โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

หัวอกแม่แทบขาดใจ วอนขอความช่วยเหลือ ลูกสาวถูกแฟนทำร้ายสาหัส

สยามนิวส์

เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 06.37 น. • สยามนิวส์
หัวอกแม่แทบขาดใจ วอนขอความช่วยเหลือ ลูกสาวถูกแฟนทำร้ายสาหัส

กลายเป็นเหตุสะเทือนใจที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ขอความช่วยเหลือ หลังลูกสาวถูกแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกายอย่างโหดร้ายและถูกกักขังอยู่ในบ้านนานกว่า 4 วัน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้ารับการรักษาในห้องไอซียู

โดยผู้โพสต์ซึ่งเป็นแม่ของผู้บาดเจ็บ ระบุว่า ลูกสาวของเธอถูกแฟนหนุ่มที่เพิ่งคบหากันเพียง 4 เดือน ทำร้ายจนกรามหัก คอติดเชื้อ ต้องผ่าตัดเจาะคอและใส่เครื่องช่วยหายใจ ทั้งยังถูกทุบโทรศัพท์จนขาดการติดต่อ ก่อนหนีออกมาได้และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

ในโพสต์ยังมีการแนบภาพลูกสาวที่บาดเจ็บหนัก หน้าตาบวมช้ำ คอมีรอยฟกช้ำอย่างเห็นได้ชัด พร้อมข้อความเขียนด้วยลายมือของผู้บาดเจ็บ บรรยายเหตุการณ์ว่า พยายามหนีออกจากบ้านเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ถูกตามไปทำร้ายบนถนน และถูกบังคับให้ทำงานทั้งที่เจ็บหนัก

ขณะนี้ แม่ของผู้บาดเจ็บได้เดินทางไปแจ้งความกับ สภ.พระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีรายงานว่าผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปในพื้นที่ อำเภอคีรีรัฐนิคม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามจับกุม พ.ต.อ.วีระพันธ์ เกื้อรักษ์ ผู้กำกับการ สภ.พระแสง เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนแล้ว และกำลังเร่งรัดให้ฝ่ายสืบสวนติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว

ล่าสุดด้าน กัน จอมพลัง ได้เข้าช่วยเหลือเคสนี้แล้ว โดยประสานไปยัง พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เพื่อเร่งดำเนินคดี พร้อมยืนยันว่าจะติดตามเรื่องจนกว่าผู้ก่อเหตุจะถูกจับกุม

เรียบเรียงเนื้อหาโดย สยามนิวส์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...