โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 18.31 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 17.01 น.

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด นอกจากสถานการณ์รัฐบาลปริ่มน้ำ ที่มีเพียง 253 เสียง ห่างจากเสียงกึ่งหนึ่ง 248 เสียงนิดเดียว เรียกว่าเหนื่อยที่จะลากไปต่อ แต่ที่น่าห่วงกว่าคือ “เรตติ้ง” ของนายกฯ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่เรียกได้ว่าเดินต่อไปอย่างยากลำบาก

เทพไท เสนพงศ์ อดีต สส. วิเคราะห์ผลนิด้าโพลเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยฝากผลโพลถึง “ทักษิณ-อุ๊งอิ๊ง” ว่า ถ้าจะดูทิศทางทางการเมือง หรือกระแสสังคม สามารถวัดได้ถึงความนิยมของประชาชนต่อรัฐบาลของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ว่ามีมากน้อยเพียงใด ซึ่งส่วนหนึ่งสามารถวัดได้จากผลการสำรวจของโพลสำนักต่างๆ ที่ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชน ถึงทิศทางทางการเมือง

ความเชื่อมั่นและความต้องการของประชาชน ในประเด็นการเมืองที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ ว่า รัฐบาลของนางสาวแพทองธารจะยุบสภา หรือนางสาวแพทองธารจะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดโอกาสให้มีนายกรัฐมนตรีคนใหม่

ผลการสำรวจของนิด้าโพลล่าสุดพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยไม่ต้องการให้นางสาวแพทองธารอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป มีสูงถึง 82.29% นั่นหมายความว่า ต้องการให้นางสาวแพทองธารลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 42.37% และให้ยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ 39.92% รวมทั้งหมด 82.29% ถือว่าเป็นอัตราส่วนที่สูงมาก

รวมไปถึงผลการสำรวจก่อนหน้านี้ ของสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา หรือ IFD Poll สำรวจความเชื่อมั่นของรัฐบาลนางสาวแพทองธาร พบว่า ประชาชนไม่เชื่อมั่นและไม่ค่อยเชื่อมั่น สูงถึง 85.59% และต้องการให้รัฐบาลยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่เป็นอันดับหนึ่ง 47.10% รวมถึงผลการสำรวจของ TSU Poll ของมหาวิทยาลัยทักษิณ พบว่าประชาชนต้องการให้รัฐบาลยุบสภา 67% ให้นายกรัฐมนตรีนางสาวแพทองธารลาออก 30% มีให้อยู่ต่อเพียง 3% เท่านั้น

ถ้าวัดจากกระแสของประชาชนผ่านผลการสำรวจของโพลสำนักต่างๆ 3 สำนักแล้ว เห็นได้ว่าเสียงส่วนใหญ่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองคือ นางสาวแพทองธารควรจะลาออก หรือยุบสภา ซึ่งเป็นบทสรุปที่ชัดเจนว่า ทำอย่างไรก็ได้ ขอให้นางสาวแพทองธารออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไป ซึ่งผลการสำรวจดังกล่าวเป็นกระแสเรียกร้องของสังคม

อยากจะฝากความเห็นเรื่องนี้ไปยังผู้มีอำนาจในรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายทักษิณ ชินวัตร และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้ตัดสินใจทางการเมืองครั้งสำคัญ อย่าฝืนความรู้สึกของประชาชน อย่าดันทุรัง เพื่อหวงตำแหน่งหรือรักษาอำนาจไว้ ควรจะเปิดทางเลือกให้กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้เลือกทางเดิน หรืออนาคตของประเทศ โดยการเลือกตั้งทั่วไป หรือการเปลี่ยนแปลงตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่

จึงฝากเรื่องนี้มายังพรรคเพื่อไทย นายทักษิณ นางสาวแพทองธาร โปรดพิจารณาตัดสินใจตามความต้องการของประชาชน และเสียงเรียกร้องของประชาชนคนไทยทั้งประเทศด้วยครับ

๐ อีกเรื่องสำคัญที่จะปล่อยให้รัฐบาลและนายกฯ ทำงานเพียงลำพังไม่ได้ หลังเกิดคลิปเสียงลุงหลาน ล่าสุดสภาสูงเริ่มขยับอีกครั้ง พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เตรียมขอเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาและติดตามตรวจสอบการแก้ไขปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดนของประเทศไทยแบบบูรณาการ ว่า ปัจจุบันไทยประสบปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดนอยู่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นแนวชายแดนเมียนมาที่มีกลุ่มว้าแดงรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ไทย ความขัดแย้งเรื่องเส้นเขตแดนบริเวณช่องบกกับกัมพูชาซึ่งมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการก่อเหตุรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยผู้ก่อความไม่สงบสามารถหลบหนีการจับกุมไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ง่าย

พล.อ.สวัสดิ์กล่าวว่า ปัญหาในข้างต้นล้วนเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อน และเชื่อมโยงกันในทุกมิติ ทั้งด้านการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ความมั่นคงของมนุษย์ และสิทธิมนุษยชน

จึงเห็นว่าวุฒิสภาควรจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้น เพื่อศึกษาและติดตามตรวจสอบการแก้ไขปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดนแบบบูรณาการ เพื่อให้การแก้ไขมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน สร้างความสงบสุข และความมั่นคงตามแนวชายแดนของประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยญัตติดังกล่าวจะเสนอเข้าที่ประชุมวุฒิสภาในวันที่ 15 กรกฎาคม และระยะเวลาในการดำเนินการ 90 วัน.

คางดำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...