โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องสิทธิ LGBTQIA+ ทั่วโลก ในวันที่การเมืองกำลัง ‘หันขวา’

The Momentum

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 08.11 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 02.50 น. • THE MOMENTUM

อาจกล่าวได้ว่า ในช่วงไม่กี่ปีให้หลัง ทั่วโลกประสบปรากฏการณ์ ‘หันขวา’ กันถ้วนหน้า เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือกรณีของ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ชนะการเลือกตั้งไป 312 เสียงต่อ 226 เสียง หรือแม้แต่ในยุโรปเอง แนวคิดขวาจัดก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น เช่น ประเทศอิตาลี เยอรมนี และฮังการี ล้วนมีพรรคฝ่ายขวาอยู่ในรัฐบาล

ภายใต้บรรยากาศทางการเมืองแบบนี้ ไม่แปลกที่กลุ่มคนชายขอบจะกังวลเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของตัวเองเป็นพิเศษ ขณะที่สังคมเรากำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วในด้านวัตถุ แต่การเคารพความเป็นมนุษย์ของกันและกันกลับถดถอย

ตั้งแต่คำสั่งให้มีแค่ 2 เพศในอเมริกา ไปจนถึงกฎหมายต่อต้าน LGBTQIA+ ในฮังการี คอลัมน์ Gender สัปดาห์นี้อยากพาผู้อ่านไปสำรวจสถานการณ์ของกลุ่ม LGBTQIA+ จากทั่วทุกมุมโลก

เพราะถึงแม้กรุงเทพฯ จะกำลังเฉลิมฉลอง แต่ยังมีอีกหลายเมืองและหลายประเทศที่ชาว LGBTQIA+ ไม่เหลือที่ให้ยืน

สหรัฐอเมริกา

ไม่พูดถึงสหรัฐฯ เลยก็คงไม่ได้ เพราะทุกการขยับตัวของ ‘พี่ใหญ่’ ล้วนส่งผลต่อการเมืองโลกมหาศาล ข้อมูลล่าสุดเผยว่า ในปี 2025 ทั้ง 50 รัฐของอเมริกามีร่างกฎหมายเชิงต่อต้านคนข้ามเพศรวมกัน 920 ฉบับ ผ่านแล้ว 112 ฉบับ โดยส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่การศึกษาและการรักษาพยาบาล บ้างก็แบนไม่ให้สอนเรื่องความหลากหลายทางเพศในโรงเรียน บ้างก็แบนไม่ให้คนข้ามเพศได้เข้าถึงบริการทางสุขภาพต่างๆ ที่จะช่วยรองรับเพศสภาพ (Gender-affirming Care)

นอกจากนั้นประธานาธิบดีเองยังลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) ให้อเมริกามีได้แค่ 2 เพศคือ ชายและหญิง โดยยึดจากเพศที่บันทึกไว้ตอนเกิด รวมถึงยุติโปรแกรมส่งเสริมความหลากหลาย และล่าสุดก็ตัดงบวิจัยด้านสุขภาพของกลุ่ม LGBTQIA+ มากกว่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 261 ล้านบาท)

ตั้งแต่ตอนหาเสียงจนถึงวันนี้ จุดยืนของทรัมป์ชัดเจนเหมือนเดิมคือ ‘อเมริกาจะไม่โว้กอีกต่อไป’

สหราชอาณาจักร

ถัดจากสหรัฐฯ ช่วงนี้สหราชอาณาจักรก็เป็นที่พูดถึงมากทีเดียว เนื่องจากอัยการศาลสูงสุด (Supreme Court) เพิ่งตัดสินอย่างเป็นเอกฉันท์ให้คำว่า ผู้หญิงครอบคลุมเพียงแค่ ‘ผู้หญิงตามหลักชีววิทยา’ เท่านั้น ส่วนผู้หญิงข้ามเพศ ต่อให้มีใบรับรองเพศสภาพ (Gender Recognition Certificate) ก็จะไม่ได้รับการคุ้มครองแบบเดียวกัน

นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิหลายคนกล่าวว่า คำตัดสินนี้เป็นการกีดกันคนข้ามเพศในพื้นที่สาธารณะอย่างชัดเจน ทำให้คนข้ามเพศตกเป็นเป้า ถูกเหยียด และถูกโจมตีได้ง่ายขึ้นไปอีก

อ้างอิงจากสถิติปี 2021 มีคนข้ามเพศในสหราชอาณาจักรตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมจากความเกลียดชัง (Hate Crime) มากถึง 2,630 กรณี คำถามต่อมาคือ จะเกิดอะไรขึ้นหากกฎหมายไม่สามารถปกป้องพวกเขาเหล่านี้ได้

ฮังการี

ย้ายจากฝั่งเกาะมายุโรปกลางกันบ้าง อันที่จริงฮังการีปกครองด้วยพรรคฝ่ายขวาชาตินิยม ‘ฟิเดสซ์’ (Fidesz) มานานแล้ว และในการเลือกตั้งปี 2022 วิกเตอร์ ออร์บาน (Viktor Orbán) จากพรรคฟิเดสซ์ก็ชนะอีกครั้ง แถมเป็นชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ นับตั้งแต่นั้นมาฮังการียิ่งออกนโยบายต่อต้าน LGBTQIA+ หนักขึ้นเรื่อยๆ

ล่าสุดเดือนมีนาคม 2025 มีการแก้รัฐธรรมนูญว่า ประเทศฮังการีจะยอมรับแค่ 2 เพศคือ ชายและหญิง คล้ายกับคำสั่งฝ่ายบริหารของทรัมป์ นอกจากนั้นออร์บานยังสั่งห้ามจัดงานสาธารณะที่มีสัญลักษณ์ของ LGBTQIA+ เช่น มีธงสายรุ้งหรือมีคนแต่งกายไม่ตรงกับเพศกำเนิด โดยเขาอ้างเหตุผลว่า เป็นอันตรายต่อเด็กๆ ในประเทศ

“เราจะไม่ยอมให้อุดมการณ์โว้กมาทำอันตรายต่อเด็กๆ ของเรา” ออร์บานกล่าว

สำหรับประชาชนที่ยังฝ่าฝืน พยายามจะเดินขบวนไพรด์ รัฐบาลจะใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้า และปรับสูงถึง 550 ยูโร (ประมาณ 2 หมื่นบาท)

บัลแกเรีย

ข้ามมาถึงยุโรปตะวันออก เมื่อเดือนสิงหาคม 2024 บัลแกเรียเพิ่งประกาศแก้กฎหมายด้านการศึกษา โดยห้ามให้หลักสูตรในโรงเรียน ‘โฆษณาชวนเชื่อ ส่งเสริม หรือปลุกปั่นแนวคิดใดๆ ก็ตามเกี่ยวกับเพศที่ไม่ตรงตามขนบ หรือไม่ตรงตามชีววิทยา’ สร้างความไม่พอใจแก่ประชาชนจำนวนมาก จนมีการเดินขบวนประท้วงนอกทำเนียบ

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ ร่างแก้กฎหมายดังกล่าวเสนอโดยพรรครีไววัล (Revival) ซึ่งเป็นพรรคขวาจัดโปรรัสเซีย พรรครีไววัลเองไม่ได้มีเสียงส่วนใหญ่ในสภา แต่พรรคอื่นๆ กลับสนับสนุนร่างนี้ทำให้ผ่านออกมาได้ในที่สุด ไม่แปลกหาก LGBTQIA+ ชาวบัลแกเรียจะรู้สึกเหมือนโดนหักหลังมากเป็นพิเศษ

“โฆษณาชวนเชื่อ LGBTQIA+ เป็นการต่อต้านมนุษยชาติ และจะไม่ถูกยอมรับในบัลแกเรีย” คอสตาดิน คอสตาดินอฟ (Kostadin Kostadinov) หัวหน้าพรรครีไววัล กล่าว

ตรินิแดดและโตเบโก

ตรินิแดดและโตเบโกเป็นเกาะในแถบแคริบเบียน คนไทยเราอาจไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไรนัก แต่ที่หยิบยกขึ้นมาพูดวันนี้ เนื่องจากกรณีของตรินิแดดและโตเบโกแสดงตัวอย่างของการ ‘ก้าวถอยหลัง’ ได้ชัดเจนที่สุด

ในอดีตประเทศนี้เป็นอาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษ กฎหมายที่จัดให้ความสัมพันธ์ชายรักชายเป็นอาชญากรรมก็ได้มาจากอังกฤษตั้งแต่ปี 1925 หากผู้ชายคนไหนโดนจับได้ว่าเป็นเกย์ มีโอกาสติดคุกนานถึง 25 ปี

หลังจากประชาชนกลุ่ม LGBTQIA+ ต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ มานาน ในที่สุด ปี 2018 ศาลสูง (High Court) ของตรินิแดดและโตเบโกก็ตัดสินว่า กฎหมายล้าหลังจากยุคอาณานิคมนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญและสมควรที่จะยกเลิกไป ถือเป็นพัฒนาการอันยิ่งใหญ่สำหรับประเทศ

แต่น่าเศร้าที่พัฒนาการไม่ยั่งยืน เพราะล่าสุดเดือนมีนาคม 2025 คำตัดสินของศาลสูงกลับถูกยกเลิกเสียอย่างนั้น ตรินิแดดและโตเบโกจึงวนกลับมาที่เดิม ที่ซึ่ง LGBTQIA+ เป็นอาชญากรรม เพียงแต่ลดโทษจำคุกจาก 25 ปีลงมาเหลือ 5 ปีเท่านั้นเอง

จริงอยู่ที่เดือนไพรด์เป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง ทั้งยังเป็นพื้นที่ให้ทุกคนได้ภาคภูมิใจในตัวตนอันหลากหลายและสวยงาม แต่เหนือสิ่งอื่นใด มันมีขึ้นเพื่อรำลึกถึงการต่อสู้ของ LGBTQIA+ ทุกคน นับตั้งแต่เหตุจลาจล ณ สโตนวอลล์อินน์จวบจนถึงปัจจุบัน

ที่เราเลือกเขียนบทความเกี่ยวกับสถานการณ์ไม่สู้ดีของกลุ่ม LGBTQIA+ ในเดือนนี้ ไม่ได้เจตนาขัดความสุขใคร เพียงแต่อยากย้ำเตือนว่า การต่อสู้ยังไม่จบลง ยังคงมีอีกหลายประเทศทั่วโลกที่ LGBTQIA+ ต้องเคลื่อนไหว เรียกร้อง และดิ้นรนกันต่อไป

กว่าจะไปถึงความเท่าเทียมอย่างแท้จริง

อ้างอิง

https://translegislation.com/

https://www.nytimes.com/2025/05/04/health/trump-administration-slashes-research-into-lgbtq-health.html

https://www.bbc.com/news/articles/czx84en1yp4o

https://www.aljazeera.com/news/2025/4/17/trans-women-arent-legally-women-what-the-uk-supreme-court-ruling-means

https://www.france24.com/en/live-news/20250414-hungary-set-to-restrict-constitutional-rights-in-easter-cleanup

https://www.dw.com/en/hungary-passes-constitutional-changes-targeting-lgbtq-rights/a-72242414

https://www.politico.eu/article/bulgaria-anti-lgbtq-law-ban-propaganda-school-ruman-rudev/

https://www.thepinknews.com/2025/04/04/trinidad-and-tobago-recriminalises-homosexuality/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...