'นันทนา' จี้ 'วันนอร์' บรรจุวาระโหวต กม.ประชามติ ทันที 3 ก.ค.
ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. ฐานะโฆษก คณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน ใน กมธ.การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงว่า ในวันนี้ (18 มิ.ย.) ถือเป็นวันครบ 180 วัน ที่ร่างแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่..) พ.ศ…. ที่แก้ไขในประเด็นการใช้เสียงข้างมากชั้นเดียวเป็นเกณฑ์ผ่านประชามติเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ หลังจากที่เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.67 สภาฯ ลงมติไม่เห็นด้วยและต้องยับยั้งร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวไว้ ดังนั้นอนุกมธ. จะใช้เป็นโอกาสลั่นฆ้องเพื่อนับหนึ่งต่อกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชน ซึ่งอนุกมธ. จะศึกษาข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญ เช่น ที่มาของสว. ที่เปิดช่องให้เกิดการฮั้ว องค์กรอิสระที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน ประชาชนไม่มีอำนาจถอดถอนกรรมการองค์กรอิสระได้ แม้จะพบว่ามีปัญหา เพื่อนำเสนอต่อสาธารณะ โดยการประชุมวันนี้ (18 มิ.ย.) จะพิจารณาถึงรูปแบบของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่จะทำหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
น.ส.นันทนา กล่าวโดยเชื่อว่าในการประชุมสภาฯ นัดแรกของสมัยประชุมใหม่ 3 ก.ค. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ จะบรรจุวาระร่างพ.ร.บ.ประชามติ เพื่อให้สส. ลงมติยืนยันด้วยเสียงข้างมาก ซึ่งตนเชื่อว่าเสียงลงมติจะถึงเกณฑ์ เพราะพรรคประชาชนให้ความสนับสนุน เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย จากนั้นต้องส่งไปประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ส่วนกรณีที่ฝ่ายรัฐบาลจะผลักดันให้ร่างพ.ร.บ.การประกอบสถานบันเทิงครบวงจร (เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์) ขึ้นมาเป็นอันดับแรกนั้น ตนมองว่าต้องวัดใจว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับเรื่องใด
เมื่อถามว่ากับสถานการณ์การเมืองที่ไม่แน่นอนมองว่าจะทำให้โอกาสแก้รัฐธรรมนูญทำได้วาระสภาสมัยนี้หรือไม่ น.ส.นันทนา กล่าวว่า เป็นประเด็นที่เร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยไม่ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อจำนวนครั้งการทำประชามติรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน ดังนั้นต้องเร่งเนื่องจากมีข่าวว่าจะยุบสภาในต้นปี 2569 ซึ่งอาจไม่ทันให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ในการเลือกตั้งครั้งหน้ แต่หากกระบวนนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มต้น ให้มี ส.ส.ร. จะทำให้เริ่มเดินหน้าได้ เว้นแต่จะมีการรัฐประหาร ซึ่งตนขอเรียกร้องไม่ให้ทำ
ขณะที่นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ฐานะที่ปรึกษาอนุกมธ. กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องคุยอย่างจริงจัง และให้สังคมมีส่วนร่วม ส่วนสถานการณ์การเมืองที่ไม่แน่นอนนั้นตนมองว่าเป็นโอกาสที่ทุกพรรคการเมืองที่เคยระบุไว้ตอนหาเสียงต่อการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะใช้เป็นโอกาสผลักดัน ไม่เตะถ่วงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีปัญหา