หุ้นไทยวันนี้ แกว่งแคบในกรอบ 1,100-1,130 จุด สถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด-จับตาปรับครม.
หุ้นไทยวันนี้ 18 มิ.ย. นักวิเคราะห์คาดแกว่งตัวในกรอบ 1,100-1,130 จุด โดยปัจจัยต่างประเทศยังคงมีความตึงเครียดสถานการณ์ในตะวันออกกลางต่อเนื่อง หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐเรียกร้องให้อิหร่านยอมจำนน กดดันสถานการณ์แย่ไปอีกและกระทบต่อตลาดหุ้น ติดตามความชัดเจนของการปรับ ครม.
18 มิถุนายน 2568บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดแกว่งตัวผันผวนทางลงมีแนวรับที่ 1,100–1,094 แต่การลงทดสอบมีโอกาสรีบาวด์ได้ ส่วนการขึ้นมีแนวต้านที่ 1,120/1,125 คาดการรีบาวด์ยังติดที่แนวต้านต่อ ติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง การเมืองในประเทศ การประชุมบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจพิจารณาวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท รวมถึงผลประชุมเฟดในคืนนี้
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวน อยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้าเพิ่มเติม (ญี่ปุ่น อินเดีย) หลังมีข้อสรุปเบื้องต้นกับจีนแล้ว รวมถึงการแจ้งอัตราภาษีแบบฝ่ายเดียวกับประเทศอื่นๆ ใน 1-2 สัปดาห์นี้
ขณะที่ปัจจัยภายในยังติดตามความไม่แน่นอนทางการเมือง (การปรับ ครม.) และการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (เที่ยวไทยคนละครึ่ง และโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท)
อย่างไรก็ดีเชื่อว่า ช่วงต้น เม.ย. SET ได้ปรับลงสะท้อนวิกฤติจากนโยบายเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ไปแล้ว (มอง SET ผ่านจุดแย่ที่สุดไปแล้วที่ Downside 1,032 จุด) และยังคงมุมมองว่าหากดัชนีปรับตัวลงมาบริเวณ 1,100 ยังเป็นโอกาสทยอยซื้อสะสมสำหรับนักลงทุนระยะกลาง-ยาว กลยุทธ์ลงทุนคงแนะนำให้ “Selective Buy”
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าแกว่งตัวในกรอบ โดยที่ปัจจัยต่างประเทศยังคงไม่มีปัจจัยใหม่ ซึ่งสถานการณ์ตึงเครียดในะตะวันออกกลางยังคงมีต่อเนื่อง และล่าสุดประธานาธิบดีสหรัฐได้ออกมาเรียกร้องให้อิหร่านยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข ซึ่งอาจกดดันสถานการณ์แย่ไปอีก และกระทบต่อตลาดหุ้นต่อไป
ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังต้องติดตามปัจจัยการเมืองไนประเทศต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะมีความชัดเจนออกมาอย่างไร ส่วนตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่เปิดมาเช้าวันนี้ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนบวกและลบสลับกัน โดยให้แนวต้าน 1,130 จุด และแนวรับ 1,100 จุด
บล.พาย ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,105 - 1,120 ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนเน้นเลือกเป็นรายตัวในหุ้นที่มีปัจจัยหนุน อาทิ น้ำมัน (PTTEP) โรงกลั่น (BCP TOP) กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเจรจาการค้า อย่างนิคมอุตสาหกรรม (AMATA WHA) ส่งออก (ITC TU)