โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

แซม อัลต์แมน ซีอีโอ OpenAI เผย 'ข้อความแชตกับ AI ใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้'

BT Beartai

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 07.35 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 07.10 น.
แซม อัลต์แมน ซีอีโอ OpenAI เผย 'ข้อความแชตกับ AI ใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้'

แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของ OpenAI ผู้สร้าง ChatGPT ได้ไปออกพอดแคสต์ช่อง Theo Von พร้อมได้แสดงความกังวลถึงการที่คนยุคใหม่พึ่งพา AI ในฐานะที่ปรึกษาทุก ๆ เรื่อง ทั้งการเงิน ปัญหาชีวิต หรือบำบัดสุขภาพจิต โดยพร้อมที่จะเล่าเรื่องราวที่มีเนื้อหาละเอียดอ่อนและอ่อนไหวให้กับ AI รับรู้ โดยเขาย้ำในพอดแคสต์ว่าการสนทนาในลักษณะการบำบัดหรือปรึกษากับ AI นั้น ไม่มีการคุ้มครองทางกฎหมาย

ซึ่งต่างจากการที่เราไปพบที่ปรึกษาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ อย่างนักจิตวิทยา นักบำบัด ทนายความ หรือจิตแพทย์ที่มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลละเอียดอ่อนที่ได้เล่าให้กับพวกเขาฟัง หรือ ‘Legal Privilege’ (สิทธิพิเศษในการไม่เปิดเผยข้อมูล)

นั่นหมายความว่า หากผู้ใช้งานเปิดเผยข้อมูลที่ละเอียดอ่อนที่สุดผ่านการแชตกับ AI แล้วเกิดคดีความหรือการฟ้องร้องขึ้นมาในอนาคต OpenAI อาจถูกบังคับตามกฎหมายให้ส่งมอบข้อมูลบทสนทนาดังกล่าวเพื่อใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้ ซึ่งตัวเขาเองมองว่าเป็นปัญหาที่วุ่นวายอย่างมาก และจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขและวางแผนรับมือให้เร็วที่สุด

สิ่งที่ตอกย้ำความเสี่ยงนี้คือ นโยบายการจัดการข้อมูลของ OpenAI เอง ซึ่งแตกต่างจากการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันที่เข้ารหัสอย่าง WhatsApp หรือ Signal โดย OpenAI สามารถเข้าถึงบทสนทนาระหว่างผู้ใช้กับ ChatGPT ได้ เพื่อวัตถุประสงค์ในการนำข้อมูลไปปรับปรุงประสิทธิภาพของ AI และตรวจสอบการใช้งานในทางที่ผิด

แม้ว่าตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของ OpenAI จะระบุว่าบทสนทนาที่ถูกลบจะถูกลบอย่างถาวรภายใน 30 วัน แต่ก็มีข้อยกเว้นที่สำคัญคือ “เว้นแต่บริษัทจำเป็นต้องเก็บข้อมูลไว้ด้วยเหตุผลทางกฎหมายหรือความปลอดภัย”

ประเด็นนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่ง The New York Times และสื่ออื่น ๆ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้ OpenAI เก็บรักษาบันทึกการใช้งานของผู้ใช้ ChatGPT ทั้งหมด รวมถึงแชตที่ถูกลบไปแล้วไว้โดยไม่มีกำหนด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคดีฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์ นี่คือตัวอย่างของการที่ข้อมูลการสนทนาของผู้ใช้สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางกฎหมายได้ทุกเมื่อ

แมว่าทุกวันนี้การใช้ ChatGPT หรือ AI ตัวอื่นเพื่อขอคำปรึกษาอาจเป็นเรื่องที่สะดวกและเข้าถึงง่าย แต่ผู้ใช้งานต้องตระหนักอยู่เสมอว่าพื้นที่นี้อาจไม่ใช่ “พื้นที่ปลอดภัย” (Safe Space) อย่างแท้จริง ข้อมูลทุกอย่างที่พิมพ์ลงไปอาจไม่ได้รับการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวตามกฎหมาย และมีความเสี่ยงที่จะถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานปรักปรำตัวเองหรือผู้อื่นในกระบวนการยุติธรรมได้

ณ เวลานี้ ไม่ว่าใครที่ใช้ AI ทำอะไรก็ตาม ควรใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลที่ละเอียดอ่อน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตัวเองในทางกฎหมายได้ในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...