โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธ.ก.ส. ออกสินเชื่อฉุกเฉิน 50,000-500,000 บาท ช่วยผู้ได้รับผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา

สยามนิวส์

เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 07.48 น. • สยามนิวส์
ธ.ก.ส. ออกสินเชื่อฉุกเฉิน 50,000-500,000 บาท ช่วยผู้ได้รับผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา อันส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงเกษตรกรลูกค้าโดยตรง ทั้งด้านชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงพื้นที่ในการประกอบอาชีพ เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าว

ธ.ก.ส. จึงจัดมาตรการเร่งด่วน เพื่อดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้าเบื้องต้น ผ่านมาตรการเสริมสภาพคล่องและฟื้นฟูให้ลูกค้า เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรลูกค้าที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำในการนำไปสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โรงเรือนการเกษตร เครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงการฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากความไม่สงบดังกล่าว ประกอบด้วย

1 โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ปี 2568 เพื่อเสริมสภาพคล่องเกษตรกรในด้านค่าใช้จ่ายทั่วไป เช่น ค่าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.725%) วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท ผ่อนชำระไม่เกิน 3 ปี

2 โครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อเป็นค่าลงทุนในการซ่อมแซมบ้านเรือนและทรัพย์สิน ค่าซ่อมเครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตรที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายในการทำการเกษตรรอบใหม่ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 ผ่อนชำระนานสูงสุด 15 ปี

ทั้งนี้ ธ.ก.ส. ขอแสดงความห่วงใยต่อประชาชนและลูกค้าเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา โดยพร้อมอยู่เคียงข้างและให้การช่วยเหลือในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ และหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย ธ.ก.ส. จะดำเนินการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของที่อยู่อาศัย ทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตรของลูกค้า เพื่อวางแนวทางในการให้ความช่วยเหลือต่อไป

สำหรับเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555 ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...