โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

3 เงื่อนไขโหด! สตาร์ทอัพต้องรู้ก่อนรับเงินลงทุน ถอดบทเรียนจาก “สงครามส่งด่วน”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 17.15 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 03.06 น.

ในซีรีส์ สงครามส่งด่วน ได้ฉายภาพที่คุ้นเคยในโลกของสตาร์ทอัพ เมื่อผู้ก่อตั้งต้องเดินเข้าไปเจรจากับนักลงทุน เพื่อแลกเงินทุนมาก้อนหนึ่งที่จะนำไปสานฝันให้เป็นจริง แต่เบื้องหลังของเงินลงทุนนั้น ไม่ได้มีแค่ตัวเลขสวยหรูหรือคำว่า “โอกาส” เท่านั้น ยังมีเงื่อนไขหลายข้อที่อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทั้งบริษัท 3 เงื่อนไขสุดโหดที่สตาร์ทอัพต้องระวังในการรับเงินทุน

บทความโดย SET Thailand

บทเรียนจาก สงครามส่งด่วน เรื่องหนึ่งคือ การหาเงินทุนคือก้าวสำคัญของสตาร์ทอัพทุกคน เพราะมันคือเชื้อเพลิงที่จะผลักดันไอเดีย ธุรกิจ และทีม ให้เติบโตได้อย่างรวดเร็ว แต่เงินทุกบาทที่ได้รับมา มักมาพร้อมกับ “ข้อแลกเปลี่ยน” ที่ต้องเข้าใจให้ลึก เพื่อไม่ให้ความฝันที่สร้างมา ต้องแลกกับการเสียสิทธิ์หรืออำนาจในบริษัทของตัวเองไป

การลงทุนในสตาร์ทอัพส่วนใหญ่มาในรูปแบบของ “หุ้น” โดยจะมีการระบุอย่างชัดเจนว่าเม็ดเงินลงทุนแลกกับหุ้นจำนวนเท่าไร เช่น หากนักลงทุนใส่เงิน 20 ล้านบาทเพื่อแลกกับ 200,000 หุ้น และบริษัทมีหุ้นเดิมอยู่ 800,000 หุ้น ก็จะกลายเป็นว่าหุ้นทั้งหมดมีจำนวน 1 ล้านหุ้น ซึ่งเท่ากับว่านักลงทุนถือหุ้น 20% ของกิจการ มูลค่าบริษัทในรอบนี้จึงเท่ากับ 100 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การถือหุ้นของนักลงทุนมักไม่ได้มาในรูปแบบ “หุ้นสามัญ” เหมือนผู้ก่อตั้ง แต่เป็น “หุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพ” ซึ่งให้อำนาจและความคุ้มครองมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการได้รับเงินคืนก่อน หรือการเปลี่ยนหุ้นเป็นสามัญในกรณีที่บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ เงื่อนไขเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องปกติ แต่หาก Founder ไม่เข้าใจให้ลึก ก็อาจกลายเป็นข้อเสียเปรียบระยะยาวโดยไม่รู้ตัว

นี่คือ 3 เงื่อนไขสำคัญที่ Founders ควรทำความเข้าใจอย่างรอบด้านก่อนจะตกลงรับเงินลงทุนใด ๆ

Anti-Dilution Provision: สิทธิ์ป้องกันการลดสัดส่วนหุ้นของนักลงทุน

Anti-Dilution Provision คือเงื่อนไขที่ปกป้องนักลงทุนในกรณีที่บริษัทต้องระดมทุนในรอบถัดไปด้วยมูลค่าที่ต่ำกว่ารอบก่อนหน้า (หรือที่เรียกกันว่า Down Round) หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ นักลงทุนจะได้รับสิทธิ์ในการ “ปรับราคาหุ้น” หรือ “เพิ่มจำนวนหุ้น” โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม เพื่อให้มูลค่าหุ้นที่ถืออยู่นั้นยังเทียบเท่ากับตอนที่ลงทุนในรอบก่อน

แม้ว่าจะดูเป็นเรื่องที่ยุติธรรมสำหรับนักลงทุน แต่ผลกระทบจะตกอยู่กับผู้ถือหุ้นเดิม โดยเฉพาะผู้ก่อตั้ง ที่จะเห็นสัดส่วนหุ้นของตัวเองถูกลดลงไปอีก ทั้งที่ไม่ได้มีการออกหุ้นใหม่เพิ่มจริง ๆ ในเชิงความรู้สึก มันเหมือนกับการยอม “เสียหุ้นฟรี” เพื่อให้เงื่อนไขของนักลงทุนยังคงคุ้มค่า หากไม่มีการเจรจาหรือเข้าใจโครงสร้างนี้ให้ดี ผู้ก่อตั้งอาจพบว่าตนเองเหลือหุ้นน้อยลงโดยไม่ทันตั้งตัว

Liquidation Preference: นักลงทุนได้เงินก่อน หากบริษัทไม่ไปรอด

Liquidation Preference เป็นอีกหนึ่งเงื่อนไขที่มักแนบมากับหุ้นบุริมสิทธิ เพื่อคุ้มครองนักลงทุนในกรณีที่บริษัทเลิกกิจการ ถูกขาย หรือชำระบัญชี โดยนักลงทุนจะได้รับเงินคืนจากทรัพย์สินที่เหลืออยู่ก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ ซึ่งรวมถึงผู้ก่อตั้งและทีมงานดั้งเดิม

เงื่อนไขนี้อาจกำหนดเป็นจำนวนเงินเท่ากับเงินลงทุน หรือมากกว่านั้น เช่น นักลงทุนอาจได้รับเงินคืน 1.5 เท่าหรือ 2 เท่าของเงินที่ลงไปก่อนที่ผู้ก่อตั้งจะได้รับส่วนแบ่งใด ๆ หากบริษัทมีทรัพย์สินเหลือไม่มากพอ เงินทั้งหมดอาจหมดไปกับการคืนให้กับนักลงทุน ทำให้ Founder ไม่ได้รับอะไรเลยจากการขายบริษัท ถึงแม้จะเป็นคนสร้างธุรกิจมาตั้งแต่ต้นก็ตาม การกำหนดอัตราและลำดับการชำระเงินจึงเป็นสิ่งที่ควรเจรจาอย่างรอบคอบ เพราะมันสะท้อนถึงความเสี่ยงและผลตอบแทนในยามที่สถานการณ์ไม่ได้เป็นไปตามแผน

Redemption Rights: นักลงทุนมีสิทธิ์ขอเงินคืนได้ในอนาคต

Redemption Rights เป็นสิทธิที่ให้นักลงทุนสามารถขายหุ้นคืนให้กับบริษัทได้ หลังจากถือครองหุ้นมาระยะเวลาหนึ่งตามที่ตกลงกัน เช่น ครบ 5 ปี หากบริษัทไม่สามารถเติบโตจน Exit ได้ หรือยังไม่เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ นักลงทุนอาจใช้สิทธินี้เพื่อเรียกเงินต้นคืนจากบริษัท

ในทางปฏิบัติ เงื่อนไขนี้เหมือนการ “ตั้งเวลาไว้ล่วงหน้า” ว่าหากธุรกิจยังไม่เติบโตตามที่คาด นักลงทุนสามารถถอนตัวได้พร้อมเงินคืน ซึ่งอาจเป็นภาระทางการเงินก้อนใหญ่สำหรับบริษัท โดยเฉพาะหากยังไม่มีรายได้หรือกระแสเงินสดเพียงพอที่จะรองรับการคืนเงิน หากผู้ก่อตั้งไม่ได้วางแผนรับมือให้ดี หรือไม่เข้าใจผลกระทบจากเงื่อนไขนี้ ก็อาจเผชิญกับวิกฤตสภาพคล่องอย่างไม่ทันตั้งตัว

อ้างอิง :

(เพิ่มเติม…)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...