โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บิ๊กเทคจีน หนุน “แบงก์ชาติจีน” อนุญาตออก Stablecoin ผูกหยวน สกัดอิทธิพลเหรียญดิจิทัลดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 15.12 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 08.12 น.

บิ๊กเทคจีน หนุน "แบงก์ชาติจีน" อนุญาตออก Stablecoin ผูกหยวน สกัดอิทธิพลเหรียญดิจิทัลดอลลาร์ ขณะที่ผู้ส่งออกจีนหันใช้ USDT ชำระเงินพุ่ง 5 เท่า ตั้งแต่ปี 2564

วันที่ 3 กรกฎาคม 2568 เวลา 14.05 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่าสองยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีของจีน JD.com และ Ant Group (บริษัทในเครือของ Alibaba) กำลังผลักดันให้ธนาคารกลางจีน (PBOC) อนุญาตให้มีการออก stablecoin ที่ผูกกับเงินหยวน เพื่อตอบโต้การเติบโตของ stablecoin ที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในระบบการเงินดิจิทัลระดับโลก

ทั้งสองบริษัทเสนอให้จีนอนุญาตการออก stablecoin ที่ผูกกับเงินหยวนในตลาดนอกประเทศ โดยเริ่มต้นที่ฮ่องกง เพื่อส่งเสริมการใช้เงินหยวนในระดับสากล และป้องกันไม่ให้ stablecoin ที่อ้างอิงดอลลาร์มีอิทธิพลเหนือกว่ามากเกินไป

ข้อเสนอของ JD.com และ Ant เกิดขึ้นในช่วงที่ฮ่องกงและสหรัฐกำลังเร่งแข่งขันกันวางกรอบกำกับดูแล stablecoin หวังยึดบทบาทศูนย์กลางการเงินดิจิทัลและการค้าระดับโลก หากข้อเสนอประสบความสำเร็จ จะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายครั้งสำคัญของรัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้เคย สั่งแบนคริปโตเคอร์เรนซีทั้งหมดในปี 2564 และอาจเป็นก้าวใหม่ของจีนในการผลักดันเงินหยวนสู่เวทีโลก

โดย Stablecoin คือเหรียญดิจิทัลที่มีมูลค่าผูกกับสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่อง เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ทองคำ หรือสกุลเงินอื่น ๆ โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนที่ช่วยให้สามารถโอนเงินข้ามพรมแดนได้แบบทันที ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยต้นทุนต่ำ ซึ่งมีศักยภาพสูงที่จะรบกวนระบบการชำระเงินข้ามประเทศแบบดั้งเดิม

ทั้ง JD.com และ Ant วางแผนออก stablecoin ที่ผูกกับดอลลาร์ฮ่องกงอยู่แล้ว หลังจากกฎหมายใหม่ของฮ่องกงมีผลบังคับใช้วันที่ 1 สิงหาคม 2568

แต่ในการหารือแบบปิดกับ PBOC ฝั่ง JD.com ชี้ว่าจำเป็นเร่งด่วนที่จีนต้องมี stablecoin ที่ผูกกับเงินหยวนนอกประเทศ เพื่อผลักดันการใช้เงินหยวนในตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผู้เล่นในอุตสาหกรรมรายอื่นเห็นด้วยเช่นกัน

“การขยายตัวของ stablecoin ที่ผูกกับดอลลาร์ กำลังเป็นความท้าทายใหม่ต่อความพยายามของจีนในการผลักดันเงินหยวนสู่ระดับโลก”

หวัง หย่งลี่ อดีตรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศจีน (Bank of China) และประธานร่วมของ Digital China Information Service Group กล่าวบนโซเชียลมีเดียของตนเมื่อเดือนที่แล้ว พร้อมเตือนว่าหากระบบชำระเงินข้ามพรมแดนด้วยเงินหยวนไม่มีประสิทธิภาพเท่า stablecoin ดอลลาร์ จะเป็นความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ของจีน

ดอลลาร์ยังครองตลาด

ข้อมูลจาก CoinGecko ระบุว่าตลาด stablecoin ทั่วโลกยังมีขนาดเล็ก อยู่ที่ประมาณ 247,000 ล้านดอลลาร์ แต่ธนาคาร Standard Chartered คาดการณ์ว่าจะเติบโตแตะ 2 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2571 มากกว่า 99% ของ stablecoin ในตลาดปัจจุบันเป็นเหรียญที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐ ตามรายงานของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS)

แม้จีนจะต้องการผลักดันเงินหยวนให้เป็นสกุลเงินสำรองระหว่างประเทศเทียบเท่ายูโรหรือดอลลาร์ สะท้อนบทบาทเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลก แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ จีนยังคงเข้มงวดกับการควบคุมเงินทุนอย่างมาก

ปัจจุบัน สัดส่วนการใช้เงินหยวนในระบบชำระเงินระหว่างประเทศลดลงเหลือ 2.89% ในเดือนพฤษภาคม ต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี ขณะที่ดอลลาร์ยังครองส่วนแบ่งสูงถึง 48.46% ตามข้อมูลของ SWIFT

เซี่ยว เฟิง ประธานบริษัท HashKey ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนคริปโตในฮ่องกง กล่าวว่า “จีนถึงจุดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว ต้องลงมือดำเนินการ”
เขาเผยว่าผู้ส่งออกจีนจำนวนมากหันไปใช้ stablecoin ดอลลาร์ในการชำระเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะ USDT (Tether) ซึ่งเป็น stablecoin ที่ได้รับความนิยมสูงสุด

ผู้ส่งออกบางรายให้สัมภาษณ์กับ Reuters ว่าข้อจำกัดด้านเงินทุนในประเทศ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในตลาดเกิดใหม่ ทำให้ต้องหันมาใช้ stablecoin

Crypto HK ซึ่งเป็นตลาดแลกเปลี่ยนคริปโต OTC ที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกง ระบุว่าปริมาณการซื้อขาย USDT ของลูกค้าจีนเพื่อวัตถุประสงค์การชำระค่าสินค้าเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าตั้งแต่ปี 2564

ทิศทางหลีกเลี่ยงไม่ได้?

สหรัฐเองมีท่าทีเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในเรื่อง stablecoin เมื่อทรัมป์ประกาศสนับสนุน stablecoin ไม่นานหลังเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม พร้อมเร่งวางกรอบกำกับดูแลเพื่อสร้างความชอบธรรมให้เหรียญที่ผูกกับดอลลาร์

แม้ในจีนยังคงแบนคริปโตอยู่ แต่ผู้กำหนดนโยบายเริ่มสนใจ stablecoin มากขึ้น

ผู้ว่าการ PBOC พาน กงเซิง กล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่าการเติบโตของสกุลเงินดิจิทัลและ stablecoin สร้างความท้าทายใหญ่ต่อระบบกำกับดูแลการเงิน ขณะที่ที่ปรึกษา PBOC หวง อี้ผิง ให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่นว่าสกุลเงิน stablecoin ที่ผูกกับเงินหยวนนอกประเทศ โดยเฉพาะในฮ่องกง“เป็นไปได้”

แหล่งข่าวเผยว่า Ant เตรียมยื่นขอใบอนุญาต stablecoin ในฮ่องกงและสิงคโปร์ และอยู่ระหว่างเตรียมออก stablecoin ที่ผูกกับเงินหยวนนอกประเทศ

ด้านริชาร์ด หลิว ประธาน JD.com ก็เปิดเผยแผนยื่นขอใบอนุญาต stablecoin ในประเทศเศรษฐกิจหลักทั่วโลก เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการแลกเปลี่ยนเงินตราและการชำระเงินข้ามประเทศ

JD.com ยังโต้แย้งกับ PBOC ว่าการออก stablecoin ที่ผูกกับดอลลาร์ฮ่องกงไม่ช่วยส่งเสริมเงินหยวน เพราะค่าเงินฮ่องกงเองก็ผูกกับดอลลาร์สหรัฐอยู่แล้ว จึงเสนอให้เริ่มออก stablecoin ที่ผูกกับเงินหยวนในฮ่องกงก่อน แล้วค่อยขยายโครงการนำร่องไปยังเขตการค้าเสรีของจีนในต่างประเทศ ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวได้รับสัญญาณเชิงบวกจากหน่วยงานกำกับดูแล

อ้างอิง :reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...