โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สมรภูมิอาหารไร้เจ้าตลาด “รวยไม่หยุด” ผงาดเปิด 8 แบรนด์ใหม่ปรับกลยุทธ์สู้ศึก Red Ocean เจาะกลุ่มแมส

Thairath Money

อัพเดต 23 พ.ค. 2568 เวลา 09.45 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2568 เวลา 01.00 น.
ภาพไฮไลต์

กว่าจะมาเป็นหลากหลายแบรนด์ภายใต้บริษัท "รวยไม่หยุด" อย่างทุกวันนี้ เส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เกศ-ชุติมา เปรื่องเมธางกูร ประธานบริหาร บริษัท รวยไม่หยุด จำกัด เล่าว่า จุดเริ่มต้นของเธอกับธุรกิจไม่ได้อยู่ในวงการอาหารโดยตรง แม้จะจบมาด้านอาหาร แต่เธอเริ่มต้นจากการทำงานบริษัทที่พัฒนาศักยภาพองค์กร และทรัพยากรบุคคลอยู่ประมาณ 2 ปี

ก่อนจะผันตัวมาลองทำธุรกิจส่วนตัวหลากหลายรูปแบบ ทั้งเคยเปิดร้านกาแฟ, ร้านทำเล็บ, สปา, ร้านแวกซ์, ทีมมวย, ช่องทีวี ไปจนถึงร้านตัดเสื้อ แต่จาก 8 ธุรกิจที่ลองทำ มีถึง 6 ธุรกิจที่ล้มเหลว บทเรียนสำคัญที่ทำให้ ชุติมา ได้เรียนรู้คือ การลงทุนตามกระแสโดยไม่มีความรู้หรือแพชชั่นที่แท้จริง มักนำไปสู่ความล้มเหลวเสมอ

จนกระทั่งนำสู่ธุรกิจที่ 9 นั่นคือ แบรนด์ Nice Two Meat U ที่เป็นการซื้อแฟรนไชส์ จากเกาหลีมาเปิดในไทย แล้วปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทย นั่นจึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอหันมาโฟกัสที่ธุรกิจอาหารอย่างจริงจัง ด้วยความที่เธอมีแพชชั่นในการทำอาหารไทยมาโดยตลอด

รวมถึงชื่นชอบการกินและปรุงก๋วยเตี๋ยวมาตั้งแต่เด็กจนได้ชื่อเล่นว่า "เกศเตี๋ยว" อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรก เธอตัดสินใจมุ่งเน้นไปที่อาหารเกาหลีก่อนตามเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อสร้างการจดจำในตลาด เนื่องจากร้านอาหารเกาหลีในไทยยังมีการแข่งขันไม่สูง รวยไม่หยุดจึงเป็นเจ้าแรก ๆ เลยก็ว่าได้ แต่ด้วยสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เธอต้องปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญ เพื่อรับมือกับความท้าทายในปัจจุบัน

ชุติมา เปรื่องเมธางกูร ประธานบริหาร บริษัท รวยไม่หยุด จำกัด กล่าวว่า หลังสถานการณ์โควิด-19 จะเห็นว่าธุรกิจอาหารในประเทศไทยมีการแข่งขันที่ดุเดือดมาก (Red Ocean) เต็มไปด้วยผู้เล่นทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ที่เข้ามาชิงส่วนแบ่งในตลาดร้านอาหารที่มีมูลค่าร่วม 7 แสนล้านบาท จนเกิดภาวะซัพพลายมากกว่าดีมานด์

ขณะที่เทรนด์ผู้บริโภคยุคนี้เปลี่ยนแปลงไว ต้องการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ บวกกับกำลังซื้อที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่แค่กลุ่มแมสเท่านั้น แต่กลุ่มบนก็เริ่มประหยัดและระมัดระวังการใช้จ่ายในสินค้าฟุ่มเฟือย หรือของใช้ราคาแพงที่ไม่จำเป็นมากขึ้น

ปลุกตำนาน “เกศเตี๋ยว” บุกตลาดแมส

ในปี 68 รวยไม่หยุด กรุ๊ป จึงตั้งใจเดินหน้าเสิร์ฟประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ลูกค้าได้มาสัมผัส กับการเปิดตัว 8 แบรนด์ใหม่ ซึ่งเป็นเวลากว่า 2 ปีที่เครือไม่ได้เปิดแบรนด์ใหม่เลย กระทั่ง เมื่อปลายปีที่ผ่านมา หลังจากศึกษาและพัฒนาคอนเซ็ปต์จนมั่นใจ จึงได้เปิดตัวแบรนด์ก๋วยเตี๋ยวเรือ “เกศเตี๋ยว” ในราคาเริ่มต้นเพียง 9 บาท ซึ่งถือเป็นแบรนด์แรกในเครือที่แตกไลน์มาสู่ร้านอาหารไทย เน้นเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม จนสร้างปรากฏการณ์ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือที่คิวแน่นตลอดทั้งวันมาตลอดระยะเวลากว่า 5 เดือนที่เปิดให้บริการ

“ธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวเป็นสิ่งที่อยู่ในใจมาตลอด แต่เพิ่งมีโอกาสได้มาทำจริงจัง เพราะสมัยเด็ก เราก็เป็นมือปรุงก๋วยเตี๋ยวของเพื่อน จนได้ฉายาเกศเตี๋ยว บวกกับชอบกินอาหารรสจัด ชอบทำอาหารไทย ดังนั้นพอเห็นช่องว่างในตลาด เลยตัดสินใจปลุกปั้นแบรนด์เกศเตี๋ยว ก๋วยเตี๋ยวเรือที่กินได้ทุกวัน อร่อยแบบไม่ต้องปรุง โดยเอาฉายาที่เพื่อนเรียกมาตั้งเป็นชื่อแบรนด์”

ส่วนทำเลที่เลือกปักหมุดที่สยามสแควร์ซอย 3 เนื่องจากเป็นโลเคชั่นที่คุ้นเคย หลังจากเปิดก็ได้กระแสตอบรับถล่มทลายจากลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ ทำรายได้กว่า 30 ล้านบาท ถึงจุดคุ้มทุนภายใน 2 เดือนแรก โดยในปี 68 มีแผนจะขยายสาขาเข้าไปในศูนย์การค้าเพิ่มเติม สาขาสองกำลังจะเปิดให้บริการที่ไอคอน สยาม

จากบทเรียน 6 ธุรกิจล้มเหลว สู่ 10 แบรนด์รวยไม่หยุด!

พร้อมกันนี้ ยังจะเปิดตัวแบรนด์ร้านอาหารและเครื่องดื่มใหม่อีก 8 แบรนด์ ซึ่งมีทั้งแบรนด์ใหม่ที่ปั้นเอง แบรนด์ที่ซื้อแฟรนไชส์มาจากเกาหลี รวมถึงแบรนด์ใหม่ที่ร่วมกันพัฒนากับพาร์ทเนอร์ชาวเกาหลี โดยจะทยอยเปิดตัวในไตรมาส 3 นี้ทั้งหมด

จำนวน 10 แบรนด์ ภายใต้เครือรวยไม่หยุดกรุ๊ปที่มีทั้งหมด 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท รวยไม่หยุด จำกัด, บริษัท รวยปังปัง จำกัด และ บริษัท รวยสบายสบาย จำกัด

  • Fire Tiger 10 สาขา
  • Mil Toast 8 สาขา
  • Nice 2 Meat u 14 สาขา
  • Happy Pig 3 สาขา
  • Juicy Bunny 6 สาขา
  • Dosan Dalmatian 1สาขา
  • Sundububu 1 สาขา
  • เกศเตี๋ยว 1 สาขา
  • EBOMB อยู่ใน Fire Tiger Coffee Siam Square Block I
  • หมูกระทะ : อยู่ระหว่างย้ายโลเกชั่นเปิดใหม่

ส่วนรายได้รวมปี 2567 ของเครือรวยไม่หยุด แบ่งออกเป็น รวยไม่หยุด 490,507,334.07 บาท, รวยสบายสบาย 111,624,350.20 บาท และ รวยปังปัง168,170,040.05 บาท รวมแล้วประมาณ 770,301,724.32 บาท

ทุ่ม 200 ล้านบาทเปิด 8 แบรนด์ใหม่

สำหรับ 8 แบรนด์ใหม่ ของเครือรวยไม่หยุด ภายใต้งบลงทุน 200 ล้านบาท มี Premium Korean BBQ 2 แบรนด์ คือ Cheong Dam ที่จะเปิดใน Siam Paragon และ Hannam ที่จะเปิดใน Central Dusit

ส่วน 6 แบรนด์ที่เหลือคือ Standard Bun ร้านขนมปังเกาหลี ที่จะเปิดใน Siam Square Block, ร้าน เกศเตี๋ยวป๊อก ป๊อก & ต้มยำ ที่จะเปิดใน Siam square 10, ข้าวแกง & ปลาทู ที่ Siam square 10, Chago คาเฟ่ร้านชา จะเปิดที่ Siam Square One, Daelim Korean Noodle ที่ Siam Square และร้าน Sushi & Izakaya ที่ Siam Square Block

ชุติมา กล่าวต่อไปว่า ทั้ง 8 แบรนด์ใหม่ เกือบทั้งหมดจะปักหมุดในย่านสยามสแควร์ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญในการเปิดตัวทุกแบรนด์ในพอร์ตฯ เพราะเป็นย่านที่คุ้นเคย รู้อินไซท์ของลูกค้าเป็นอย่างดี บวกกับตั้งใจที่จะเติบโตไปกับย่านสยามสแควร์ ส่วนเหตุผลที่เลือกใช้โมเดลธุรกิจแบบปั้นแบรนด์เอง และซื้อแฟรนไชส์ เพราะมองว่า แต่ละโมเดลมีจุดแข็งต่างกัน ในขณะที่การปั้นแบรนด์เอง อาจจะสามารถทำทุกอย่างได้ดั่งใจ แต่ก็ต้องใช้เวลา ขณะที่การซื้อแฟรนไชส์เหมือนเป็นทางลัด สามารถนำระบบที่วางไว้มาต่อยอดได้เลย สำหรับสไตล์ร้านอาหารที่เราอาจไม่ได้ถนัดมากนัก

“แบรนด์ทั้งหมดจะทยอยเปิดในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ในโลเคชั่นละแวกเดียวกัน เราก็ยังมั่นใจและไม่กังวลว่าแต่ละแบรนด์จะแย่งลูกค้ากันเอง หรือต่อให้สุดท้ายจะเป็นเช่นนั้นจริง ก็เป็นเรื่องปกติของธุรกิจร้านอาหารที่เป็น Red Ocean ต่อให้แบรนด์ของเราไม่กินส่วนแบ่งกันเอง คนอื่นก็กินส่วนแบ่งอยู่ดี”

อีกทั้ง ชุติมา ยังเน้นย้ำว่า ในสมรภูมิอาหารไม่มีใครเป็นเจ้าตลาด เพราะแต่ละหมวดหมู่ของอาหารมีหลาย Positioning

กลยุทธ์หลักของ "รวยไม่หยุด"

เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ "รวยไม่หยุด" ได้วางกลยุทธ์ ไว้ดังนี้

1.ปรับตัวให้ทันและสร้างความแตกต่าง เพราะ "ไม่มีความแน่นอนอะไรเกิดขึ้นเลย" ในธุรกิจอาหารในยุคปัจจุบัน การปรับตัวให้ทันและสร้างความแตกต่างคือสิ่งสำคัญที่สุดในการอยู่รอดและเติบโต

2.ลดการลงทุนและเน้นความคุ้มค่า แทนที่จะลงทุนกับการซื้อแฟรนไชส์แบรนด์ต่างประเทศที่มีชื่อเสียงเข้ามา รวยไม่หยุดจะเน้นการสร้างแบรนด์ใหม่ของตัวเองที่จับกลุ่มตลาดแมสมากขึ้น จากเดิมที่จับกลุ่มกำลังซื้อระดับกลางถึงบน โดยควบคุมต้นทุนให้ต่ำที่สุด แต่ยังคงคุณภาพ รสชาติ และการบริการในระดับสูงสุด

3.เน้นอาหารที่ทานง่าย คุ้มค่า และซ้ำได้บ่อย เมนูอาหารจะต้องตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความคุ้มค่าและสามารถกลับมาทานซ้ำได้บ่อยๆ เช่น ก๋วยเตี๋ยว หรืออาหารจานเดียวที่เข้าถึงง่าย

4.เพิ่มพอร์ตโฟลิโอแบรนด์และหยุดการขยายสาขาเดิม กลยุทธ์คือการมีแบรนด์ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค แทนที่จะเน้นการขยายสาขาของแบรนด์เดิมๆ ที่มีอยู่

5.แข่งกับตัวเอง เพราะเชื่อว่าการมุ่งเน้นการพัฒนาตัวเองและสร้างความแตกต่างให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องสำคัญกว่าการพยายามเอาชนะคู่แข่ง เพราะคู่แข่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การปรับตัวและพัฒนาตัวเองคือสิ่งที่ควบคุมได้

สำหรับภาพอนาคตของ "รวยไม่หยุด" จะไม่ยึดติดกับแผนที่ตายตัวเป็นรายปีหรือรายเดือนอีกต่อไป แต่พร้อมที่จะ ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์แบบ "รายวัน" เพื่อตอบสนองต่อเทรนด์และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ดังนั้นการเน้นอาหารที่ทานง่าย เข้าถึงง่าย และคุ้มค่า จะยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการฝ่าฟันความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ยังคาดเดาไม่ได้ของ “รวยไม่หยุด”

เพราะตราบใดที่ยังเห็นช่องว่างในตลาด รวยไม่หยุด กรุ๊ป ก็ยังพร้อมเดินหน้าเติมแบรนด์ร้านอาหารและเครื่องดื่มใหม่ๆ เข้ามาในพอร์ตฯ นอกจากนี้ ในอนาคต รวยไม่หยุด กรุ๊ป ยังมีแผนที่จะต่อยอดธุรกิจ ด้วยการแตกไลน์ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยวเรือแบรนด์ “เกศเตี๋ยว” เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ เตรียมดันสู่ตลาดจีนและยุโรปภายในไตรมาส 4 ปีนี้ ทั้งนี้ ตั้งเป้าว่า ด้วยกลยุทธ์การขยายแบรนด์ใหม่ในปีนี้ จะดันรายได้ของเครือให้โตขึ้นราว 20%

อ่านข่าวการตลาด และเทรนด์ กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/business_marketing

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมรภูมิอาหารไร้เจ้าตลาด “รวยไม่หยุด” ผงาดเปิด 8 แบรนด์ใหม่ปรับกลยุทธ์สู้ศึก Red Ocean เจาะกลุ่มแมส

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...