โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อัตราการเกิดน้อย คนแก่เยอะ ประชากรเกาหลีลดฮวบ อีก 100 ปี เหลือเพียง 15% ของปัจจุบัน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 07.45 น.
เกาหลีใต้เผชิญวิกฤตประชากรลดลงอย่างรุนแรง คาดว่าใน 100 ปีข้างหน้าจะเหลือประชากรเพียง 15% ของปัจจุบัน ขณะเดียวกันอัตราผู้สูงอายุพุ่งสูงจนคนวัยทำงานต้องแบกรับภาระมากขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน แม้รัฐบาลออกนโยบายอุดหนุนการมีบุตร ทั้งเงินสดและสิทธิประโยชน์หลายรายการ แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะเพิ่มอัตราการเกิดได้ยั่งยืน คนรุ่นใหม่มองปัจจัยทางเศรษฐกิจและความมั่นคงสำคัญกว่าความรัก ทำให้แนวโน้มการแต่งงานและมีลูกยังคงถดถอยต่อเนื่อง

เทรนด์ประชากรลด แต่งงานน้อย ไม่มีลูกนั้น นอกจากจะเริ่มทำให้เราเห็นเด็กที่น้อยลง โรงเรียนที่ปิดตัวแล้ว และหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเกิดน้อยที่สุดในโลกอย่างเกาหลีใต้นั้น อาจจะมีประชากรเหลือเพียง 15% ของปัจจุบัน ใน 100 ปีข้างหน้าด้วย

การคาดการณ์ของสถาบันประชากรคาบสมุทรเกาหลีเพื่ออนาคตชี้ว่า หากระดับประชากรของเกาหลีใต้ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ใน 100 ปีข้างหน้า หรือปี 2125 เกาหลีใต้จะเหลือประชากรเพียง 15% ของปัจจุบัน คือเหลือเพียง 7.53 ล้านคน จาก 51.68 ล้านคนในปัจจุบัน

ตัวเลขนี้ถือว่าน้อยขนาดที่ว่า น้อยกว่าประชากรปัจจุบันของเมืองหลวงอย่างกรุงโซล ที่มีมากกว่า 9.3 ล้านคน

แต่ถึงอย่างนั้น การคาดการณ์ในกรณีที่ดีที่สุดที่อาจจะเป็นไปได้ว่า ประชากรเกาหลีใต้อาจจะไม่เหลือน้อยขนาดนั้น แต่ก็จะมากที่สุดที่ 15.73 ล้านคน ซึ่งก็ยังถือว่าน้อยกว่าหนึ่งในสามของขนาดปัจจุบัน หรือสรุปแล้ว ค่าเฉลี่ยมัธยฐานประมาณว่าประชากรเกาหลีจะหดตัวอยู่ที่ 11.15 ล้านคน

การคาดการณ์นี้ ใช้เทคนิคการประเมินประชากรในศตวรรษหน้า ด้วยการรวมปัจจัยต่างๆ อย่าง อัตราการเกิด อัตราการเสียชีวิต และรูปแบบการย้ายถิ่นฐาน ซึ่งยังเน้นย้ำอัตราการลดลงของประชากรที่เร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ในสถานการณ์เฉลี่ย ประชากรจะลดลง 30 % ภายในปี 2075 และมากกว่าครึ่งหนึ่งในช่วง 50 ปีต่อมา

การลดลงนี้ไม่เพียงแต่เกิดจากอัตราการเกิดที่ลดลงเท่านั้น แต่ยังเป็นผลกระทบอื่นๆ จากการที่จํานวนคนน้อยลงในแต่ละรุ่น กลุ่มพ่อแม่ที่มีศักยภาพจึงหดตัวลง เร่งการลดลงต่อไป ทั้งวิกฤตผู้สูงวัยเอง ก็คาดว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นเช่นกัน

ปัจจุบัน คนวัยทำงาน ซึ่งคือกลุ่มคนอายุ 15-64 ปี 100 คน จะต้องแบก หรือสนับสนุนผู้สูงอายุ ที่อายุมากกว่า 65 ปี ประมาณ 30 คน แต่การคาดการณ์ที่แย่ที่สุดในสถานการณ์สังคมสูงวัยคือ ใน 75 ปีข้างหน้า หรือปี 2100 คนทำงาน 100 คน จะต้องแบกผู้สูงอายุถึง 140 คน ซึ่งในทางประชากรศาสตร์นั้นเรียกว่าพิรามิดกลับหัว ที่จํานวนผู้ที่ถูกอุปการะมีจํานวนมากกว่าผู้ที่ให้การสนับสนุน

รายงานนี้ ยังรวบรวมความคิดของคนในวัย 20-40 ปี เกี่ยวกับการแต่งงาน และมีลูก ซึ่งเห็นได้ว่า พวกเขามองถึงความสำคัญของ ‘เงิน’ และ ‘ที่อยู่อาศัย’ มากกว่า ‘ความรัก’ และเมื่อพูดถึงการแต่งงาน หรือภาระทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่คนกลุ่มนี้กังวลมากสุดคือการพูดคุยเกี่ยวกับการมีลูก

รายงานจึงสรุปว่า การตัดสินใจเกี่ยวกับการแต่งงาน และการเลี้ยงดูลูกได้รับอิทธิพลจากสภาพเศรษฐกิจมากกว่าความชอบส่วนบุคคล

ปัจจุบัน อัตราการเจริญพันธุ์รวมของเกาหลีใต้ หรือ จํานวนลูกโดยเฉลี่ยที่ผู้หญิงคาดว่าจะมี เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 0.75 แต่ก็ถือว่ายังต่ำมาก และต่ำกว่าระดับทดแทนที่ 2.1 แม้ว่าสถานการณ์ในปี 2025 จะมีแนวโน้มเชิงบวกที่ อัตราการเกิดของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นในรอบสามทศวรรษ มีจำนวนประชากรแรกเกิดเพิ่มขึ้น รวมถึงการแต่งงานที่เพิ่มขึ้นด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มอย่างยั่งยืน

นโยบายบู๊สๆ จากรัฐบาลเกาหลีใต้

รัฐบาลเกาหลีใต้เองก็พยายามออกนโยบายกระตุ้นให้คนมีลูก ด้วยแรงจูงใจต่างๆ ทางการเงิน ทั้งเงินสำหรับคลอดบุตร และการเลี้ยงดู มีการคำนวนว่า จากนโยบายของรัฐบาลว่าด้วยสังคมสูงวัยและนโยบายประชากร สําหรับทารกที่เกิดในปี 2024 หนึ่งคนจะได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนเงินสดทั้งหมด 29.6 ล้านวอน (ประมาณ 7 แสนบาท) ในช่วงแปดปีนับจากเวลาที่เกิด

โดยมีการให้เงินก้อน 2 ล้านวอน แก่ผู้ปกครอง เมื่อทารกเกิด และหากมีลูกคนที่สองจะได้รับ 3 ล้านวอน ทั้งยังมีบัตรกํานัลเงินสดสามารถใช้จ่ายกับศูนย์ดูแลหลังคลอด ค่ารักษาพยาบาล อาหาร และผลิตภัณฑ์สําหรับเด็กได้

ทั้งผู้ปกครองยังได้รับเช็ครายเดือนหลังจากทารกเกิดในปีที่คลอดลูก พ่อแม่จะได้รับ 1 ล้านวอนทุกเดือนเป็นเวลา 12 เดือน ในปีที่สองของจะได้รับ 5 แสนวอนอีก 1 ปี คิดเป็น 18 ล้านวอนในช่วง 2 ปีแรก และยังจ่ายอีก 1 แสนวอนทุกๆ 1 เดือนจนเด็กอายุครบ 8 ปีด้วย

นโยบายเหล่านี้ซึ่งกลายเป็นปกติมากขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งประเทศอย่างแคนาดา ฮังการี ญี่ปุ่น โปแลนด์ และสหรัฐอเมริกา ก็มีการมอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น เพิ่มวันลาคลอด เงินอุดหนุนการดูแลเด็ก ซึ่งข้อมูลของสหประชาชาติระบุว่า ประเทศต่างๆ มีนโยบายเหล่านี้ เพิ่มมากขึ้นกว่า 2 เท่า จากช่วงต้นศตวรรษที่ 21

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...