โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท. ชี้อุตฯ ยานยนต์-เสื้อผ้าส่อดับ หลังจีนขายถูกส่งถล่มตลาดไทย

อีจัน

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 14.36 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 05.03 น. • อีจัน

วันนี้ (14 ก.ค.68) รายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่เอกสารผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยเผชิญกับความท้าทายทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ แม้ว่าในภาพรวมเศรษฐกิจจะขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นต้นมา

แต่ผู้ประกอบการกลับสะท้อนมุมมองการทำธุรกิจที่ยากลำบากขึ้นจากหลากหลายสาเหตุ อาทิ อุปสงค์ในประเทศที่ชะลอลง รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง จึงซ้ำเติมให้ปัญหาเชิงโครงสร้างของธุรกิจมีอาการที่ชัดเจนและรุนแรงขึ้น

ทั้งนี้ สามารถสรุปอุปสรรคเชิงโครงสร้างของธุรกิจที่สำคัญใน 3 ด้าน ดังนี้

1.อุปทานล้นตลาด (Oversupply) ตัวอย่างในธุรกิจโรงแรม ผู้เล่นรายใหม่เข้ามาแข่งขันมากขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ อย่าง Airbnb ที่มีจำนวนห้องพักเกือบ 2 แสนห้อง เทียบกับจำนวนห้องพักโรงแรมทั้งหมดอยู่ที่ 1.3 ล้านห้อง ในปี 2566 หรือคิดเป็นประมาณ 15% ของจำนวนห้องพักทั้งหมด

ประกอบกับจำนวนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง โดยเฉพาะจีนที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักของโรงแรมต่ำกว่าระดับ 3 ดาว ทำให้ธุรกิจโรงแรมประสบภาวะโอเวอร์ซัพพลายรุนแรงมากในช่วงหลัง

เช่นเดียวกับธุรกิจร้านอาหาร ผู้เล่นรายใหม่เพิ่มเป็นเท่าตัวจากช่วงก่อนโควิด-19 เนื่องจากเป็นธุรกิจที่เปิดง่าย มีอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาด (Barrier to Entry) ต่ำ ประกอบกับการเข้ามาของ food delivery platform ที่เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ในการแข่งขันของวงการอาหารไปโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะในช่วงหลังโควิด-19

ขณะที่กำลังซื้อเติบโตไม่ทัน อุปทานส่วนหนึ่งสะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือนที่เติบโตเพียง 12% จากช่วงก่อนโควิด-19 ดังนั้น
ธุรกิจร้านอาหารจึงประสบกับภาวะโอเวอร์ซัพพลาย โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว

2.การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค (Demand Preferences) ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ในธุรกิจค้าปลีกออนไลน์แพลตฟอร์ม เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดการค้าปลีกแบบออฟไลน์แบบก้าวกระโดด สะท้อนจากสัดส่วนมูลค่าอีคอมเมิร์ซ ต่อมูลค่าตลาดค้าปลีกที่เพิ่มขึ้มขึ้นจาก 7% ในปี 2562 มาอยู่ที่ 25% ในปี 2567 ส่งผลให้การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกรุนแรงขึ้นมาก ธุรกิจรายใหญ่ในส่วนกลางจึงต้องขยายสาขาไปแข่งขันในภูมิภาคกับผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อยในท้องถิ่นมากขึ้น

3.การแข่งขันด้านราคา (Price Competition) ธุรกิจยานยนยนต์และเครื่องนุ่มห่ม เผชิญการแย่งส่วนแบ่งการตลาดในประเทศจากสินค้าต่างประเทศที่เข้ามาแข่งขันด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า เช่น ราคาเครื่องนุ่งห่มจีนที่ต่ำกว่าสินค้าไทยถึง 20% และสัดส่วนการนำเข้าเครื่องนุ่งห่มจากจีนต่อยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 44% ในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 เทียบกับ 36% ในช่วงก่อนโควิด-19

รายงานระบุอีกว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจไทยเผชิญกับความท้าทายจากหลายด้าน การปรับตัวของธุรกิจจึงมีความจำเป็นและสำคัญอย่างมากในการยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และสร้างภูมิต้านทานความไม่แน่นอนต่าง ๆ ที่อาจเข้ามาใน
ระยะข้างหน้า

อย่างไรก็ดี การปรับตัวของภาคธุรกิจโดยลำพังอาจยังไม่เพียงพอ ในภาพรวมธุรกิจยังต้องการมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนกระบวนการยกระดับความสามารถในการแข่งขันควบคู่ไปด้วย

สิ่งที่สำคัญคือ ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมุ่งออกแบบนโยบายที่ตรงจุดและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปรับตัวของภาคธุรกิจ ทั้งในด้านการส่งเสริมการแข่งขันอย่างเป็นธรรม การพัฒนาองค์ความรู้ของธุรกิจและทักษะแรงงาน รวมถึงโอกาสทางการตลาด แม้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะช่วยบรรเทาผลกระทบระยะสั้นได้บ้าง แต่ไม่ใช่แนวทางที่ตรงจุดในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่เป็นต้นตอของความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงได้อย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...