โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ปิดชายแดนปราบแก๊งเขมร

ไทยโพสต์

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 00.02 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 17.01 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย-กัมพูชา "อิ๊งค์" พิงยูเอ็นกู้ภาพพจน์ ประกาศไทยอาสาเจ้าภาพจับมือนานาชาติปราบอาชญากรรมข้ามชาติ อ้างข้อมูลสหประชาชาติเขมรเป็นแหล่งรวมวายร้าย ศูนย์รวมอาชญากรรมระดับโลกมูลค่า 6 แสนล้านบาท ระงับอินเทอร์เน็ตส่งไปหน่วยทหาร-ความมั่นคงของกัมพูชาทั้งหมด ขีดเส้นตาย 3 เดือน “เสรีพิศุทธ์” ร้อง “ผบ.ตร.” เอาผิด "ฮุน เซน" สั่งฆ่านักการเมืองฝ่ายตรงข้ามในไทย

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568 พ.ท.อนิวรรต ศิริข่วง ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 (ผบ.ร.3 พัน.3) ในฐานะผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 24 (ผบ.พัน.ร.24) หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 (ฉก.2) นำกำลังพลกองพันทหารราบที่ 24 หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 เข้าร่วมพิธีรับมอบสิ่งของพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมติดตามมาตรการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมด้วย พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โดยนายกฯ กล่าวว่า วันนี้มีการประชุมกันทุกภาคส่วน มีการประกาศว่ารัฐบาลกำลังจะประกาศยกระดับการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยไทยอาสาเป็นเจ้าภาพในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในการหาความร่วมมือกับนานาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมไปถึงเรื่องของความเชื่อมั่นของประเทศไทยในระดับนานาชาติ ตัวอย่างที่เป็นปัญหาในเรื่องของสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ ก็ได้รับผลกระทบทั่วโลก ขอยกระดับในเรื่องการแก้ไขปัญหานี้จากข้อมูลของทางสหประชาชาติ

โดยสหประชาชาติได้มีข้อมูลว่า กัมพูชาถือเป็นแหล่งศูนย์รวมอาชญากรรมระดับโลกและเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งมีมูลค่ากว่า 600,000 ล้านบาท และสหประชาชาติมีข้อมูลอีกว่า 40%-60% ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของกัมพูชามาจากคอลเซ็นเตอร์ และมีในเรื่องของการฟอกเงินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราก็พยายามจะรักษาในเรื่องของความปลอดภัยของประชาชน ประเทศไทยโดยหน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วยงาน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เร่งดำเนินการปราบปรามอย่างเด็ดขาดตามแนวชายแดน โดยจะกำหนดมาตรการดังนี้

นายกฯ กล่าวว่า เรื่องความมั่นคงจะเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการเข้า-ออกจุดผ่านแดน ทั้งการจำกัดเวลาเปิด-ปิดด่านชายแดนทั้ง 7 จังหวัด มีการห้ามรถยนต์และบุคคลภายนอก ยกเว้นกรณีนักเรียน นักศึกษาที่ต้องข้ามมาเรียน รวมถึงผู้ป่วยที่ต้องข้ามมาใช้โรงพยาบาล และการจับจ่ายซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น นอกจากนี้ห้ามให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปเล่นการพนันในพื้นที่ชายแดน รวมถึงเข้มงวดการเดินทางโดยเครื่องบินไปยังเสียมราฐเพื่อไปเล่นการพนัน ด้านอาชญากรรมเทคโนโลยี กระทรวงดีอี โดยศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (เอโอซี) จะดำเนินการตรวจสอบบัญชีม้าและเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติอย่างเข้มงวด รวมถึงการระงับการบริการอินเทอร์เน็ตและประตูอินเทอร์เน็ตใต้น้ำที่ไปยังหน่วยงานทางการทหารและความมั่นคงของรัฐบาลกัมพูชาทั้งหมด

นอกจากนี้ จะต้องร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในการสร้างมาตรการคว่ำบาตรผู้ที่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ที่พบว่ามีในเรื่องของการฟอกเงิน รวมถึงการยึดอายัดทรัพย์ที่โยกย้ายไปต่างประเทศ และเรื่องการส่งออกไฟฟ้า น้ำมันและสินค้าผ่านชายแดน เราต้องระงับการส่งออกสินค้าที่เกื้อหนุนต่อกิจกรรมของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิจารณาถึงความเหมาะสมในการระงับการส่งออกน้ำมันและเชื้อเพลิงไปยังกัมพูชา ที่จะนำไปใช้ในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

คนไทยโดนวันละ 80 ล้านบาท

นายกฯ กล่าวว่า ด้านการพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการในการช่วยเหลือเกษตรกรและเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตามแนวชายแดน โดยขอความร่วมมือจากภาครัฐและภาคเอกชนในการช่วยรับซื้อสินค้า ส่วนด้านการประสานความร่วมมือกับนานาชาติ กระทรวงการต่างประเทศจะประสานกับประเทศต่างๆ และองค์กรระหว่างประเทศในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติร่วมในภูมิภาค โดยตนมีการกำหนดให้ทุกภาคส่วนกำหนดไทม์ไลน์และเคพีไอในการดำเนินมาตรการอย่างชัดเจน โดยขอให้ภายใน 3 เดือนนี้

"ตัวเลขสถิติการแจ้งความของคนไทย ที่ได้รับความเสียหายจากกรณีถูกหลอกจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ ที่มีการแจ้งความดำเนินคดีปีละไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาท หลังจากที่รัฐบาลมีมาตรการในเรื่องการตัดน้ำตัดไฟแและอินเทอร์เน็ตในฝั่งเมียวดี เมียนมา ทำให้ตัวเลขความเสียหายที่คนไทยได้รับลดลง เนื่องจากแก๊งที่กระทำผิดด้านสแกมเมอร์ได้ย้ายจากเมียวดีไปกัมพูชา หากรัฐบาลดำเนินการอย่างต่อเนื่องความเสียหายที่คนไทยได้รับจะลดลง และตอนนี้ทราบว่าพวกที่ทำเรื่องอาชญากรรมต่างๆ ย้ายถิ่นฐานจากเมียนมาไปที่กัมพูชา ฉะนั้นเราต้องมีมาตรการเรื่องนี้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อปราบปรามและป้องกันในเรื่องของคนไทยที่ถูกหลอกในอนาคตข้างหน้า"

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในเรื่องความมั่นคงตามแนวชายแดนกัมพูชา เรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ นายกฯ ได้มอบบทบาทอะไรให้ทหารเพิ่มเติมหรือไม่เพื่อดูแล นายกฯ ตอบว่า เรามีการมอบอำนาจที่เราประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มอบในเรื่องของการควบคุมตามแนวชายแดนไปแล้ว ขอให้พิจารณาหน้างานตามแนวชายแดน ถ้าเกิดอะไรขึ้นให้อำนาจทางทหารช่วยดูว่าเราควรจะปิด หรือจะเปิดหรือจะยังไงในตรงนั้น

เมื่อถามว่า มีข้อมูลตัวเลขหรือไม่ว่าคนไทยถูกหลอกเงินไปเท่าไหร่ น.ส.แพทองธารเผยว่า อย่างที่บอกว่าพอเช็กเรื่องตัวเลข แก๊งคอลเซ็นเตอร์เขาเสียหายประมาณ 3 หมื่นล้านบาท หลังจากที่เราปราบปรามอย่างจริงจัง โดยตัวเลขของคนไทยที่โดนวันละ 80 ล้านบาท

ด้าน พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวว่า นโยบายที่นายกฯ ให้ในที่ประชุมคือ ตั้งศูนย์วอรูมในการประเมินสถานการณ์ทุกวัน ประกอบด้วยหน่วยงานต่างๆ ของไทยและหน่วยงานต่างชาติ เช่น ตำรวจอาเซียน, อินเตอร์โพล, สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น โอดีซี) จะมารวมกันที่ศูนย์แห่งนี้ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางช่วยเหลือปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะในกัมพูชา ที่พบว่าปัจจุบันเป็นแหล่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใหญ่ที่สุด ที่มีการเคลื่อนย้ายจากฝั่งเมียวดี ประเทศเมียนมา รวมทั้งจะมีการดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลจับกุม ออกหมายจับกรณีบุคคลที่เกี่ยวข้องในกัมพูชา ที่เกี่ยวข้องกับการให้ที่ตั้ง ผู้เกี่ยวข้องด้านการเงิน ก็จะมีการสืบสวนขยายผลออกหมายจับต่อไป พบว่ามีประชาชนจาก 36 ประเทศถูกหลอกไปทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์ฝั่งเมียวดี ตนก็เชื่อว่าตัวเลขผู้ถูกหลอกไปที่กัมพูชาคงไม่ต่างไปจากนี้

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า เรายังยึดหลักสันติวิธีอยู่ ปัญหาในระดับกองทัพไม่มี เขาพร้อมที่จะคุยกัน แต่ปัญหาอยู่ที่ระดับผู้นำ เราแสดงให้โลกเห็นว่าเรารักษาสันติวิธี ระมัดระวังประชาชนชายแดน กลุ่มเปราะบาง ยึดหลักมนุษยธรรม

'ภูมิธรรม' จี้ 'ฮุน เซน' รับผิดชอบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า กัมพูชาได้ส่งหนังสือประท้วงอย่างรุนแรงถึงเอกอัครราชทูตไทยในกรุงพนมเปญ กรณีนายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง แจ้งความดำเนินคดีสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา นายภูมิธรรมตอบว่า มีเรื่องราวต่างๆ มากมาย ข่าวจริงด้วย ข่าวปลอมด้วย เรื่องนี้เป็นสิทธิของนายสมคิดในการฟ้องร้อง และทางรัฐบาลกัมพูชาก็มีสิทธิ์ที่จะชี้แจงหรือประท้วงอะไรก็แล้วแต่ เป็นกลไกตามปกติของการดำเนินการด้านต่างประเทศ

เมื่อถามอีกว่า ทางฝ่ายกัมพูชาชี้แจงว่าการอัดเสียงเป็นเรื่องปกติเพื่อความโปร่งใส นายภูมิธรรมกล่าวว่า “อ้าว ไหนเห็นว่า แก้ตัวไม่ได้เป็นคนทำเอง อันนี้ต้องฟังหน่อย จริงๆ เป็นคนโพสต์เฟซบุ๊กเอง ท่านก็คงต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ท่านทำ ส่วนท่านจะแก้ตัวอย่างไรก็เป็นเรื่องของท่าน ไม่เกี่ยวกับผม ท่านก็สามารถแก้ตัวได้ กลไกการต่างประเทศทำอะไรได้แค่ไหน เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม โลกเขารู้ ไม่ว่าใครจะไม่รู้ แต่โลกรู้ ก็ว่าตามที่โลกเขารู้”

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า จะลงพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ กับ ผบ.ทบ.เพื่อให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่

"อยากฝากถึงคนไทยทุกหมู่เหล่า ที่อาศัยอยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ให้มีความรักความสามัคคีของคนในชาติ รวมกันเป็นหนึ่งเดียว ในภาวะที่ประเทศวิกฤตเช่นนี้ ส่วนทหารจะอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชน ขอให้มั่นใจว่า ชายแดนไทยเราจะมั่นคงปลอดภัยแน่นอน" พล.ท.บุญสินกล่าว

ส่วนกรณีที่ฝั่งกัมพูชามีการเพิ่มกำลังและอาวุธหนักเข้าพื้นที่นั้น พล.ท.บุญสินระบุว่า ไม่มีปัญหา เรื่องการทหารถือเป็นการชิงความได้เปรียบ ซึ่งเราพร้อมอยู่แล้วที่จะดูแลสถานการณ์ตามแนวชายแดน และยืนยันว่าไม่มีความประสงค์ที่จะปะทะกันด้วยอาวุธ แต่เป็นเรื่องของยุทธวิธีทางฝั่งกัมพูชา

ซักว่า มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดในอนาคต ว่าอาจต้องปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาตลอดไป แม่ทัพภาคที่ 2 ตอบว่า ดูไปตามสถานการณ์ หากมีการต่อสู้หรือเกิดความไม่เข้าใจกันก็มีโอกาส

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก่อนการเปิดด่านฝั่งกัมพูชาในเวลา 09.00 น. ว่ามีความตึงเครียดผิดปกติ โดยปกติจะมีแรงงานกัมพูชาจำนวนมากขี่รถจักรยานยนต์ รถพ่วงข้าง และรถชาลีมารอข้ามแดนเข้ามาทำงานในตลาดโรงเกลือ แต่เช้าวันนี้ภาพดังกล่าวหายไปอย่างสิ้นเชิง หลังทางฝั่งไทยยกระดับตอบโต้มาตรการของกัมพูชาที่ประกาศงดรับน้ำมันและก๊าซจากไทย

เจ้าหน้าที่ฝั่งกัมพูชาได้เข้ามาเจรจา โดยอ้างว่าไม่ทราบล่วงหน้าว่าฝั่งไทยจะบังคับใช้มาตรการเข้มข้นถึงขั้นนี้ ขณะที่แรงงานบางคนแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน โดยระบุว่าจำเป็นต้องนำรถเข้ามาดำเนินการด้านเอกสารกับศุลกากร มิฉะนั้นจะเสียค่าปรับ

เมื่อช่วงค่ำ 19.10 น. กองทัพภาคที่ 1, กองทัพภาคที่ 2 และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ออกคำสั่งปิด 6 ด่าน 10 จุดผ่อนปรนไทย-กัมพูชาตลอดแนว ยกเว้นช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและนักเรียน

แจ้งจับ 'ฮุน เซน' สั่งฆ่าคู่อริ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เข้าพบ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับสมเด็จฮุน เซน ความผิดต่อกฎหมายไทย จากกรณีที่สมเด็จฮุน เซน ได้มีการสั่งให้นายเกียง ฮวด รองผู้ว่าการกรุงพนมเปญ ร่วมกับตำรวจไทยสายเสื้อแดงฆ่านายลิม กิมยา นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามในประเทศไทย ซึ่งคลิปเสียงดังกล่าวเผยแพร่ผ่านสำนักข่าวอัลจาซีรา ต่อมาทางการกัมพูชาปฏิเสธคลิปเสียง โดยระบุว่าเป็นคลิปเสียงที่ทำโดยเทคโนโลยี AI แต่ผู้เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยียืนยันว่าคลิปเสียงดังกล่าวเป็นคลิปเสียงของสมเด็จฮุน เซนจริง และต่อมาวันที่ 22 สิงหาคม 2566 นายพร พันนา นักเคลื่อนไหวทางการเมืองฝั่งตรงข้ามสมเด็จฮุน เซน ที่ลี้ภัยอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2565 ก็ถูกชายแปลกหน้า 3 คนที่พูดภาษากัมพูชาทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เปิดเผยว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏเช่นนี้ ตนในฐานะอดีต ผบ.ตร.ที่ทราบกฎหมาย ว่าการกระทำดังกล่าวแม้จะเป็นการสั่งมาจากนอกราชอาณาจักร มาดำเนินการในประเทศไทย ก็ถือว่าเป็นความผิดในกฎหมายไทยด้วย วันนี้จึงต้องร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับสมเด็จฮุน เซน โดยเอกสารที่ตนนำมายื่นให้ประกอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 85 ที่บัญญัติว่าผู้ใดโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด และความผิดนั้นมีอัตราโทษไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ก็จะต้องรับโทษในความผิดบัญญัตินั้นเสมือนเป็นตัวการ

ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทางเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ก็เดินทางมาเพื่อขอให้ดำเนินคดีกับผู้นำของประเทศกัมพูชา ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายที่เดินทางมาเชื่อว่าทั้งหมดมีความรักชาติรักแผ่นดิน ทั้งสองฝ่ายได้นำข้อมูลมามอบให้กับตำรวจ แต่ต้องยอมรับว่า 2 กรณีเป็นคนละเหตุการณ์ และเกิดในพื้นที่แตกต่างกัน

เมื่อถามว่า จะมีการสอบปากคำในส่วนของผู้ถูกกล่าวถึงอย่างสมเด็จฮุน เซน ด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า การจะเอาผิดได้หรือไม่อยู่ที่การสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน แต่เบื้องต้นต้องสอบสวนในส่วนของผู้กล่าวหาก่อน ส่วนข้อมูลของอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะสามารถเอาผิดผู้นำประเทศกัมพูชาได้หรือไม่ ต้องเป็นการพิจารณาของพนักงานสอบสวนก่อนเช่นกัน

ซักว่า ตำรวจไทยจะกล้าดำเนินคดีกับสมเด็จฮุน เซนหรือไม่ ผบ.ตร.ตอบว่า เกิดมาเป็นตำรวจเราก็ต้องตรงไปตรงมา ความกล้าเกิดตั้งแต่ได้ถูกอบรมสั่งสอนอุดมคติการเป็นตำรวจแล้ว จากที่ผ่านมาหลายคดี ตำรวจเดินหน้าจับกุมผู้กระทำความผิดโดยไม่มีเงื่อนไข.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...