษายน 2568 ที่ผ่านมา ความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
ตลอดจนสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านและอิสราเอล ซึ่งส่งผลให้อิหร่านอาจปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อมต่อผู้ประกอบการไทย อาทิ การลดลงของคำสั่งซื้อ การล่าช้าในการส่งมอบสินค้า และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการดำเนินธุรกิจ
ทั้งนี้ในการบรรเทาผลกระทบและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปอย่างมั่นคง EXIM BANKออกมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) โดยครอบคลุมการเติมทุน ยืดระยะเวลาชำระหนี้ ลดต้นทุนทางการเงิน ด้วยกรอบวงเงินรวมกว่า 10,000 ล้านบาท ประกอบด้วย
1.มาตรการระยะสั้น วงเงินรวม 4,000 ล้านบาท ให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน โดยขยายระยะเวลาการชำระเงินสูงสุด 365 วัน และปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงสูงสุด 20% จากอัตราเดิม
2.มาตรการระยะกลางและระยะยาว วงเงินรวม 6,000 ล้านบาท จะประกาศใช้ภายในต้นเดือนกรกฎาคมนี้ ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ ดังนี้
- วงเงิน 2,000 ล้านบาท สนับสนุนผู้ประกอบการหาตลาดใหม่ทดแทนตลาดเดิม ด้วยสินเชื่อเพื่อการร่วมงานแสดงสินค้า โดยความร่วมมือระหว่าง EXIM BANKกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และสินเชื่อเพื่อการส่งออก อัตราดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมความคุ้มครองความเสี่ยงกรณีผู้ซื้อไม่ชำระเงินค่าสินค้า อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.99% ต่อปี (Prime Rate -2.16% ต่อปี) พิเศษสำหรับผู้ถือกรมธรรม์ประกันการส่งออกกับEXIM BANK ยกเว้นค่าวิเคราะห์ข้อมูลผู้ซื้อสูงสุด 5 รายต่อกรมธรรม์
- วงเงิน 1,000 ล้านบาท สนับสนุนผู้ประกอบการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนการดำเนินงาน อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.5% ต่อปีใน 2 ปีแรก ระยะเวลากู้ 3-10 ปี
- วงเงิน 3,000 ล้านบาท สนับสนุนเงินกู้ระยะยาว ร่วมกับสำนักงานประกันสังคม เพื่อช่วยผู้ประกอบการให้สามารถรักษาการจ้างงานได้ อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.00% ต่อปีคงที่ 3 ปี
ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ย Prime Rate (สำหรับลูกค้าทั่วไปและลูกค้า SMEs) ของEXIM BANK ในปัจจุบันเท่ากับ 6.15% ต่อปี
นอกจากนี้ EXIM Export Clinic ที่EXIM BANK ได้จัดตั้งขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษ ดำเนินการติดต่อลูกค้าที่ได้รับผลกระทบเพื่อให้คำปรึกษาและนำเสนอมาตรการระยะสั้นไปแล้ว และพร้อมให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ส่งออกที่ยังไม่ได้รับการติดต่อหรือยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ ซึ่งสามารถติดต่อได้ที่EXIM BANK สำนักงานใหญ่ สาขาทั้ง 9 แห่งทั่วประเทศ และสำนักงานผู้แทนในต่างประเทศ 4 แห่งใน CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) รวมถึงช่องทางออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง
*“EXIM BANKในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือ เยียวยา และส่งเสริมผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการค้าระหว่างประเทศและการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน แม้เผชิญกับความผันผวนและความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ EXIM Contact Center โทร. 0 2169 9999 หรือ Inbox Facebook “EXIM Bank of Thailand”*