โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - จีน

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 03.49 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 03.45 น.
ภาพไฮไลต์

เป็นหนึ่งในสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างนักธุรกิจไทยและนักธุรกิจจีนมาต่อเนื่องหลายทศวรรษ ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน “คุณหมิง-สมชาย ศุภสัญญา” ประธานบริษัท จินหมิง กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด และรองประธานสภาวัฒนธรรมไทย–จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ ร่วมแบ่งปันเคล็ดลับความสำเร็จในการทำการค้ากับชาวจีน ท่ามกลางโลกยุคแบ่งขั้ว พร้อมแสดงความมั่นใจถึงการสร้างอนาคตร่วมกันระหว่างไทย-จีน ในฐานะพันธมิตรทางการค้าที่จริงใจต่อกัน

สภาวัฒนธรรมไทย-จีนฯมีบทบาทอย่างไรในการช่วยเหลือนักลงทุนจีนมาทำธุรกิจในไทย

สภาวัฒนธรรมไทย-จีนฯ เป็นกลไกเชื่อมโยง ส่งเสริมความร่วมมือทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจระหว่างไทยกับจีน โดยเฉพาะบริบททางธุรกิจ ต้องอาศัยความเข้าใจเชิงลึกทั้งด้านประเพณีและภาษา โดยสภาวัฒนธรรมไทย-จีนฯเน้นการส่งเสริมและสร้างเครือข่ายภาคธุรกิจในเมืองไทย จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้ด้านภาษา และกฎหมายไทย ให้เข้าใจถึงการทำธุรกิจในไทย ผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมต่างๆ เราพร้อมทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมให้คำแนะนำสิ่งดีๆ โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ เพื่อให้นักลงทุนชาวจีนเชื่อใจและไว้วางใจ เมื่อเกิดความมั่นใจจะทำให้การประสานความร่วมมือสามารถทำได้ง่ายขึ้น

อะไรคือเคล็ดลับการทำการค้ากับชาวจีนให้ประสบผลสำเร็จ

ประเทศจีนมีตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่สุดในโลก การค้าขายกับจีนต้องอาศัยกลยุทธ์ผสมผสานระหว่างความเข้าใจในวัฒนธรรมต่างๆ และนวัตกรรมการตลาด สร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ผลิตสินค้าให้ตรงความต้องการ และเหมาะกับรสนิยมของผู้บริโภคชาวจีน บรรจุหีบห่อที่มีความสวยงามหรูหรา เลือกใช้สีที่เป็นมงคล เน้นการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและมีราคาสมเหตุสมผล ฉะนั้นการสร้างความไว้วางใจผ่านการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมไทย-จีน จะสามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจได้ว่า วัฒนธรรมจีนมีความต้องการแบบไหน มีอุปนิสัยเป็นอย่างไร จึงจะเชื่อมโยงนำไปสู่การค้าขายกันได้อย่างประสบความสำเร็จ

การทำธุรกิจในภาวะโลกแบ่งขั้วมีความยากลำบากอย่างไร

โลกในปัจจุบันถูกแบ่งขั้วทั้งด้านการเมือง, เทคโนโลยี และความมั่นคง การทำธุรกิจยุคใหม่จะต้องไม่พึ่งพาเพียงตลาดเดียว ต้องขยายไปได้ในหลายทิศทาง, มีความยืดหยุ่น และรวดเร็วในการปรับเปลี่ยนซัพพลายเชน หรือการย้ายฐานการผลิต การหาวัตถุดิบในการผลิตใหม่ๆ ด้วยการอาศัยเทคโนโลยีข้อมูลในการแข่งขัน เช่น AI ระบบการขนส่งโลจิสติกส์ต้องอาศัยนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างความยั่งยืน สร้างความน่าเชื่อถือ เข้ากับแนวโน้มของโลกในยุคปัจจุบัน รวมถึง ทำความเข้าใจกับความเสี่ยงด้านนโยบายของรัฐในแต่ละประเทศ เช่นเดียวกับเรื่องกำแพงภาษี จะต้องมีการปรับตัวตลอดเวลา เพราะถ้าอยู่เฉยๆรับรองว่าไม่ทันกินแน่นอน

การสร้างอนาคตร่วมกันระหว่างไทย-จีน จะมีความเจริญรุ่งเรืองเพียงใด

ไทย-จีนทำการค้าร่วมกันมากว่า 700 ปี มีความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 50 ปี เป็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น “ไทย-จีนไม่ใช่อื่นไกลเป็นพี่น้องกัน” เรื่องความร่วมมือระหว่างไทย-จีนมีความลึกซึ้ง ทั้งเรื่องการขนส่งโลจิสติกส์ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าในอาเซียน, โครงการรถไฟและท่าเรือต่างๆ, โครงการในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ EEC แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและแน่นแฟ้น รวมไปถึงด้านการศึกษา, ความร่วมมือทางงานวิจัยนวัตกรรม, รถยนต์ EV, AI, พลังงานสะอาด, การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม อีกทั้งนักท่องเที่ยวจีนยังเป็นกลุ่มเป้าหมายอันดับต้นๆของเมืองไทย ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการวางยุทธศาสตร์ของไทยว่า หากมีมาตรการช่วยเหลือทางภาษี หรือการนำเข้าแรงงาน ย่อมมีผลดีต่อนักลงทุนชาวจีน เมื่อชาวจีนเห็นว่าไทยไม่เอารัดเอาเปรียบกัน ต่างฝ่ายต่างวิน-วิน ย่อมเป็นพันธมิตร กันทางการค้า จีนเป็นประเทศที่ชอบผูกมิตรไม่เคยข่มเหงรังแกใคร มีแต่ช่วยเหลือทุกอย่าง ผมเชื่อมั่นว่าจีนมีความพร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของโลกอย่างแน่นอน.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - จีน

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...