การวางแผนการเงิน เพื่อเป้าหมายต่างๆ ของชีวิต
การนำแผนการป้องกันความเสี่ยงและแผนการออมการลงทุนมาวางแผนร่วมกัน สำหรับการวางแผนการลงทุนในช่วงวัยสร้างครอบครัวจนถึงผู้ที่เริ่มเข้าสู่วัยปึกแผ่นมั่นคงจะช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายการเงินต่างๆ ได้ง่ายขึ้น รวมถึงได้รับประโยชน์ด้านภาษีอีกด้วย
“การวางแผนการเงิน” เป็นกระบวนการที่สำคัญในการบรรลุเป้าหมายทางการเงินที่กำหนดไว้ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งเป้าหมายในระยะสั้น เช่น การออมเงินเพื่อท่องเที่ยว หรือเพื่อการศึกษา เป็นต้น หรืออาจเป็นเป้าหมายในระยะยาวอย่างการซื้อที่อยู่อาศัย หรือการวางแผนเกษียณ โดยการวางแผนการเงินจะครอบคลุมตั้งแต่ การประเมินรายได้และค่าใช้จ่าย การวางแผนการออมและการลงทุน การบริหารจัดการความเสี่ยง ตลอดจนการวางแผนเพื่อส่งต่อมรดก
“ประกันชีวิต” เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สำคัญในการวางแผนการเงิน โดยทำหน้าที่เป็นหลักประกันในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นคงของแผนการเงินและทำให้เป้าหมายทางการเงินเป็นจริงได้ง่ายขึ้น โดยผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่เน้นความคุ้มครองชีวิต ได้แก่ ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance) และประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term Insurance) มีจุดเด่นในการให้ทุนประกันที่สูงต่อจำนวนเบี้ยประกันภัยที่ชำระ ซึ่งเหมาะสมกับการวางแผนการเงินสำหรับผู้ที่เป็นเสาหลักของครอบครัว สามารถใช้เป็นหลักประกันให้กับครอบครัวในกรณีเสียชีวิตรวมถึงการวางแผนส่งมอบมรดกให้กับทายาท
นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่กล่าวไปข้างต้น ยังมีผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ออกแบบโดยเสริมหน้าที่ในการออมและการลงทุนร่วมด้วย ได้แก่ ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment Insurance) ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Annuity) โดยผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จะมีความหลากหลายทั้งในแง่ของอายุสัญญากรมธรรม์ รูปแบบการจ่ายผลประโยชน์ รวมถึงผลตอบแทนของกรมธรรม์ เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายทางการเงินทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยผู้วางแผนการเงินอาจพิจารณาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตในกลุ่มนี้ เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุน โดยประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์และประกันชีวิตแบบบำนาญ จะมีความคล้ายคลึงกับการออมในรูปแบบเงินฝากประจำหรือการลงทุนในตราสารหนี้ เนื่องจากพอร์ตการลงทุนของบริษัทประกันชีวิตจะเน้นการลงทุนในตราสารหนี้เป็นหลัก
ข้อมูลของพอร์ตการลงทุนจากบริษัทประกันชีวิต ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ต่างๆ เน้นการลงทุนไปที่ตราสารหนี้ไม่น้อยกว่า 80% จึงถือเป็นพอร์ตการลงทุนที่มีความปลอดภัยสูง มีความเสี่ยงไม่มาก เปรียบเทียบได้กับกองทุนรวมตราสารหนี้ต่างๆ ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เช่น พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ ตั๋วเงินคลัง และหุ้นกู้เอกชน ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ลงทุนได้ทั้งระยะสั้น ระยะยาว และผู้ที่รับความเสี่ยงได้ไม่มาก และคาดหวังผลตอบแทนที่แน่นอน สม่ำเสมอ
ข้อดีของการนำแบบประกันชีวิตที่ออกแบบโดยเสริมหน้าที่ในการออมและการลงทุนร่วมด้วย มาเป็นทางเลือกเพิ่มเติมในสัดส่วนการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ โดยเฉพาะในพอร์ตการลงทุนที่มีสัดส่วนของตราสารหนี้ที่ค่อนข้างสูง คือการมีเสถียรภาพที่มากยิ่งขึ้น จากการที่ประกันชีวิตสะสมทรัพย์กำหนดผลตอบแทนไว้อย่างชัดเจนและแน่นอน และช่วยให้แผนการเงินโดยรวมเกิดความยืดหยุ่นมากขึ้น การนำแผนการป้องกันความเสี่ยงและแผนการออมการลงทุน มาวางแผนร่วมกันสำหรับการวางแผนการลงทุนในช่วงวัยสร้างครอบครัว จนถึงผู้ที่เริ่มเข้าสู่วัยปึกแผ่นมั่นคงจะช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายการเงินต่างๆ ได้ง่ายขึ้นด้วย รวมถึงได้รับประโยชน์ด้านภาษี จากสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ส่วนบุคคล และเงินคืนจากกรมธรรม์ในแต่ละปีไม่ถูกถือเป็นรายได้ จึงไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือนำไปคำนวณเป็นเงินได้ประจำปี
อย่างไรก็ดี มีความแตกต่างที่ควรพิจารณาได้แก่อายุสัญญาที่อาจจะยาวนานกว่า และข้อจำกัดด้านสภาพคล่องเมื่อเทียบกับการลงทุนในตราสารหนี้ ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตประเภทอื่นที่บริษัทประกันชีวิตเป็นผู้จัดการการลงทุน เนื่องจากพอร์ตการลงทุนของบริษัทประกันชีวิตจะเน้นการลงทุนในตราสารหนี้เป็นหลัก
สำหรับผู้วางแผนการเงินที่มองหาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น ประกันชีวิตควบการลงทุนเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังคงให้ความคุ้มครองชีวิตไม่ต่างจากผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตอื่นๆ ทั้งนี้ มีจุดเด่นที่ผู้วางแผนลงทุน สามารถกำหนดสัดส่วนเงินลงทุนสำหรับเบี้ยประกันชีวิตที่ชำระเข้ามาได้เอง และผลตอบแทนของกรมธรรม์ประกันชีวิต จะขึ้นกับผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุนดังกล่าว ซึ่งมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตประเภทอื่น ที่บริษัทประกันชีวิตเป็นผู้จัดการการลงทุน เนื่องจากพอร์ตการลงทุนของบริษัทประกันชีวิต จะเน้นการลงทุนในตราสารหนี้เป็นหลัก