โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ออสเตรเลียคุยสหรัฐเหตุนักข่าวถูกยิงกระสุนยาง

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 14.01 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 07.01 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

แคนเบอร์รา 10 มิ.ย.- นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี ของออสเตรเลียระบุว่า ภาพผู้สื่อข่าวออสเตรเลียถูกยิงได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยางของเจ้าหน้าที่สหรัฐ ในขณะรายงานสดเหตุการณ์ประท้วงที่ลอสแอนเจลิสหรือแอลเอ เป็นเรื่องน่ากลัว รัฐบาลได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นหารือกับรัฐบาลสหรัฐแล้ว

นายกรัฐมนตรีอัลบาเนซีกล่าวที่สมาคมผู้สื่อข่าวแห่งชาติในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลียในวันนี้ว่า ได้พูดคุยกับลอเรน โทมาซี ผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์ไนน์นิวส์ (9News) ในเช้าวันนี้ เธอแจ้งว่าสบายดี เขายอมรับว่าเธอเป็นคนที่ฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็ว แต่ภาพที่เห็นเป็นภาพที่น่ากลัว ผู้สื่อข่าวที่ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดด้วยการเข้าไปรายงานข่าวในพื้นที่ที่ไม่ปกติในแอลเอ ไม่สมควรตกเป็นเป้าการยิงด้วยกระสุนยาง รัฐบาลออสเตรเลียได้นำประเด็นเหล่านี้ขึ้นหารือกับรัฐบาลสหรัฐแล้ว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ ตัวเขาเองได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นพูดคุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐด้วยเช่นกัน

Australian journalist hit with rubber bullet during LA protests

ด้านโทมาซีโพสต์เอ็กซ์ (X) ว่า รู้สึกค่อนข้างเจ็บ แต่ไม่เป็นไร เพราะสิ่งสำคัญ คือ การเดินหน้ารายงานสิ่งที่จำเป็นต้องให้ผู้คนรับรู้ โทมาซีถูกเจ้าหน้าที่ปราบจลาจลของสหรัฐยิงกระสุนยางเข้าที่ขา ขณะรายงานสดเหตุการณ์ประท้วงต่อต้านนโยบายกวาดจับผู้ลอบเข้าเมืองของประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน การประท้วงเริ่มขึ้นในคืนวันที่ 6 มิถุนายนหลังจากมีคนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจับกุม สถานการณ์ทวีความตึงเครียดเมื่อผู้นำสหรัฐมีคำสั่งในวันที่ 7 มิถุนายนให้ส่งกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิเข้าไปควบคุมสถานการณ์.-814.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...