โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อธิบดีกรมสนธิสัญญาฯเผย ไทยผิดหวังกัมพูชาฟ้องศาลโลก ชี้ควรใช้กลไกทวิภาคีคุยก่อน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 08.52 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 08.42 น.

อธิบดีกรมสนธิสัญญาฯเผย ไทยผิดหวังกัมพูชาฟ้องศาลโลก ชี้ควรใช้กลไกทวิภาคีคุยก่อน

นายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ได้กล่าวให้รายละเอียดในการแถลงข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีนายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และนายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศด้านเขตแดน ประธานคณะกรรมาธิการร่วมฝ่ายไทยในการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา (เจบีซี) ครั้งที่ 6 เข้าร่วมการแถลงข่าวด้วย โดยแสดงความผิดหวังต่อการที่ฝ่ายกัมพูชาปฏิเสธที่จะพูดคุยเรื่องพื้นที่พิพาท 4 แห่งระหว่างไทยและกัมพูชาในการประชุมเจบีซีและเลือกที่จะยื่นเรื่องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก)

นายเบญจมินทร์ กล่าวว่าเรื่องศาลโลกเป็นสิ่งที่ทางกรมสนธิสัญญาและกฎหมายให้ความสำคัญ ซึ่งทุกคนก็คงทราบแล้วว่ากัมพูชานำเรื่องพื้นที่พิพาท 4 แห่งกับไทย ได้แก่ ช่องบก ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาควาย ให้ศาลโลกพิจารณาไปก่อนนั้น และจะไม่มีการนำเรื่องพื้นที่ 4 แห่งนี้มาพิจารณาในการประชุมเจบีซีอีก ก็ขอหยิบคำพูดของนายประศาสน์ว่านี่เป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะกระบวนการตามกลไกทวิภาคีนั้นยังคงดำเนินการอยู่ และมีความคืบหน้าอีกด้วย

นายเบญจมินทร์ ให้ข้อมูลว่าจนถึงตอนนี้ ทางรัฐบาลไทยยังไม่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการจากทั้งฝ่ายกัมพูชาและศาลโลกในกรณีที่กัมพูชายื่นเรื่องต่อศาลโลก ทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ก็ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดแต่ก็ยังไม่ทราบรายละเอียดคำร้องของกัมพูชาว่าฟ้องร้องไทยว่าอย่างไร และใช้ฐานอำนาจอะไรมาฟ้อง

ทางกรมสนธิสัญญาและกฎหมายไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ และมีทีมเตรียมการรับมือไว้แล้ว โดยได้ศึกษาประเด็นทางกฎหมายในทุกความเป็นไปได้ทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น อีกทั้งยังมีทีมที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศที่มีชื่อเสียงระดับโลกเป็นที่ปรึกษาให้เรา

นายเบญจมินทร์ เน้นย้ำว่าโดยหลักการแล้ว การนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของศาลโลกนั้น ทั้งสองฝ่ายต้องยอมรับอำนาจศาลโลกเสียก่อน ซึ่งในกรณีของไทยก็ชัดเจนว่าเราไม่รับอำนาจศาลโลกแล้วตั้งแต่ปีพ.ศ.2503 เหมือนกับอีก 118 ประเทศที่ไม่รับอำนาจศาลโลกเช่นกัน แต่เราต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเรื่องกลไกต่างๆ ที่จะแก้ไขปัญหาข้อพิพาทก็จะต้องคำนึงถึงบริบทของเรื่องนั้นๆ ลักษณะของข้อพิพาทและนัยต่ออธิปไตยของประเทศ

นายเบญจมินทร์ กล่าวว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายเพราะตามปกติแล้ว การจะไปศาลโลกนั้นทั้งสองฝ่ายควรจะมีการตกลงกันก่อนว่าจะไปขึ้นศาลโลกในเรื่องใด อย่างไร ไม่ใช่การขึ้นศาลตามปกติ แต่จะต้องมีการตีกรอบในการไปขึ้นศาลโลกก่อน ประเด็นนี้กัมพูชานำเสนอเรื่องต่อสาธารณชนแทนที่จะมาพูดคุยกับฝ่ายไทย ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายอีกซ้ำสอง เป็นการปิดโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะคุยกันอย่างเปิดอก แก้ไขข้อติดขัดที่มี

สำหรับกรณี MOU 2543 นั้น นายเบญจมินทร์กล่าวว่านี่เป็นสนธิสัญญาระหว่างไทย-กัมพูชาในการปักปันเขตแดน โดยข้อ 8 ระบุไว้ชัดเจนว่าหากมีปัญหาในการตีความ หรือการบังคับใช้ MOU ขอให้ทั้งสองฝ่ายปรึกษาหารือหรือเจรจากันก่อน ก็ถือเป็นการก้าวข้ามขั้นตอนและหากเราไปดูในกฎบัตรของสหประชาชาติได้เน้นการให้คู่กรณีพูดคุยกันก่อน รวมถึงมีกลไกอื่นๆ อีกมากก่อนนำเรื่องไปศาลโลกซึ่งแปลว่าทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้แล้วจริงๆ แต่ข้อเท็จจริงคือไม่เคยมีการพูดคุยถึงประเด็นพื้นที่พิพาท 4 จุดนี้มาก่อนเลย

นอกจากนั้น ตามปกติแล้วแม้ศาลโลกจะตัดสินก็มักตัดสินในหลักการ และมักบอกให้คู่กรณีไปลงรายละเอียดในพื้นที่กันเอง สิ่งที่อยากจะบอกคือเราหนีไม่พ้นการย้อนกลับมาปักปันเขตแดนโดยอาศัยกลไกทวิภาคีที่เรามีอยู่ ไม่ใช่เราหลีกหนีอะไรแต่อยากให้อยู่ในข้อเท็จจริงว่าตอนนี้เรามีกรอบทางกฎหมาย มีสนธิสัญญาที่พร้อมในการใช้ปฏิบัติ ดังนั้นจึงขอย้ำว่าเรามีกลไกทวิภาคีทั้ง คณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา(จีบีซี) คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา (เจบีซี) และคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค(อาร์บีซี) ที่ยังมีประสิทธิภาพอยู่ ก็อยากเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชากลับมาใช้เครื่องมือที่เรามีอยู่ก่อน

นอกจากนั้น ทางกระทรวงการต่างประเทศจะมีการบรรยายสรุปสถานการณ์ให้ทางคณะเอกอัครราชทูตของต่างประเทศที่ประจำอยู่ในไทยได้รับทราบในเวลา 15.30 น.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อธิบดีกรมสนธิสัญญาฯเผย ไทยผิดหวังกัมพูชาฟ้องศาลโลก ชี้ควรใช้กลไกทวิภาคีคุยก่อน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...