โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นายกฯเยอรมนี เอาใจ ‘ทรัมป์’ ด้วยของขวัญเซอร์ไพรส์

ไทยโพสต์

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 12.50 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 05.50 น.
ฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี มอบสำเนาใบสูติบัตรปู่ของทรัมป์ ซึ่งเกิดในเยอรมนีเมื่อปี 1869 ให้แก่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในระหว่างการประชุมทวิภาคีที่ห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน – Photo by Brendan Smialowski / AFP

นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซเองก็รู้สึกตื่นเต้นกับของขวัญที่เขามอบให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นั่นคือสำเนาใบสูติบัตรเยอรมันของฟรีดริช-ปู่ของทรัมป์ จากปี 1869

บรรยากาศเป็นอย่างไร? เคมีเข้ากันได้ดีไหม? เป็นหัวข้อที่ชาวเยอรมันหลายคนต้องการรับรู้ ของขวัญที่ดีอาจช่วยได้ หรืออาจส่งผลร้ายหากเลือกผิด ฟรีดริช เมิร์ซเลือกของที่ระลึกส่วนตัว นอกจากนี้ยังเป็นของที่ระลึกของครอบครัวทรัมป์ด้วย ผู้นำรัฐบาลทั้งสองเพิ่งนั่งลงที่ห้องทำงานรูปไข่ได้ไม่นาน นายกรัฐมนตรีของเยอรมนีก็ส่งมอบสำเนาใบสูติบัตรปู่ของทรัมป์ใส่กรอบทองอย่างดีให้กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ปู่ของทรัมป์ชื่อ ฟรีดริช เกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 1869 ที่เมืองคัลล์สตัดท์ แคว้นพาลาทิเนต เห็นได้ชัดว่ามันพอจะคลายความเครียดในบรรยากาศได้บ้าง ทรัมป์ยังพูดติดตลกอีกด้วยตอนที่เขาสะกดชื่อเมือง “ฟังดูเป็นเยอรมันจริงจังมากเลย”

ขณะที่ยังอยู่บนเครื่องบิน เมิร์ซได้บันทึกวิดีโอสั้นๆ ไว้สำหรับโซเชียลมีเดีย เขายืนอยู่ในห้องประชุมบนเครื่องบินของรัฐบาล และยื่นกรอบรูปสีทองให้ชมอย่างตื่นเต้น กระทรวงการต่างประเทศของรัฐบาลกลางได้จัดทำสำเนาใบสูติบัตรดังกล่าว และแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วยลายมือแบบเดียวกัน “ยอดเยี่ยมจริงๆ ผมยังอยากเก็บไว้เองเลย” เมิร์ซกล่าวเสียงตื่นในคลิปวิดีโอ

เวลานี้กรอบรูปนั้นเป็นของทรัมป์แล้ว และเมิร์ซแอบหวังว่าเจ้าภาพจะกระตือรือร้นเกี่ยวกับของขวัญที่ได้รับพอๆ กับแขกผู้มอบให้ ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้เลย เพราะในครอบครัวทรัมป์ ความทรงจำเกี่ยวกับบ้านเกิดเก่าแก่ที่ห่างไกลของพวกเขามักจะถูกละเลยเสมอ

เฟรเดริก ซึ่งเป็นชื่อที่ฟรีดริชเรียกตัวเองหลังจากอพยพไปอเมริกา เขาไม่ได้รู้สึกกระตือรือร้นเกี่ยวกับ “เยอรมนีที่เก่าแก่” อีกต่อไป ในปี 1905 ตอนที่เขาเดินทางกลับไปยังพาลาทิเนต ซึ่งเป็นที่ที่เอลิซาเบธ-ภรรยาสาวของเขายังอาศัยอยู่ เขาก็ประสบปัญหากับทางการ เนื่องจากพ่อหนุ่มฟรีดริชละเลยที่จะทำหน้าที่ทหารให้เสร็จสิ้นก่อนจะออกเดินทางไปอเมริกา เฟรเดริกที่ขณะนั้นเป็นพลเมืองสหรัฐฯ แล้วจึงถูกปฏิเสธใบอนุญาตพำนักอยู่ในพาลาทิเนต ซึ่งในเวลานั้นอยู่ภายใต้การปกครองของบาวาเรีย ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ครอบครัวของเขายังถูกเนรเทศอย่างกะทันหันอีกด้วย นักประวัติศาสตร์เพิ่งค้นพบเรื่องนี้เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา

หลังจากนั้น จดหมายร้องทุกข์ที่ปู่ของทรัมป์เขียนถึงเจ้าชายลุตโพลด์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ด้วยประโยคขึ้นต้นว่า “บิดาของประเทศอันเป็นที่รักยิ่ง มีเกียรติ ฉลาด และยุติธรรม” และ “ผู้ปกครองที่ได้รับการยกย่อง” ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ให้ดีขึ้นแต่อย่างใด ลุตโพลด์ยังคงยืนกรานและปฏิเสธ “คำขอที่ต่ำต้อย” ของเขา ในที่สุดเดือนกรกฎาคม 1905 ครอบครัวทรัมป์จึงพากันไปขึ้นเรือกลไฟที่เมืองท่าฮัมบวร์กเพื่อมุ่งหน้าสู่นิวยอร์ก สามเดือนต่อมา เฟร็ด-พ่อของทรัมป์ก็ลืมตาดูโลก

หากชาวเยอรมันไม่ใช้ระเบียบราชการที่ยุ่งยากมากนักในสมัยนั้น นายกรัฐมนตรีเมิร์ซอาจต้องสรรหาของขวัญที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงในวันนี้ สำหรับประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนอื่นที่อาจไม่ใช่ทรัมป์.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...