ตั้งคำถามอะไร?...เมื่อพบ “นักวางแผนการเงิน” ครั้งแรก !!!
Wealthy Thai
อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 07.05 น. • สมาคมนักวางแผนการเงินไทยWealth EZ: หลายคนอาจรู้สึกตื่นเต้นปนประหม่าก่อนพบ “นักวางแผนการเงิน” แต่หากเตรียมคำถามที่ดีก่อนการพบปะ นอกจากลดความกังวล ยังช่วยให้ได้ข้อมูลที่จำเป็น ซึ่งเป็นการวางรากฐานสำหรับความสัมพันธ์ทางการเงินที่ดีในอนาคต เปรียบเสมือนการเตรียมเข็มทิศก่อนออกเดินทาง คำถามที่ดีจะช่วยนำทางสู่ “อิสรภาพทางการเงิน” ที่ใฝ่ฝัน ซึ่งคำถามเบื้องต้นที่สำคัญ มีดังนี้
คุณมี “ใบอนุญาต” และ “คุณวุฒิ” อะไรบ้าง
คำถามนี้จะช่วยให้ทราบถึงความเชี่ยวชาญและความน่าเชื่อถือของ “นักวางแผนการเงิน” โดยนักวางแผนการเงิน CFP® และที่ปรึกษาการเงิน AFPTTM เป็นมืออาชีพที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล ซึ่งไม่เพียงแต่มีความรู้และความสามารถเท่านั้น แต่ยังยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณอย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการให้บริการที่คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้า โดยคุณวุฒิเหล่านี้ไม่ได้มาอย่างง่ายๆ ผู้ที่ได้รับการรับรองต้องผ่านกระบวนการที่เข้มงวด
การอบรมเชิงลึกในหลักสูตรที่ครอบคลุมทุกมิติของการวางแผนการเงิน
การสอบที่ท้าทาย ทดสอบทั้งความรู้ทางทฤษฎีและการประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง
การสั่งสมประสบการณ์การทำงานจริงในวิชาชีพ ซึ่งช่วยเพิ่มพูนทักษะและความเชี่ยวชาญ
การยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพ ซึ่งเป็นเสมือนเข็มทิศนำทางในการปฏิบัติงาน
ดังนั้น ถามคำถามเกี่ยวกับใบอนุญาตและคุณวุฒิเป็นวิธีที่ดี ในการประเมินความเชี่ยวชาญและความน่าเชื่อถือของนักวางแผนการเงิน มีเหตุผลดังนี้
แสดงถึงความรู้ คุณวุฒิวิชาชีพนักวางแผนการเงิน CFP® หรือที่ปรึกษาการเงิน AFPT™ แสดงให้เห็นว่าได้ผ่านการฝึกอบรมที่เข้มข้นและมีความรู้ที่ครอบคลุมในด้านการวางแผนการเงิน
บ่งบอกถึงประสบการณ์ หลายคุณวุฒิต้องการประสบการณ์การทำงานจริง ซึ่งแสดงว่าที่ปรึกษาไม่ได้มีแค่ความรู้ทางทฤษฎี แต่มีประสบการณ์ในการประยุกต์ใช้ความรู้นั้นด้วย
สะท้อนความมุ่งมั่น การได้รับคุณวุฒิเหล่านี้ต้องใช้ความพยายามและเวลามาก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในวิชาชีพ
รับรองมาตรฐานจริยธรรม คุณวุฒิ เช่น นักวางแผนการเงิน CFP มีข้อกำหนดด้านจริยธรรมที่เข้มงวด ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่านักวางแผนการเงิน จะปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่สูง
แสดงถึงการเรียนรู้ต่อเนื่อง หลายคุณวุฒิต้องการการศึกษาต่อเนื่องเพื่อรักษาสถานะ ซึ่งหมายความว่านักวางแผนการเงิน จะต้องอัปเดตความรู้อยู่เสมอ
สร้างความน่าเชื่อถือ การมีคุณวุฒิที่เป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับนักวางแผนการเงิน
คุณมี “ประสบการณ์” ในการให้คำปรึกษาลูกค้าที่มีสถานการณ์คล้ายกับลูกค้าหรือไม่
การถามคำถามนี้เปรียบเสมือนการขอดูแผนที่การเดินทางของ “นักวางแผนการเงิน” ของตัวเอง โดยกำลังมองหาผู้ที่เคยเดินทางในเส้นทางที่คล้ายคลึงกันมาก่อน เพราะ “ประสบการณ์” ในการจัดการกับสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันเป็นสิ่งที่สำคัญ
“คำตอบของ ‘นักวางแผนการเงิน’ จะช่วยให้เห็นภาพว่ามีความเข้าใจต่อลูกค้าหรือไม่ อาจเล่าถึงกรณีศึกษาที่คล้ายคลึงกัน (โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าคนอื่น) หรืออธิบายว่าจะประยุกต์ใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมากับสถานการณ์ของลูกค้าได้อย่างไร ที่สำคัญ อย่าลืมฟังว่า ‘นักวางแผนการเงิน’ เข้าใจความแตกต่างและความเฉพาะตัวในสถานการณ์หรือไม่ เพราะแม้จะมีประสบการณ์ แต่ทุกคนก็มีเป้าหมายและความต้องการที่ไม่เหมือนกัน”
หาก “นักวางแผนการเงิน” ไม่มีประสบการณ์ตรง ให้สังเกตว่าได้ตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ และอธิบายได้หรือไม่ว่าจะใช้ทักษะและความรู้ที่มีมาช่วยวางแผนให้ลูกค้าได้อย่างไร ความซื่อสัตย์และความสามารถในการปรับตัวก็สำคัญไม่แพ้ประสบการณ์โดยตรง
คุณให้บริการอะไรบ้าง
ก่อนที่จะเลือก “นักวางแผนการเงิน” ต้องพิจารณาว่าตัวเองต้องการเพียงแค่การจัดการการลงทุนหรือต้องการการวางแผนทางการเงินและการจัดการความมั่งคั่งที่ครอบคลุมมากขึ้น ซึ่ง “นักวางแผนการเงิน” มีหน้าที่ให้คำแนะนำและวางแผนการเงินที่ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งการวางแผนการบริหารกระแสเงินสด การวางแผนการลงทุน การวางแผนประกันชีวิต การวางแผนเพื่อวัยเกษียณ และการวางแผนภาษีและมรดก รวมทั้งการวางแผนการเงินเพื่อเป้าหมายเฉพาะ
“การถามเกี่ยวกับบริการด้านการวางแผนการเงินเป็นเหมือนการสำรวจเมนูในร้านอาหาร กำลังดูว่ามีตัวเลือกอะไรบ้างที่จะตอบโจทย์ความต้องการของตัวเอง เมื่อถามคำถามนี้ ให้สังเกตว่า ‘นักวางแผนการเงิน’สามารถอธิบายบริการแต่ละอย่างได้อย่างชัดเจนหรือไม่ ซึ่งควรสามารถบอกได้ว่าแต่ละบริการจะช่วยลูกค้าบรรลุเป้าหมายทางการเงินอย่างไร”
นอกจากนี้ ให้ฟังดูว่า “นักวางแผนการเงิน” เสนอบริการแบบองค์รวมหรือไม่ การวางแผนการเงินที่ดีควรพิจารณาทุกด้านของชีวิตทางการเงินของคุณ ไม่ใช่แค่ด้านใดด้านหนึ่ง ที่สำคัญ ควรมีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งบริการให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของลูกค้า เพราะท้ายที่สุด แผนการเงินที่ดีที่สุด คือ แผนที่ถูกออกแบบมาเพื่อลูกค้าโดยเฉพาะ
คุณใช้ “กลยุทธ์การลงทุน” แบบไหน
ถึงแม้ว่า “นักวางแผนการเงิน” จะต้องจัดทำและนำเสนอแผนการเงิน โดยเสนอทางเลือกในการลงทุน ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และบริการที่เหมาะสมกับเป้าหมายและความต้องการของลูกค้า แต่การตั้งคำถามเกี่ยวกับการมีกลยุทธ์การลงทุนแบบนี้ จะช่วยให้เข้าใจว่าแนวทางการลงทุนของ “นักวางแผนการเงิน” สอดคล้องกับเป้าหมายและความเสี่ยงที่ลูกค้ายอมรับได้
“เมื่อถามคำถามนี้ ให้ตั้งใจฟังว่านักวางแผนการเงินสามารถอธิบายกลยุทธ์ได้อย่างชัดเจนและเข้าใจง่ายหรือไม่ อาจพูดถึงแนวคิดต่างๆ เช่น การกระจายความเสี่ยง การลงทุนแบบเชิงรุก หรือการลงทุนแบบคุณค่า แต่สิ่งสำคัญ คือ ควรสามารถอธิบายว่าแนวคิดเหล่านี้จะช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้อย่างไร”
สังเกตด้วยว่า “นักวางแผนการเงิน” ให้ความสำคัญกับการวางกลยุทธ์ให้เหมาะกับสถานการณ์เฉพาะของลูกค้าหรือไม่ กลยุทธ์การลงทุนที่ดีควรคำนึงถึงเป้าหมาย ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และกรอบเวลาการลงทุน อีกทั้ง พูดถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ตามสภาวะตลาดและการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของลูกค้าหรือไม่ เพราะกลยุทธ์การลงทุนที่ดีควรมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนได้เมื่อจำเป็น
นอกจากนี้ ควรถามเกี่ยวกับผลการดำเนินงานในอดีตของกลยุทธ์ต่างๆ ด้วย แม้ว่าผลงานในอดีตจะไม่ได้รับประกันผลในอนาคต แต่ก็สามารถเป็นข้อมูลก่อนตัดสินใจใช้บริการได้ด้วย ที่สำคัญที่สุด ให้พิจารณาว่ากลยุทธ์ได้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของตัวเองหรือไม่
คุณจะ “วัดความสำเร็จ” ของแผนการเงินอย่างไร
การตั้งคำถามนี้ จะช่วยให้เข้าใจว่า “นักวางแผนการเงิน” จะประเมินผลงานของตัวเองอย่างไร เปรียบเสมือนการขอดูเข็มทิศที่จะนำทางในการเดินทางทางการเงิน ช่วยให้เข้าใจว่าอะไรคือ ชัยชนะ ในสายตาของที่ “นักวางแผนการเงิน” โดยให้ตั้งใจฟังว่านักวางแผนการเงินพูดถึงเป้าหมายเฉพาะของลูกค้าหรือไม่ “นักวางแผนการเงิน” ควรเน้นย้ำว่าความสำเร็จไม่ได้วัดจากตัวเลขในบัญชีธนาคารเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการบรรลุเป้าหมายชีวิตด้วย
“นักวางแผนการเงินควรพูดถึงการใช้ตัวชี้วัดที่หลากหลาย เช่น อัตราการออม ระดับหนี้สิน ความก้าวหน้าในการวางแผนการเงินเพื่อเกษียณ หรือแม้แต่ความรู้สึกมั่นคงทางการเงินของลูกค้า อีกทั้ง ให้สังเกตว่านักวางแผนการเงินพูดถึงการประเมินแผนอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ เพราะแผนการเงินที่ดีควรได้รับการทบทวนและปรับปรุงเป็นประจำ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตและสภาพเศรษฐกิจ”
ที่สำคัญ “นักวางแผนการเงิน” จะสื่อสารความก้าวหน้ากับลูกค้าอย่างไรและบ่อยแค่ไหน การรายงานที่ชัดเจนและสม่ำเสมอเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความไว้วางใจและความเข้าใจ รวมทั้งให้พิจารณาว่าวิธีการวัดความสำเร็จสอดคล้องกับสิ่งที่ลูกค้าเห็นว่าสำคัญหรือไม่ ลูกค้าควรรู้สึกว่าตัวชี้วัดเหล่านี้สะท้อนถึงสิ่งที่ต้องการจะบรรลุในชีวิตอย่างแท้จริง
คุณติดต่อสื่อสารกับลูกค้าของคุณบ่อยแค่ไหน
เมื่อถามคำถามนี้ ให้ตั้งใจฟังว่า “นักวางแผนการเงิน” มีแผนการสื่อสารที่ชัดเจนหรือไม่ อาจพูดถึงการประชุมรายไตรมาสเพื่อทบทวนพอร์ตลงทุน การโทรศัพท์ติดตามผลทุกเดือน หรือการส่งอีเมลสรุปสถานการณ์ตลาดเป็นประจำ และสังเกตด้วยว่ามีความยืดหยุ่นในการปรับความถี่ของการสื่อสารตามความต้องการของลูกค้าหรือไม่ บางคนอาจต้องการการติดต่อที่บ่อยครั้งกว่า ในขณะที่บางคนอาจพอใจกับการทบทวนเป็นครั้งคราว
“นอกจากนี้ ให้ถามเกี่ยวกับช่องทางการสื่อสารที่ ‘นักวางแผนการเงิน’ ใช้ นอกจากการประชุมแบบตัวต่อตัวแล้ว ยังมีการเสนอการประชุมทางวิดีโอ การโทรศัพท์ หรือแม้แต่การติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์หรือไม่ ความหลากหลายของช่องทางสามารถทำให้การสื่อสารสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น”
อย่าลืมถามด้วยว่า “นักวางแผนการเงิน” มีนโยบายในการตอบสนองต่อคำถามหรือข้อกังวลเร่งด่วนอย่างไร ซึ่งลูกค้าควรรู้สึกมั่นใจว่าสามารถเข้าถึงที่ปรึกษาของตัวเองได้เมื่อคุณต้องการ ที่สำคัญที่สุด ให้พิจารณาว่าแผนการสื่อสารตรงกับความต้องการและความคาดหวังหรือไม่ การสื่อสารที่ดีเป็นรากฐานของความสัมพันธ์ที่ประสบความสำเร็จระหว่างลูกค้ากับนักวางแผนการเงิน
คุณจะ “โทรหาลูกค้า” หรือไม่ หากตลาดมีความผันผวน
การสื่อสารในช่วงตลาดผันผวนเป็นส่วนสำคัญของบริการที่ “นักวางแผนการเงิน” ให้แก่ลูกค้า เมื่อตลาดมีความไม่แน่นอน ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการรู้สึกโดดเดี่ยว หนึ่งในหน้าที่สำคัญที่สุดของ “นักวางแผนการเงิน” คือ การติดต่อลูกค้าในช่วงเวลาย่ำแย่ รับฟังความกังวลของลูกค้า ให้มุมมองที่เป็นประโยชน์ และพูดคุยว่าควรพิจารณาปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการเงินหรือไม่
“เมื่อถามคำถามนี้ ให้สังเกตปฏิกิริยาของนักวางแผนการเงิน ซึ่งควรแสดงความเข้าใจถึงความสำคัญของการสื่อสารในช่วงเวลาที่ตลาดผันผวน อาจอธิบายว่ามีระบบการแจ้งเตือนลูกค้าเมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในตลาด อย่างไรก็ตาม ระวังที่ ‘นักวางแผนการเงิน’ จะโทรหาลูกค้าทุกครั้งที่ตลาดเปลี่ยนแปลง เพราะอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ใช้อารมณ์มากเกินไป โดย ‘นักวางแผนการเงิน’ มีประสบการณ์ควรอธิบายว่าจะติดต่อลูกค้าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเงินระยะยาว รวมทั้ง ให้ฟังดูว่า ‘นักวางแผนการเงิน’ พูดถึงการให้ข้อมูลและคำแนะนำที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจสถานการณ์และตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผลหรือไม่ ที่สำคัญ ให้ถามด้วยว่ามีแนวทางในการช่วยรับมือกับความผันผวนของตลาดอย่างไร เช่น การทบทวนและปรับแผนการลงทุน หรือการให้คำแนะนำในการปรับพอร์ตลงทุน”
การเตรียมคำถามก่อนพบ “นักวางแผนการเงิน” เป็นเหมือนการวางแผนเส้นทางก่อนออกเดินทาง ช่วยให้เข้าใจว่าตัวเองกำลังจะร่วมงานกับใคร และ“นักวางแผนการเงิน” จะช่วยบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้อย่างไร คำถามที่ดีช่วยเปิดเผยความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์และวิธีการทำงาน ทำให้สามารถประเมินได้ว่า“นักวางแผนการเงิน” เหมาะสมกับความต้องการของตัวเองหรือไม่ นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างความไว้วางใจและการสื่อสารที่ดีตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์ทางการเงินที่ประสบความสำเร็จในระยะยาวติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th