โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ผบ.ทร. แจงวง กมธ. งบฯ 69 ซื้อเรือฟริเกต 2 ลำจำเป็น เพื่อไว้รักษาผลประโยชน์ชาติ

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 13.46 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 13.46 น.
ภาพไฮไลต์

ผู้บัญชาการทหารเรือ แจงของบฯ ปี 69 ซื้อเรือฟริเกต 2 ลำ ย้ำแนวโน้มขัดแย้งทางทะเลเพิ่ม เหตุปมพื้นที่ทับซ้อน ตั้งเป้ายุทธศาสตร์ภายใน 2580 กองทัพเรือต้องต่อเรือฟริเกตสมรรถนะสูงภายในประเทศเพิ่มขึ้นอีก 4 ลำ

วันที่ 27 มิ.ย. 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อพิจารณางบของกระทรวงกลาโหม วงเงิน 204,434 ล้านบาท โดยปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพได้ชี้แจงถึงความจำเป็นในการเสนอของบประมาณ ขณะที่ พล.ร.อ. จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ชี้แจงว่า กองทัพเรือมีความต้องการบริหารงบประมาณให้สามารถรองรับการจัดหายุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย ตอบสนองแนวคิดการใช้กำลังทางเรือในปัจจุบันและในอนาคต เข้ามาทดแทนยุทโธปกรณ์ที่มีความล้าสมัยที่ใช้ในราชการมาอย่างยาวนาน ส่งผลให้กองทัพเรือต้องแบกรับงบประมาณในการซ่อมบำรุงสูงมากอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกองทัพเรือยังให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมต่อเรือและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเพื่อการพึ่งพาตนเองตามนโยบายรัฐบาล

สำหรับงบประมาณที่กองทัพเรือได้รับการจัดสรรวงเงิน 43,491 ล้านบาทเศษ เพิ่มขึ้นจำนวน 2,052 ล้านบาทเศษ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.99 ส่วนโครงการในแผนงบประมาณปี 2569 ที่สำคัญคือ โครงการจัดหาเรือฟริเกตจำนวน 2 ลำเพื่อเป็นหลักประกันในการรักษาผลประโยชน์ของชาติตามหน้าที่ของกองทัพเรือ ในโครงการนี้ เรามีความมุ่งหวังส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเรือ และกิจการอื่นในการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบที่อยู่ในเรือ

ย้ำแนวโน้มขัดแย้งทางทะเลเพิ่ม เหตุปมพื้นที่ทับซ้อน

“ถ้าหากโครงการสามารถเดินหน้าได้ จะมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของประเทศหลักพันล้านบาทและจะมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศให้กับอุตสาหกรรมต่อเรือกับกองทัพเรือได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้มีการเสริมสร้างให้มีข้อตกลงของ offset policy ตามนโยบายรัฐบาล ในโครงการนี้ผมยืนยันว่ากองทัพเรือยืนยันจะใช้งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรให้ได้รับประโยชน์สูงสุด” ผบ.ทร. ระบุ

ผบ.ทร. ยังนำเสนอข้อมูลผ่านวิดีทัศน์ เนื้อหาระบุว่า จากสถานการณ์ความมั่นคงทางทะเล ประเทศจีนได้ขยายอิทธิพลทางทะเลเพื่อผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ ตามยุทธศาสตร์ BRI และการสนับสนุนยุทโธปกรณ์ ท่าเรือ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้กับประเทศในภูมิภาคอาเซียนในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ประเทศเพื่อนบ้านมีกำลังทางเรือที่แข็งแกร่งมากขึ้น อาจจะส่งผลต่อความมั่นคงทางทะเลของไทยและมีความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งในพื้นที่ทางทะเลโดยเฉพาะในพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนได้ จะเห็นได้จากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางบกกับกัมพูชา และการจับกุมเรือประมงไทยที่ฝั่งทะเลอันดามัน ปัญหาเหล่านี้อาจขยายตัวไปสู่การใช้กำลังต่อกัน กองทัพเรือจึงจำเป็นต้องมีความได้เปรียบในการรบที่เหนือกว่า เพื่อให้ประเทศคู่กรณีเข้าสู่การเจรจาในระดับต่างๆ ต่อไป โดยกองทัพเรือกำหนดยุทธศาสตร์ภายใน 2580 กองทัพเรือมีความต้องการต่อเรือฟริเกตสมรรถนะสูงภายในประเทศเพิ่มขึ้นอีก 4 ลำเพื่อประจำการในพื้นที่ปฏิบัติการ ทัพเรือภาคทั้งสองฝั่งทะเล เป็นการยกระดับและพัฒนาขีดความสามารถในการต่อเรือในประเทศให้สูงขึ้น ทั้งต่อเรือรบประเภทต่างๆ เช่น เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง เรือตรวจการณ์ปืน ซึ่งจะทำให้สามารถต่อเรือรบให้ทร. วงเงินรวม 23,000 ล้านบาท

กมธ. ซักงบฯ ทบ. ซื้อเฮลิคอปเตอร์ต่อจากซื้อฟริเกต

ด้านนายธเนศ เครือรัตน์ กมธ. งบฯ สอบถามความคืบหน้าในการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบก ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องรวมถึงโครงการจัดซื้อฟริเกต ซึ่งในปี 2569 ได้เสนอขอรับประมาณ 1,750 ล้านบาท รวมถึงรายละเอียดของ offset policy

ขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กมธ.ฯ สอบถามเรื่องปฏิบัติการไอโอรวมถึงโครงการที่เป็นรหัสลับต่างๆ โดยเฉพาะ ขศปก. 6484 ที่ตั้งขึ้นตามเอ็มโอยูที่ลงนามไว้มาตั้งแต่ปี 2530 ตอนนี้เห็นถึงความก้าวหน้าของกองทัพในเรื่องของ offset policy และการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยเฉพาะทีโออาร์ของกองทัพบก ระบุไว้ว่า จะต้องมีการใช้ในประเทศผู้ผลิตก่อน ซึ่งหลายรุ่นมีการส่งขายให้ต่างประเทศแล้ว แต่กองทัพเราไม่เคยมีการใช้มาก่อน ในงบฯ 68 มีปัญหาเรื่องการตั้งงบประมาณในสัดส่วนการซ่อมบำรุงรถเกราะ ซึ่งมีจำนวนน้อยไม่เพียงพอใช้ในชายแดน 2,000 กว่ากิโลเมตร ยานเกราะมีความสำคัญมาก

ชม ทบ. ซ่อมรถเกราะ ไม่ซื้อของใหม่

“ผมขอชื่นชมกองทัพที่เน้นหนักไปที่การซ่อมบำรุงโดยเฉพาะยานเกราะวี-150 แต่ที่เป็นห่วงคือ BRT จากยูเครนซึ่งขณะนี้มีปัญหาในเรื่องของสถานการณ์สงครามทำให้มีปัญหาในเรื่องการซ่อมบำรุงและมีอะไหล่ขาดแคลน ส่วนกรณีเรือฟริเกตเราเคยมีประสบการณ์ที่เลวร้ายเกี่ยวกับซื้อเรือคลาสเดียวกันเพียงลำเดียว ทั้งที่การจัดซื้อเรือควรทำเป็นชุดเรือ 2 ลำ ซึ่งถือว่าสมเหตุสมผล มีความคุ้มค่า เพราะจากบทเรียน รล. ภูมิพล ก็อยู่ในการซ่อมบำรุงเพราะใช้งานหนักมากจนคิดว่ามีความจำเป็นต้องเร่งคลี่คลายปัญหาเหล่านี้ และยังต้องการทราบถึงความคืบหน้าในเรื่องของโครงการเรือดำน้ำควรจะต้องจบให้ได้ ตอนนี้จะเอายังไงก็ต้องเอากันเพียงแต่จะได้ข้อเสนออย่างไรที่สมเหตุสมผลเท่านั้น” นายวิโรจน์ กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผบ.ทร. แจงวง กมธ. งบฯ 69 ซื้อเรือฟริเกต 2 ลำจำเป็น เพื่อไว้รักษาผลประโยชน์ชาติ

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...