โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ไทยโต้กลับ ลดวีซ่ากัมพูชาเข้าไทย เหลือ 7 วันเท่ากัน ส่วนวง JBC ยังมีเหมือนเดิม

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 10.02 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 10.02 น.
ภาพไฮไลต์

ก.ต่างประเทศ ยืนยัน ปรับลดวีซ่ากัมพูชาเข้าไทย เหลือแค่ 7 วันเท่ากัน ยืนยันการประชุม JBC เสาร์นี้ยังมีเหมือนเดิม

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 9 มิถุนายน 2568 นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวถึงพัฒนาการของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ระบุว่า เมื่อเย็นวานนี้ (8 มิถุนายน 2568) กองกำลังทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชาได้ออกสำรวจพื้นที่และมีการกลบฝังคูเลตแล้ว พร้อมปรับกำลังทหารทั้งสองฝ่ายให้ไปอยู่ในแนวเดิมกับปี 2567

ไทยมองว่าสถานการณ์เชิงบวกที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความจริงใจของกัมพูชาต่อความพยายามลดความตึงเครียด ซึ่งเป็นผลมาจากการเจรจาทุกระดับที่ผ่านมาและหวังว่าทั้งสองประเทศจะหาทางออกสู่สันติในระยะยาวได้ โดยเฉพาะการใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ ขณะนี้เป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีเพื่อเข้าสู่การประชุม JBC ที่จะเกิดขึ้นในอีก 5 วันนับจากนี้

ที่ผ่านมา JBC มีการประชุมร่วมกัน 10 ครั้ง รอบล่าสุดเกิดขึ้นในปี 2555 ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งการทำงาน 25 ปีที่ผ่านมาก็มีความคืบหน้าในหลายพื้นที่ อาทิ กรณีการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว และสะพานข้ามพรมแดนบ้านผักกาด จ.จันทบุรี ฝ่ายไทยจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุม JBC ที่กัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพในวันที่ 14 มิถุนายน 2568 จะช่วยลดความตึงเครียดของสถานการณ์ในภาพรวมที่ยังคงมีความเปราะบางอยู่ เพื่อรักษาความสงบในพื้นที่และความปลอดภัยประชาชนทั้งสองฝั่งชายแดน พร้อมร่วมกันหาทางออกที่ยั่งยืน

ทั้งนี้ ไทยยืนยันพร้อมเข้าร่วมประชุม JBC ด้วยความสุจริตใจ ยินดีที่จะได้เห็นความร่วมมือและความจริงใจของทั้งสองประเทศ รัฐบาลไทยยืนยันการเจรจาทวิภาคีต่างๆ ในทุกระดับจะเป็นหนทางที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหา เพื่อให้ครอบครัวอาเซียนอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

ขณะเดียวกัน นายนิกรเดช ยังได้เน้นย้ำความเข้าใจว่ามาตรการควบคุมจุดผ่านแดนต่างๆ ยังคงดำเนินมาตรการต่อไปตามการประเมินของฝ่ายความมั่นคง ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ศอ.ปชด.) มีประกาศที่จะยกระดับมาตรการการปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เช่น การตัดกระแสไฟฟ้า และการตัดอินเทอร์เน็ตที่ส่งไปยังพื้นที่ที่เป็นบ่อนการพนันและสแกมเมอร์ รวมถึงจะมีการควบคุมสินค้าและยุทโธปกรณ์ที่จะนำไปใช้ก่ออาชญากรรม โดยจะเสนอมาตรการดังกล่าวต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ต่อไป ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีกำหนดการเบื้องต้น พร้อมย้ำสื่อมวลชนและประชาชนระมัดระวังข่าวที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดและสร้างความขัดแย้งเพิ่มเติม

เมื่อถามว่าเรื่องที่ ตม.กัมพูชา จะจำกัดวีซ่าคนไทยจาก 60 วันเหลือ 7 วัน รัฐบาลได้รับทราบหรือยัง และไทยจะมีมาตรการอย่างไร นายนิกรเดช กล่าวว่า “ฝ่ายไทยปรับลดแล้วเหลือ 7 วันจาก 60 วันเช่นกัน” พร้อมยืนยันการประชุม JBC ยังมีอยู่เหมือนเดิม

ส่วนที่ตอนนี้ชาวบ้านบริเวณชายแดนมีความตื่นกลัวว่าจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นและสร้างบังเกอร์กัน อยากให้ กต. ยืนยันว่าสถานการณ์ยังมีความปลอดภัยนั้น นายนิกรเดช ตอบว่า “ขณะนี้ความตึงเครียดน้อยลง เมื่อวานปรับกำลังและกลบคูเลตแล้ว อาจไม่จำเป็นต้องกังวลหรือต้องระวังอะไรมาก แต่คิดว่าสถานการณ์ก็ยังคงอยู่ในสภาวะเปราะบาง”

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าในการประชุม JBC 4 พื้นที่ที่กัมพูชาจะไม่เอามาเจรจา ตรงนี้จะเราให้ฝั่งนั้นเอามาพูดคุยให้ได้หรือไม่ นายนิกรเดช ตอบว่า กัมพูชาระบุแบบนั้นจริง แต่ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังเริ่มคุยถึงวาระการประชุม คงเป็นการเร็วไปที่จะยืนยันตรงนี้ ทั้งไทยและกัมพูชามีสิทธิ์สงวนในสิ่งที่ตนพร้อมคุยและไม่พร้อมคุย ขอให้รอเวลาอีกหน่อยเพื่อความชัดเจน

สำหรับคำถามว่ามาตรการที่ไทยปรับลดวีซ่าชาวกัมพูชาจะดำเนินไปถึงเมื่อไหร่ นายนิกรเดช ระบุว่า ตอบไม่ได้ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้คุยกัน เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นแล้วทั้งสองฝ่ายอาจมาพูดคุยอีกครั้ง เรื่องนี้ยังไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดในขณะนี้.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไทยโต้กลับ ลดวีซ่ากัมพูชาเข้าไทย เหลือ 7 วันเท่ากัน ส่วนวง JBC ยังมีเหมือนเดิม

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...