โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อินฟลู แจ้งความกองปราบ หลังปิดบัญชีม้า โดนข่มขู่

INN News

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 11.29 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 04.29 น. • INN News

อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง แจ้งความกองปราบฯ หลอกให้เปิดบัญชีม้า หลังออกข่าวไป โดน เมียสารวัตรข่มขู่ จะแจ้งความกลับ อ้างบัญชีม้าไม่มีอยู่จริง

วันนี้ (14 ก.ค 68) เวลา 09.30 น. ที่หน้าแดนเนรมิต นาย รณณรงค์ แก้วเพร็ช ประธานมูลนิธิทวงคืนคืนความยุติธรรมในสังคม และ ว่าที่ร้อยตรีรภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน นางชฎาภรณ์ พงศ์ทองเมือง ที่ปรึกษามูลนิธิรณรงค์ พา นายเจษฏา สงวนนามสกุล อายุ 22 ปี อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมีคนติดตามกว่า 4 แสนคน เข้าแจ้งความ หลังถูกคุณนายอ้อน และ ขบวนการบัญชีม้าหลอกให้หาคนมาเปิดบัญชีทำธุรกิจเพื่อเลี่ยงภาษีแล้วจะให้ค่าตอบแทนสูง จนหลงเชื่อสุดท้ายพบพิรุธว่าขบวนการดังกล่าวน่าจะเอาบัญชีที่เปิดแล้วไปทำเรื่องผิดกฎหมาย จึงตัดสินใจไปปิดบัญชีทั้งหมดจนถูกข่มขู่ ก่อนเดินทางมาร้องเรียนที่มูลนิธิรณรงค์ เกรงจะไม่ปลอดภัยเพราะคนที่ติดต่อตนเป็นเมียนายตำรวจระดับสารวัตร และยังอ้างว่ารู้จักกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายคน อาทิ แม่ทัพภาคที่ 2

นาย รณณรงค์ แก้วเพร็ช กล่าวว่า วันนี้พาอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง มาแจ้งความขบวนการบริษัทบัญชีม้า โดยมีบุคคลหนึ่งที่ชื่อว่าคุณนายอ้อน ที่เคยเป็นภรรยาของทหาร ทางตำรวจจึงได้มีการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยบริษัทบัญชีม้าจะมุ่งเป้าไปทางนักศึกษา ที่กำลังหางานทำหรือว่าเดือดร้อนเรื่องเงิน อยากเอาเรื่องนี้มาเตือนภัยให้กับสังคมรับทราบว่าถ้ามีใครมาชักชวนให้ไปเปิดบัญชี ให้ปฏิเสธเพราะเสี่ยงจะเป็นบัญชีม้า และเขาต้องการให้นายเจษฏา เปิดบริษัทบัญชีม้า เพื่อจะเอาหนังสือรับรองบริษัทไปขอเปิดบัญชีบริษัทนิติบุคคล จะได้ง่ายต่อการโอนเงินและทำธุกรรมต่างๆ

นายเจษฏา สงวนนามสกุล กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้ให้สัมภาษณ์ ผ่านไป 3 วัน ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อ้างว่าเป็นฝ่ายสืบสวนสอบสวนของจังหวัดอุบลราชธานี ได้ติดต่อมา บอกว่าอยากเจอและอยากพูดคุยเป็นการส่วนตัว เลยรู้สึกกลัว ไม่รู้ว่าที่โทรมาเป็นตำรวจจริงหรือปลอม ทำไมถึงต้องการพูดคุยเป็นการส่วนตัว ตนเลยถามไปว่าทำไมถึงต้องนัดคุย ทางตำรวจบอกว่าไม่ต้องกลัวเขาได้ดูการสัมภาษณ์ของตนหมดแล้ว

ทางตำรวจช่วยได้ทุกอย่างแต่ขอพูดคุยเป็นการส่วนตัวจะดีกว่า ซ้ำยังไปที่บ้านตนบอกว่าอยากสอบปากคำและอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยจะให้ไปที่โรงพัก แต่ตนไม่ได้อยู่ที่บ้าน มีแต่คุณแม่แล้วก็ป้ากับคุณยาย อยู่ที่บ้านก็รู้สึกกลัว หวั่นว่าจะเกิดอันตราย ตนก็สงสัยว่าก่อนที่ตนจะออกมาให้สัมภาษณ์จนเป็นข่าวได้ไปแจ้งความไว้หลายโรงพักของจังหวัดอุบลราชธานีแต่คดีก็ไม่มีความคืบหน้า จนกระทั่ง เป็นข่าว ทางตำรวจถึงได้กระตือรือร้นในการที่จะมาสอบถามหรือสอบปากคำ

และยังมีค่ายทหารที่ปราจีนบุรีได้ติดต่อตนมาบอกว่าเป็นผู้บังคับบัญชาของหน่วยของภาคนี้ แล้วเขาก็บอกว่าเขาได้ตรวจสอบแล้วว่าคุณนายอ้อนเป็นภรรยาของนายทหารตำแหน่งใหญ่ แต่นายทหารบอกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าผิด ยืนยันจะส่งตัวให้ทางการ และตนก็รู้ตัวว่าตัวเองก็ผิด แต่อย่างไรตนก็ต้องให้ข้อมูลกับทางตำรวจสอบสวนกลางเพื่อเปิดกระบวนการของบริษัทบัญชีมา เพราะมีหลักฐานรายชื่อของผู้กระทำความผิดและผู้ร่วมกระทำความผิดทั้งหมดและจะรายชื่อทั้งหมดให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ

โดยคุณนายอ้อนได้มีความเคลื่อนไหว อ้างจะไปแจ้งความดำเนินคดีตน อ้างว่าสิ่งที่ตนพูดไม่เป็นความจริงเขากำลังรวบรวมพยานหลักฐานและบอกว่าบัญชีม้าที่ตนพูดถึงไม่มีจริง แต่ตนเคยเห็นโทรศัพท์มือถือคุณนายอ้อนเป็นลังในรถและถ้าคุณไปแจ้งความต้องชี้แจงกับตำรวจให้ได้ว่าเอาโทรศัพท์ไปทำอะไร ตนรู้วิธีการของเขา โดยเขาให้เด็กไปเปิดบัญชีโดยการซื้อซิมโทรศัพท์มือถือและลงทะเบียนโดยใช้บัตรประชาชนของ บุคคลนั้น และเปิดบัญชีเสร็จแล้วต้องส่งโทรศัพท์คืนให้กับเขาทั้งหมดซึ่งเข้าข่ายบัญชีม้า จึงได้มาแจ้งความในวันนี้เพื่อที่จะร้องขอความเป็นธรรมให้กับตนเองแล้วก็น้องๆนักศึกษาคนอื่นที่ได้ทำการเปิดบัญชีไปเป็นที่เรียบร้อย

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...