โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ กับพระตำหนักเสื่อลำแพน พระเมตตาธิคุณที่เกื้อการุณย์ให้แก่ ‘ชาวเขมรอพยพ’

THE STATES TIMES

อัพเดต 04 มิ.ย. 2568 เวลา 03.33 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 04.30 น. • Hard News Team

(4 มิ.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ดร.โญ มีเรื่องเล่า ของ ดร.ปุณกฤษ ลลิตธนมงคลได้โพสต์ข้อความว่า …พระตำหนักเสื่อลำแพน ราชการุณย์ ณ เขาล้าน จังหวัดตราด

ในสถานการณ์ที่รัฐบาลเขมรกำลังหาเรื่องหาราวเพื่ออยากให้กลายเป็นประเด็นข้อพิพาทระหว่างประเทศ มีเรื่องที่อยากเล่า ซึ่งครั้งนี้นำมาเล่าเป็นครั้งที่ 3 แล้ว เป็นเรื่องราวที่แสดงให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระเมตตาธิคุณในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งไม่เพียงพสกนิกรชาวไทยของพระองค์เท่านั้น น้ำพระทัยของพระองค์ยังแผ่ให้ความเมตตาแก่ประชาชนของประเทศเพื่อนบ้านผู้ซึ่งหนีร้อนมาพึ่งเย็นอีกด้วย

'พระตำหนักเสื่อลำแพน'

ครั้งเกิดสงครามกลางเมืองเขมร มีการอพยพเข้ามาในฝั่งไทย
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไม่ทรงนิ่งนอนใจ
แม้จะไม่ใช่คนไทยแต่เป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เสด็จฯ ไปยังพื้นที่อันตรายเพื่อสร้างศูนย์อพยพ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ ออกไปควบคุมการก่อสร้างด้วยพระองค์เอง บางครั้งก็ทรงค้างคืนบนสถานที่คล้ายศาลาโล่งๆ ฝาทำด้วยเสื่อลำแพน ด้านหนึ่งเป็นพระพุทธรูปบูชา เพราะทรงถือว่าพระเป็นจุดรวมจิตที่เราจะยึดเป็นที่พึ่งทางใจ

ทรงสอนให้ผู้ที่อยู่ศูนย์รู้จักสวดมนต์กลางคืน โดยเปิดเทปบทสวด 'องค์ใดพระสัมพุทธ' กระหึ่มกังวานไปทั่ว และทรงนำน้ำพระพุทธมนต์ไปพรมเพื่อปัดรังควาน ให้ทุกคนปลอดภัยและอยู่เย็นเป็นสุข..

พระองค์บรรทมบนเสื่อกระจูด หันพระเศียรไปทางที่ตั้งพระพุทธรูป พระเขนย(หมอน)ก็ไม่มี ทรงใช้ฉลองพระองค์กันฝนม้วนๆ รองพระเศียร นางสนองพระโอษฐ์ และผู้ตามเสด็จฯ นอนเรียงรายรอบพระองค์ แม้จะมีอาการคันบ้าง เพราะตัวไรที่อาศัยอยู่กับเสื่อกระจูดมีโอกาสได้เข้าเฝ้าอย่างไม่เป็นทางการ แต่ทุกคนไม่บ่น เพราะสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถมิได้ทรงปริพระโอษฐ์บ่นเลยสักคำเดียว

วันที่ 22 – 23 สิงหาคม พ.ศ. 2522 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ร (ในขณะนั้นทรงดำรงพระอิสิริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร) ไปทรงเยี่ยมศูนย์สภากาชาดไทยแห่งใหม่ ซึ่งสร้างเสร็จแล้ว และประทับพักแรม ณ ศูนย์ฯแห่งใหม่ อนึ่งจนถึงวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2522 เวลาค่ำได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วยแทพย์เตรียมห้องผ่าตัด และรับสั่งให้หน่วยแพทย์พักแรมในศูนย์สภากาชาดไทยด้วย

ราชการุณย์.. ณ เขาล้าน เรื่องที่ชาวไทยควรรับรู้

เมื่อไปเที่ยวที่ศูนย์ราชการุณย์ เขาล้าน จ.ตราด ทำให้ทราบว่า พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไม่เพียงแต่พี่น้องชาวไทยเท่านั้น ยังแผ่กว้างไปถึงพี่น้องชาวเขมรผู้ตกทุกข์ได้ยาก

…. ในคราวที่คนเขมรนำกำลังเวียดนามมายึดประเทศตัวเอง และเข็นฆ่าคนเขมรด้วยกันเอง………………………..

นำมาจาก “หนังสือราชการุณย์”

…. วันที่เสด็จพระราชดำเนินไปคราวแรก ตรงกับวันที่ 26 พฤษภาคม 2522 ทรงพระราชนิพนธ์ว่า

“ฉันยังจำได้ดี เดือนพฤษภาคม 2522 ขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับแรมที่หัวหิน ผู้ว่าราชการจังหวัดตราดแจ้งมาว่า มีเขมรลี้ภัยหลั่งไหลเข้ามาในเขตไทยบริเวณเขาล้าน อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ผ่านเข้ามาทางแนวเทือกเขาบรรทัดจำนวนกว่าสองแสนคนอยู่ในสภาพทุกข์ทรมานแสนสาหัส มีเด็ก ๆ เจ็บหนักเนื่องจากขาดอาหาร จำนวนคนมีกรรมหนาที่หลั่งไหลเข้ามานี้มากเกินความสามารถของทางจังหวัดที่จะรับผิดชอบช่วยเหลือได้

ฉันเป็นสภานายิกาของกาชาดจึงบินไปดูด้วยตนเอง พบว่า บริเวณเขาล้านไปจนชายทะเล แน่นขนัดไปด้วยชาวเขมรลี้ภัยไม่น่าเชื่อว่าพื้นที่ใหญ่ ๆ เช่นนั้น ซึ่งมีลมทะเลพัดอยู่ตลอดเวลา กลิ่นอุจจาระและปัสสาวะจะคลุ้งตลบไปหมดถึงเพียงนี้

ภาพเขมรบ้านแตกเมืองล่มที่เห็นอยู่ต่อหน้านั้น เป็นภาพที่ประทับอยู่ในความทรงจำของฉันไม่มีวันลืมเลือน พวกเขานอนบนพื้นดินแฉะ ๆ ท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยง

แต่ละก้าวของฉันที่เดินตรวจตราดูผู้ลี้ภัย ยังต้องคอยระวังมิให้เหยียบไปบนคนที่นั่งนอนระเกะระกะ และเสบียงอาหารที่เขาฉวยติดตัวมาด้วย คือปลาเล็ก ๆ ที่วางผึ่งแดดอยู่คละไปกับกองอุจจาระ

ตลอดจนไถ้ใส่ข้าวสารที่เขาแบกสะพายมา พื้นดินบ้างก็เป็นบ่อ เวลาฝนตก น้ำจะขังอยู่เป็นแอ่ง… นั้นแหละคือน้ำที่เขาใช้ดื่มกิน สภาพของผู้คนที่สุดแสนจะน่าเวทนาเหล่านี้ เป็นภาพที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งฉันอยากให้ผู้ที่สุขสบายอยู่ในเมืองใหญ่ ๆ ได้เห็นสภาพของคนที่สิ้นชาติ สิ้นแผ่นดิน เช่นนี้เหลือเกิน..”

สภาพของเขมรอพยพในครั้งนี้เป็นภาพที่น่าสลดใจของผู้พบเห็นดังพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อีกตอนหนึ่งว่า

“…. ความโง่ทำให้คนเราประมาท ครั้งญวณล่ม ลาวแตก ฉันตกใจ…ตกใจมาก แต่มันยังไม่กระทบใจ ไม่ซึมซาบเท่ากับภาพที่กระทบตาฉันอยู่ขณะนี้ อย่างภาพเด็ก ๆ ที่อดอาหารนอนเป็นโครงกระดูกอยู่ สักแต่ว่ามีลมหายใจอยู่เท่านั้น…”

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ บรมราชินีนาถ ผู้ทรงพระราชทานกำเนิดศูนย์อพยพเขาล้าน เพื่อชาวเขมรเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร " …ฉันตัดสินใจที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เหล่านี้ เท่าที่กำลังความสามารถของฉันจะมี…” พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ 26 พ.ค. 2522

นายปัญญา ฤกษ์อุไร ผู้ว่าราชการจังหวัด(ในขณะนั้น) ได้เล่าถึงความรู้สึก ในหนังสือเล่มนี้ บางส่วน ….เมื่อเมืองศรีประจันตคีรีเขตและเมืองเกาะกงแตกแล้วแม่ทัพภาคที่ 5 ของเวียดนามก็ไม่รั้งรอ มีคำสั่งด่วนให้กองพลที่ 4 5 และ 6 รีบรุกไล่บรรดาเขมรแดงฝ่ายพอลพตและบรรดาประชาชนพลเมืองฝ่ายที่เข้าข้างพอลพตทั้งหมด ….คำสั่งของเขาคือจับตายไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ใช้อาวุธทุกชนิดที่มีอยู่ทำการรุกไล่อย่างกระชั้นชิดโดยไม่ลดละ

…..ฉะนั้น ในระยะตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2522 จนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2522 บรรดาเขมรอพยพหนีตายเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารมากขึ้นเป็นลำดับ ….พอถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2522 ปรากฏว่ามีเขมรหนีตายเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารถึง 90,000 คน ซึ่งเป็นการเกินสติกำลังปัญญาของข้าพเจ้าในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดจะช่วยเหลือบรรดาเขมรอพยพเหล่านี้อย่างทั่วถึงและให้ได้ผลได้ ข้าพเจ้าจะทำอย่างไรกับภาระอันแสนหนักในครั้งนี้ ….ทางรัฐบาลและนโยบายกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งถึงผู้ว่าฉบับเดียวคือให้จังหวัดผลักดันพวกเขมรเหล่านี้ออกไปให้ได้ เรื่องอื่นไม่ต้องพูด ส่วนวิธีผลักดันจะทำกันอย่างไร ไม่มีการอธิบายเพิ่มเติมหรือแนะแนวทางให้จังหวัดปฏิบัติ คงสั่งให้ผลักดันเท่านั้น

…. เมื่อจังหวัดขอความช่วยเหลือไปก็ไม่ได้ผล เพราะเมื่อสั่งให้ผลักดันแล้วก็ย่อมไม่มีงบประมาณช่วยเหลือใด ๆ ไม่ว่าข้าวปลาอาหารหรือแม้แต่ยารักษาโรค เป็นอันว่าเหลวทั้งสิ้น …..จะผลัดดันอย่างไรชาวเขมรตั้งเก้าหมื่นคน ลองให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมานั่งผลักดันดูเองเถอะน่า แล้วจะรู้ว่าผลักยังไงก็ไม่ไหว ข้าพเจ้าคิดอยู่แต่ในใจ แต่ไม่กล้าพูด

… …พอดีขณะนั้น นายวีระ อินทประเสริฐ เป็นกำนันตำบลไม้รูด มีที่ดินอยู่ที่บ้านเขาล้านติดถนนใหญ่และติดทะเลอีกด้านหนึ่ง อยู่หลังที่อยู่อาศัยของคนไทย มีเนื้อที่ประมาณ 400 ไร่ ข้าพเจ้าจึงเอยปากขอยืมใช้ให้เขมรอพยพอยู่ชั่วคราว ซึ่งแกก็ไม่ขัดข้อง จะขัดข้องได้อย่างไรเล่าครับ เมื่อผู้ว่าฯ เอ่ยปากขอยืมทั้งที อีกประการหนึ่งข้าพเจ้าบอกว่าจะขอใช้ยืมชั่วคราวประหนึ่งว่า สักระยะหนึ่งแล้วจะให้เขมรอพยพพวกนี้ไปอยู่ที่อื่น แกคงไม่รู้หรอกว่าในที่สุดพวกเขมรอพยพยังคงปักหลักอยู่ที่เขาล้านบนที่ดินแห่งนี้ตราบเท่าจนทุกวันนี้ เพราะแกถูกคนร้ายลอบยิงตายกลางตลาดเทศบาลเมืองตราดในตอนเที่ยงของวันหนึ่งกลางเดือนมีนาคม 2522 จนบัดนี้ตำรวจยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ ขอให้บุญญานุภาพที่แกได้ให้ที่พักพิงแก่พวกเขมรอพยพเหล่านั้นได้อาศัยร่มไม้ชายคา จงดลบันดาลให้แก่ไปสู่ที่สุคติด้วยเถิด

…. วันที่ 12 พฤษภาคม 2522 ข้าพเจ้าพร้อมด้วยคุณหมอบูรพา จนทสูตร และหมอกับพยาบาลโรงพยาบาลจังหวัดตราด ได้ไปรักษาบรรเทาทุกข์ให้กับผู้อพยพชาวเขมร วันนี้รู้สึกแช่มชื่นขึ้นทั้งหมอ พยาบาลและคนไข้เพราะมียาดี ๆ ตามที่ต้องการ เมื่อ 3 – 4 วันก่อนหรือครับ มีแต่ยาแอสไพริน ยาแดง ยาเหลือง เป็นอย่างดีที่สุดเหตุที่หายามาได้มากมายอย่างนี้ เป็นเพราะข้าพเจ้านั่งคิดนอนคิดอยู่สามวันสามคืนจนปวดหัว (ภาษาเขมรเขาว่าปวดกะบาล) ก็ยังคิดไม่ออกจนกระทั้งถึงวันเสาร์ตอนเช้าภรรยาข้าพเจ้ามาจากกรุงเทพฯ

พอเห็นหน้าภรรยาข้าพเจ้าจึงสว่างไสว มีสติปัญญาเหมือนฟ้ามาโปรด ….

ที่ข้าพเจ้าดีใจ เพราะภรรยาข้าพเจ้าทำให้เกิดความคิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน จะว่าภรรยาข้าพเจ้า คือ คำตอบที่คิดไม่ออกมาแล้วสามวันสามคืนก็คงจะได้ ด้วยเหตุที่หน้าที่ภรรยาข้าพเจ้าคือ หน้าที่ของนายกเหล่ากาชาดจังหวัด (นางบุญเลื่อน ฤกษ์อุไร) และนายกเหล่ากาชาด ก็คือ หน่วยหนึ่งของสภากาชาดไทยกรุงเทพฯ และสภากาชาดไทยมีสมเด็จพระนางเจ้าฯ เป็นองค์สภานายิกา เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าก็มีโอกาสร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือไปยังสภากาชาดไทยผ่านภรรยาข้าพเจ้าได้ ….เราแจกกันอย่างมากก็ เอพีซี. หรือไม่ก็แอสไพริ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...