โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"ใบหน้าบนดาวอังคาร" ภาพถ่ายสะพรึงปี 1976 ต้นกำเนิดทฤษฎีลี้ลับ NASA ก็ยังตอบไม่ขาด!

sanook.com

เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 11.34 น. • Sanook
ภาพจากยาน Viking 1 เมื่อปี 1976 จุดชนวนความเชื่อ “สิ่งก่อสร้างนอกโลก” ที่ยังทำให้คนทั่วโลกถกเถียงว่า… นี่คือก้อนหินธรรมดา หรือร่องรอยอารยธรรมโบราณบนดาวอังคาร?

“ใบหน้าบนดาวอังคาร” ภาพถ่ายสุดช็อกจาก Viking 1 เมื่อปี 1976 ต้นกำเนิดของทฤษฎีลี้ลับ และปริศนาไร้คำตอบยาวนานเกือบครึ่งศตวรรษ

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ปี 1976 ยานอวกาศ Viking 1 ของ NASA ได้บันทึกภาพหนึ่งที่กลายเป็นภาพลึกลับและถูกพูดถึงมากที่สุดในประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศ: ภาพโครงสร้างคล้าย“ใบหน้ามนุษย์ยักษ์” ปรากฏกลางพื้นที่ขรุขระชื่อ Cydonia บนดาวอังคาร

ภาพถ่ายขาวดำที่แสดงภูมิประเทศซึ่งดูเหมือนมีดวงตา จมูก และปาก ถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวาง และจุดกระแสถกเถียงเกี่ยวกับการมีอยู่ของอารยธรรมต่างดาว

Viking 1 ซึ่งเป็นหนึ่งในยานสำรวจสองลำแรกที่ลงจอดบนดาวอังคารได้สำเร็จ ถ่ายภาพนี้จากระดับความสูงราว 1,873 กิโลเมตร ทีมนักวิศวกรของ NASA ในตอนแรกมองว่าเป็นเพียงภาพลวงตาทางสายตาที่เกิดจากมุมของแสงและเงา

แต่เมื่อภาพนี้ถูกเผยแพร่พร้อมคำอธิบายว่า“ดูคล้ายใบหน้ามนุษย์” สื่อและสาธารณชนก็ให้ความสนใจอย่างท่วมท้น หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าโครงสร้างนี้อาจเป็นสิ่งก่อสร้างฝีมือมนุษย์ต่างดาว หรือร่องรอยของอารยธรรมโบราณบนดาวอังคาร

ภาพนี้มีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น “The Face on Mars”, “ใบหน้าที่ Cydonia” หรือเรียกง่ายๆ ว่า“ใบหน้าบนดาวอังคาร” โดยลักษณะของมันดูคล้ายถูก “แกะสลัก” ลงบนพื้นผิวดาว พร้อมรายละเอียดชัดเจนของหน้าผาก เบ้าตา จมูก และริมฝีปาก

ภาพนี้กลายเป็นต้นกำเนิดของทฤษฎีลี้ลับมากมาย นักเขียนชื่อดังอย่าง Richard C. Hoagland เคยเสนอว่าโครงสร้างนี้อาจเป็นซากปรักหักพังของอารยธรรมต่างดาว หรือแม้กระทั่งข้อความที่เหลือไว้จากสิ่งมีชีวิตนอกโลก

เรื่องราวของ “ใบหน้าบนดาวอังคาร” ยังจุดกระแสหนังสือ ภาพยนตร์สารคดี และทฤษฎีสมคบคิดตลอดหลายทศวรรษ รายการโทรทัศน์อย่าง Unsolved Mysteries หรือ Ancient Aliens ก็มักกล่าวถึงพื้นที่ Cydonia ว่าเป็น “แหล่งโบราณคดีจากนอกโลก” ที่น่าสนใจ

สำหรับผู้ที่หลงใหลในความลี้ลับ ใบหน้าบนดาวอังคารเป็นสัญลักษณ์ของความฝันในการค้นพบสิ่งมีชีวิตนอกโลก และอาจเป็นหลักฐาน (แม้เพียงเล็กน้อย) ว่ามนุษย์อาจไม่ได้อยู่เพียงลำพังในจักรวาล

แต่อย่างไรก็ดี วงการวิทยาศาสตร์ก็ไม่ได้ปล่อยให้จินตนาการนำทางอย่างเดียว ตลอดหลายปีหลังจากนั้น NASA ส่งยานสำรวจรุ่นใหม่ๆ อย่าง Mars Global Surveyor (1998) และ Mars Reconnaissance Orbiter (2006) กลับไปถ่ายภาพพื้นที่เดิมอีกครั้ง ด้วยกล้องที่มีความละเอียดสูงกว่าเดิมมาก

ผลปรากฏว่าโครงสร้าง “ใบหน้า” นั้น แท้จริงเป็นเพียงเนินหินตามธรรมชาติที่ถูกกัดเซาะตามเวลา ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า pareidolia หรือ“ภาพลวงตาที่ทำให้สมองมนุษย์ตีความรูปทรงแปลกๆ ว่าเป็นใบหน้าหรือสิ่งคุ้นเคย” นั้น คือสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความลึกลับนี้

ถึงกระนั้น ความเชื่อเรื่อง “ใบหน้าบนดาวอังคาร” ก็ไม่ได้หายไปเสียทีเดียว แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะยืนยันว่าเป็นเพียงปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่ผู้ที่หลงใหลในทฤษฎีต่างดาวก็ยังยืนยันว่า NASA อาจปกปิดความจริง

บนอินเทอร์เน็ตยังคงเต็มไปด้วยบล็อก วิดีโอ และกระทู้ที่พูดถึงประเด็นนี้ โดยมองว่า “เราอาจยังไม่รู้จักดาวอังคารดีพอ” และการรีบปัดตกสิ่งที่ดูแปลกประหลาดว่า “ไร้สาระ” อาจเป็นการมองข้ามความจริงบางอย่างไป

สุดท้ายแล้ว ภาพ“ใบหน้าบนดาวอังคาร” ไม่ใช่แค่เหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศเท่านั้น แต่มันยังเป็นภาพแทนของจินตนาการของมนุษย์ ความอยากรู้ และแรงขับดันในการค้นหาโลกอื่นที่อยู่นอกเหนือขอบฟ้าของเรา

แม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 50 ปีนับจากวันที่ Viking 1 ถ่ายภาพนี้โดยบังเอิญ แต่ “ใบหน้าบนดาวอังคาร” ก็ยังคงอยู่ ไม่ใช่แค่บนพื้นผิวดาวอังคาร… แต่ในความคิด จินตนาการ และความปรารถนาอันลึกซึ้งของมนุษย์ที่อยากสำรวจจักรวาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...