50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - จีน
เป็นหนึ่งในสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างนักธุรกิจไทยและนักธุรกิจจีนมาต่อเนื่องหลายทศวรรษ ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน “คุณหมิง-สมชาย ศุภสัญญา” ประธานบริษัท จินหมิง กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด และรองประธานสภาวัฒนธรรมไทย–จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ ร่วมแบ่งปันเคล็ดลับความสำเร็จในการทำการค้ากับชาวจีน ท่ามกลางโลกยุคแบ่งขั้ว พร้อมแสดงความมั่นใจถึงการสร้างอนาคตร่วมกันระหว่างไทย-จีน ในฐานะพันธมิตรทางการค้าที่จริงใจต่อกัน
สภาวัฒนธรรมไทย-จีนฯมีบทบาทอย่างไรในการช่วยเหลือนักลงทุนจีนมาทำธุรกิจในไทย
สภาวัฒนธรรมไทย-จีนฯ เป็นกลไกเชื่อมโยง ส่งเสริมความร่วมมือทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจระหว่างไทยกับจีน โดยเฉพาะบริบททางธุรกิจ ต้องอาศัยความเข้าใจเชิงลึกทั้งด้านประเพณีและภาษา โดยสภาวัฒนธรรมไทย-จีนฯเน้นการส่งเสริมและสร้างเครือข่ายภาคธุรกิจในเมืองไทย จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้ด้านภาษา และกฎหมายไทย ให้เข้าใจถึงการทำธุรกิจในไทย ผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมต่างๆ เราพร้อมทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมให้คำแนะนำสิ่งดีๆ โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ เพื่อให้นักลงทุนชาวจีนเชื่อใจและไว้วางใจ เมื่อเกิดความมั่นใจจะทำให้การประสานความร่วมมือสามารถทำได้ง่ายขึ้น
อะไรคือเคล็ดลับการทำการค้ากับชาวจีนให้ประสบผลสำเร็จ
ประเทศจีนมีตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่สุดในโลก การค้าขายกับจีนต้องอาศัยกลยุทธ์ผสมผสานระหว่างความเข้าใจในวัฒนธรรมต่างๆ และนวัตกรรมการตลาด สร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ผลิตสินค้าให้ตรงความต้องการ และเหมาะกับรสนิยมของผู้บริโภคชาวจีน บรรจุหีบห่อที่มีความสวยงามหรูหรา เลือกใช้สีที่เป็นมงคล เน้นการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและมีราคาสมเหตุสมผล ฉะนั้นการสร้างความไว้วางใจผ่านการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมไทย-จีน จะสามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจได้ว่า วัฒนธรรมจีนมีความต้องการแบบไหน มีอุปนิสัยเป็นอย่างไร จึงจะเชื่อมโยงนำไปสู่การค้าขายกันได้อย่างประสบความสำเร็จ
การทำธุรกิจในภาวะโลกแบ่งขั้วมีความยากลำบากอย่างไร
โลกในปัจจุบันถูกแบ่งขั้วทั้งด้านการเมือง, เทคโนโลยี และความมั่นคง การทำธุรกิจยุคใหม่จะต้องไม่พึ่งพาเพียงตลาดเดียว ต้องขยายไปได้ในหลายทิศทาง, มีความยืดหยุ่น และรวดเร็วในการปรับเปลี่ยนซัพพลายเชน หรือการย้ายฐานการผลิต การหาวัตถุดิบในการผลิตใหม่ๆ ด้วยการอาศัยเทคโนโลยีข้อมูลในการแข่งขัน เช่น AI ระบบการขนส่งโลจิสติกส์ต้องอาศัยนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างความยั่งยืน สร้างความน่าเชื่อถือ เข้ากับแนวโน้มของโลกในยุคปัจจุบัน รวมถึง ทำความเข้าใจกับความเสี่ยงด้านนโยบายของรัฐในแต่ละประเทศ เช่นเดียวกับเรื่องกำแพงภาษี จะต้องมีการปรับตัวตลอดเวลา เพราะถ้าอยู่เฉยๆรับรองว่าไม่ทันกินแน่นอน
การสร้างอนาคตร่วมกันระหว่างไทย-จีน จะมีความเจริญรุ่งเรืองเพียงใด
ไทย-จีนทำการค้าร่วมกันมากว่า 700 ปี มีความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 50 ปี เป็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น “ไทย-จีนไม่ใช่อื่นไกลเป็นพี่น้องกัน” เรื่องความร่วมมือระหว่างไทย-จีนมีความลึกซึ้ง ทั้งเรื่องการขนส่งโลจิสติกส์ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าในอาเซียน, โครงการรถไฟและท่าเรือต่างๆ, โครงการในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ EEC แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและแน่นแฟ้น รวมไปถึงด้านการศึกษา, ความร่วมมือทางงานวิจัยนวัตกรรม, รถยนต์ EV, AI, พลังงานสะอาด, การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม อีกทั้งนักท่องเที่ยวจีนยังเป็นกลุ่มเป้าหมายอันดับต้นๆของเมืองไทย ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการวางยุทธศาสตร์ของไทยว่า หากมีมาตรการช่วยเหลือทางภาษี หรือการนำเข้าแรงงาน ย่อมมีผลดีต่อนักลงทุนชาวจีน เมื่อชาวจีนเห็นว่าไทยไม่เอารัดเอาเปรียบกัน ต่างฝ่ายต่างวิน-วิน ย่อมเป็นพันธมิตร กันทางการค้า จีนเป็นประเทศที่ชอบผูกมิตรไม่เคยข่มเหงรังแกใคร มีแต่ช่วยเหลือทุกอย่าง ผมเชื่อมั่นว่าจีนมีความพร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของโลกอย่างแน่นอน.
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - จีน
ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง
- “ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล” ใช้การศึกษาสร้างสะพานเชื่อม หว่านเมล็ดพันธุ์มิตรภาพ “ไทย-จีน” แน่นแฟ้น
- 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - จีน
- "พินิจ" นำคณะสภาวัฒนธรรมไทย-จีนฯ ร่วมฉลอง "ปีทองแห่งมิตรภาพไทย-จีน"
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath