โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ช่องแคบฮอร์มุซ ทางผ่านน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก ถ้าปิดจะสะเทือนแค่ไหน

SMART SME

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 11.42 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 11.41 น.

ชื่อของ “ช่องแคบฮอร์มุซ” ถูกพูดถึงในหน้าสื่อ หลังจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น เมื่อสหรัฐฯ เข้าโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน จนเกิดการตอบโต้ว่าจะปิดคอขวดขนส่งน้ำมันนี้ จนสร้างความวิตกด้านพลังงานในเรื่องราคาน้ำมันโลกที่อาจผันผวนอีกครั้ง

ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นเส้นทางเดินเรือที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะด้านพลังงานอย่าง “น้ำมัน” ซึ่งช่องแคบนี้ตั้งอยู่ระหว่างอ่าวเปอร์เซีย และอ่าวโอมาน ความสำคัญคือเป็นทางออกสู่ทะเลเพียงจุดเดียวของผู้ผลิตน้ำมัน-ก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ซาอุดีอาระเบีย, ยูเออี, คูเวต, บาห์เรน, กาตาร์, อิรัก และอิหร่าน ไปยังมหาสมุทรอินเดีย รวมถึงตลาดโลก

แน่นอนว่านี่คือ “คอขวดทางยุทธศาสตร์” ของการขนส่งน้ำมัน ที่ถูกควบคุมโดยอิหร่าน (ทางเหนือ) โอมาน-ยูเออี (ทางใต้) หากเกิดเหตุการณ์ โดยในปีปริมาณน้ำมันขนส่งผ่านคิดเป็นร้อยละ 20 ของการบริโภคน้ำมันทั่วโลก (ประมาณ 17-21 ล้านบาร์เรล/วัน) นอกจากนี้ ยังมีก๊าซ LNG ที่ก็ใช้เส้นทางนี้ส่งออกเช่นกัน

เรียกได้ว่านี่คือเส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งพลังงานโลกเลยก็ว่า หากเกิดมีเหตุการณ์การขนส่งพลังงานหยุดชะงักขึ้น ด้วยเหตุผล ความขัดแย้งทางการเมือง ความไม่ปลอดภัย อาจจะนำมาสู่ปัญหาในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งความเสี่ยงต่อความมั่นคงขาดแคลนพลังงานอย่างรุนแรง, ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ได้แก่ การขนส่งสินค้า, การผลิต, การบิน อาจได้รับผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงที่ปรับขึ้นสูง และอาจกระทบไปยังต้นทุนการผลิตสินค้าที่เพิ่มขึ้น นำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรง ทำให้เศรษฐกิจถดถอย

โดยมากกว่าร้อยละ 70 ของน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องทางนี้มีจุดหมายปลายทางไปที่ตลาดในเอเชีย ซึ่งมีผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่อย่าง จีน, อินเดีย, ญี่ปุ่น, และเกาหลีใต้ หากเกิดความไม่แน่นอนประเทศเหล่านี้จะได้รับผลกระทบเป็นอันดับต้น ๆ เหมือนกับสถานการณ์ตอนนี้ที่ รัฐสภาอิหร่านมีมติให้ปิดช่องแคบนี้ ซึ่งต้องมารอดูว่าผู้นำประเทศจะตัดสินใจอย่างไร

ด้านสหรัฐฯ มองว่าการปิดช่องแคบเป็นการฆ่าตัวตายทางเศรษฐกิจ เพราะเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่สำคัญของโลก โดยเฉพาะเรือบรรทุกน้ำมัน และเรียกร้องให้จีนแสดงบทบาท ทำอะไรสักอย่าง เนื่องจากเป็นประเทศที่เป็นคู่ค้าน้ำมันรายใหญ่ของอิหร่าน

มองดูที่ประเทศไทย หากช่องแคบดังกล่าวถูกปิดจริง จากการให้สัมภาษณ์ของนายประเสริฐ สุนสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เผยว่า ไทยต้องเตรียมพร้อมทุกด้าน หากจำเป็นต้องหามาตรการประหยัดพลังงาน ไทยมีพลังงานสำรองไว้ 60 วัน แต่ส่วนตัวคิดว่าเป็นไปได้ยาก เพราะจะกระทบกับทั่วโลก

“ฮอร์มุซ” ไม่ได้เป็นช่องแคบเพียงแค่เส้นทางเดินเรือธรรมดา แต่เป็นหัวใจสำคัญของระบบพลังงานและเศรษฐกิจโลก ความมั่นคงของช่องแคบนี้จึงเป็นประเด็นที่นานาชาติต่างจับตามองและให้ความสำคัญอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นนั้นใหญ่หลวงและส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา:jpost, cnn, thaipbs

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...