โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"เท้ง" รอฟังคำสั่งศาล รธน.คดี "นายกฯ" ก่อนเคาะซักฟอก

The Better

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 04.58 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 04.56 น. • THE BETTER
“เท้ง ณัฐพงษ์” บอก ยังไม่เคาะหนุนซักฟอก “นายกฯ” ขอหารือกันก่อน ต้องรอจังหวะการเมือง ลุ้นคำสั่งศาลรธน. 1ก.ค. ชี้ผลโพลสะท้อนความเชื่อมั่นรัฐบาล

ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน เผย การหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ตอนนี้มี 2 นัดหมาย คือ 1.การประชุมวิปฝ่ายค้าน ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 2 ก.ค. และ2.การประชุมระหว่างหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 3 ก.ค. ขอให้ติดตามรอฟังรายละเอียดในการหารือ

ส่วนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น เป็นหัวข้อที่ต้องคุยกันอยู่เเล้ว ซึ่งยังมีอีกหลายทางเลือกที่เราจะสามารถใช้กลไกสภาในการตรวจสอบฝั่งรัฐบาล จึงขอยืนยันอีกหนึ่งครั้งว่า เราไม่ได้เห็นต่าง หรือคัดค้านการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่จังหวะในการยื่น จะยื่นอย่างไรให้มีความแม่นยำมากที่สุด ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ต้องประเมินให้เห็นตรงกันระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกันเอง เนื่องจากในวันที่ 1 ก.ค.นี้ ต้องรอฟังความชัดเจนเรื่องคดีของนายกรัฐมนตรี ว่าตกลงแล้วศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ซึ่งทำให้เกิดความไม่แน่นอน เรายืนยันว่าอยากเห็นรัฐบาลชุดใหม่ที่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ สามารถทำได้หนึ่งครั้งต่อหนึ่งปีสมัยประชุม หากยื่นตั้งแต่ตอนนี้ เท่ากับว่าถ้าจะมีการยื่นอีกครั้ง ต้องรอในช่วงเดือนกรกฎาคมปีหน้า

เมื่อถามว่า หากยื่นช้าไป อาจจะไม่ทันถ้าเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า เป็นสิ่งที่สามารถคิดได้ในมุมกลับ ว่าถ้ายื่นญัตติต่อนายกรัฐมนตรีไป แล้วเกิดอุบัติเหตุการเมืองต่อตัวนายกรัฐมนตรีขึ้นมา เราก็ไม่สามารถตอบได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ในการตีความว่า การยื่นจะเสียของหรือไม่ เพราะฉะนั้น การประเมินสถานการณ์ ณ ตอนนี้ ตนมองว่าอาจจะใช้เวลาประเมินสถานการณ์อีกสักหน่อย รอความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญ และอีกหลายๆ เรื่อง ถึงเวลาค่อยยืนอย่างแม่นยำ ซึ่งไม่ได้ทำให้เสียเวลาแต่อย่างใด

ส่วนการพิจารณากฎหมายงบประมาณที่จะเข้าสู่สภาในช่วงเดือนสิงหาคม มองว่าจะกลายเป็นอุปสรรคที่ส่งผลถึงนายกรัฐมนตรีหรือไม่ หากลงมติแล้วเสียงไม่ผ่านนั้น ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า เรื่องงบประมาณก็เป็นกฎหมายที่สำคัญ แต่เชื่อว่าในบรรดาทุกกฎหมายต่อจากนี้ ที่รัฐบาลจะผลักดัน ตราบใดที่ยังเป็นรัฐบาลเสี่ยงปริ่มน้ำอยู่แบบนี้ ก็มีโอกาสสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองได้ตลอดเวลา เพราะบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลจะสามารถออกมาส่งเสียงเรียกร้องเรื่องต่างๆ ได้ทุกครั้ง เพราะเสียงรัฐบาลปริ่มน้ำมีมากกว่าฝ่ายค้านเพียงแค่ 10 กว่าเสียง

ส่วนกรณีโพลที่ออกมาซึ่งความนิยมของตนเองมีคะแนนนำ แต่นายกรัฐมนตรีรั้งท้ายนั้น รู้สึกดีใจและขอบคุณประชาชนทุกคนที่มอบความไว้วางใจให้กับตนและพรรคประชาชนมากยิ่งขึ้น แต่เราไม่ได้ประมาท และเป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ ต้องพูดตามข้อเท็จจริงส่วนหนึ่งว่า คะแนนความนิยมส่วนหนึ่งที่ตกลงของนายกรัฐมนตรี หรือการขาดความเชื่อมั่นต่อตัวนายกรัฐมนตรีนั้น ย่อมส่งผลอีกด้านหนึ่งที่ทำให้คะแนนนิยม ไม่ใช่แค่ของตน แต่รวมไปถึงคะแนนนิยมของตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนอื่นที่อยู่ในโพลเพิ่มขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน เพราะขาดความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลชุดปัจจุบัน

เมื่อถามว่า จะส่งผลต่อเสียงในสนามเลือกตั้งครั้งหน้าด้วยหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาชน มองว่า ผลโพลมีขึ้นมีลงตลอด ก่อนที่จะถึงสนามเลือกตั้งครั้งหน้า เชื่อว่าการสื่อสารและการปฏิบัติตัวอยู่บนหลักการ รวมถึงการนำเสนอสิ่งต่างๆ ที่เป็นทางออกในการแก้ปัญหา และประโยชน์สูงสุดของประชาชน จะนำไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งในอนาคต แต่ตั้งแต่วันนี้จนถึงการเลือกตั้ง ผลโพลต่างๆ ไม่ว่าจะของใครที่ขึ้น ถ้าเราละทิ้งหลักการของเรา แล้วเลือกสื่อสารหรือชี้นำสังคมไปในทางใดทางหนึ่ง ที่เอาผลประโยชน์ระยะสั้นของตัวเองเป็นหลัก ก็เชื่อเพราะว่าประชาชนมองออก และไม่ได้หมายความว่า ผลโพลในวันนี้จะนำไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งในอนาคต

เมื่อถามถึงกรณีที่ชื่อของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาได้ความนิยมอีกครั้งตามผลโพล เป็นสิ่งสะท้อนสถานการณ์การเมืองไทยที่เกิดขึ้นในขณะนี้เร็มไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า การสำรวจผลโพลที่ผ่านมาไม่ได้มีชื่อของพลเอกประยุทธ์อยู่ในโพล หากดูตามตัวเลขผิวเผินที่ขึ้นมานั้น เป็นเพราะอยู่ดีๆ ชื่อพลเอกประยุทธ์ก็คือเข้ามาอยู่ในโพล แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่เป็นอยู่ คะแนนความนิยมของตัวนายกรัฐมนตรีที่ตกลง สะท้อนถึงความไม่เชื่อมั่นของประชาชนส่วนหนึ่ง ที่จะนำมาสู่การอยากเลือกนายกรัฐมนตรีที่มีความเข้มแข็ง ที่มาจากฝ่ายทหาร ซึ่งเราก็ต้องพยายามสื่อสารกับประชาชนทุกกลุ่ม ว่าสิ่งหนึ่งที่เราไม่อยากเห็น คือนายกรัฐมนตรีผู้ที่เคยทำรัฐประหารมาเสียเอง รวมถึงการใช้การเมืองนอกระบบ ฉะนั้น ในสถานการณ์หัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ จึงอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ยึดมั่นอยู่บนหลักการ ต้องปฏิเสธการปฏิวัติรัฐประหารให้หนักแน่นที่สุด ไม่ควรจะมีการเปิดช่อง

เมื่อถามว่า หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง จะมีโอกาสที่สภาจะใช้โอกาสเลือกนายกรัฐมนตรีคนนอกหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า นี่เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เราไม่อยากเห็นเช่นเดียวกัน คือนายกรัฐมนตรีนอกระบบ ตามมาตรา 5 แต่ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ที่จะไปถึงจุดนั้น พรรคประชาชนจึงพยายามนำเสนอจากการประเมินสถานการณ์ ตัดสินใจอย่างมีวุฒิภาวะ ละเอียดรอบคอบมาก เนื่องจากเรื่องต่างๆ ยังผูก และยึดโยงกัน เช่น การอภิปรายตามมาตรา 151 ก็ยังเป็นสิ่งที่เราพร้อมเดินหน้าอย่างเต็มที่ เพียงแต่ต้องประเมินสถานการณ์ที่ถูกต้องก่อน และในการประชุมช่วงสัปดาห์นี้ระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็คงจะได้คำตอบ

ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะมีการเสนอชื่อชิงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 หรือไม่นั้น ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า พรรคประชาชนเองคงเสนอไม่ได้ เนื่องจากผูกติดกับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ตามที่รัฐธรรมนูญล็อคไว้ แต่พรรคอื่นๆจะเสนอหรือไม่นั้น ตนก็คิดว่าเป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรคที่จะเสนอ

เมื่อถามว่า หากพรรคภูมิใจไทยเสนอ พรรคประชาชนจะโหวตให้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า คงต้องมีการพูดคุยภายในช่วงสัปดาห์นี้ก่อนว่าจะเป็นอย่างไร เนื่องจากเรื่องนี้ยังมีข้อกังวลใจบางส่วน ว่าหากมีการเสนอชื่อ แล้วพรรคภูมิใจไทยได้ตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ขึ้นมาจริงๆ ทางนิตินัยยังถือว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ แม้ในทางพฤตินัยพรรคภูมิใจไทย จะอยู่ในฝ่ายพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ตาม ซึ่งก็จะส่งผลต่อบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ ที่จะมีการยื่นแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ในการจะต้องนับเสียงของพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วย จึงจะต้องมีการพูดคุยกันอย่างรอบคอบ ว่าตกลงแล้วพรรคภูมิใจไทยจะเสนอยื่นหรือไม่ยื่นอย่างไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...