จากกองขยะสู่กระแสไฟฟ้า!! โรงไฟฟ้าขยะทีพีไอ 6 โรง กำลังผลิต 400 เมกะวัตต์ โชว์ Circular Economy นำขยะชุมชนผลิตไฟฟ้า ลดถ่านหิน ลดฝังกลบ ลดภาระท้องถิ่น โมเดลจัดการขยะที่ชุมชนควรศึกษา
โรงไฟฟ้าพลังงานขยะทีพีไอ น่าสนใจศึกษาในความสำเร็จ
ติดตามข่าวเรื่องชุมชนเมืองเกือบทุกชุมชนมีปัญหาเรื่องขยะ ปัญหาตั้งแต่ครัวเรือนยันชุมชน การจัดเก็บ การกำจัด ซึ่งมีวิธีการหลายรูปแบบ เช่น ฝังกลบ เผาทำลาย เผานำพลังงานไปผลิตกระแสไฟฟ้า (โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ หรือชีวะมวล)
โรงไฟฟ้าพลังงานขยะบางแห่งก็ประสบความสำเร็จ บางแห่งก็ล้มเหลว อันเกิดจากการเลือกใช้เทคโนโลยี่ และการเคร่งครัดในการควบคุม
ชุมชนเมืองหลายแห่งยังมีปัญหาเรื่องการจัดการขยะ อย่างเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ขยะเป็นกองภูเขาที่ทุ่งท่าลาดจนก่อปัญหาให้กับชุมชน จนศาลปกครองต้องสั่งปิด จนถึงทุกวันนี้นครศรีฯก็ยังไม่สามารถจัดการปัญหาขยะได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
เมื่อหลายปีก่อนเดินทางศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าพลังงานขยะของทีพีไอ สระบุรี ที่เขาประสบความสำเร็จ มีโรงไฟฟ้าถึง 6 โรง ใช้พลังงานขยะ หนึ่งโรงใช้เพื่อการผลิตปูนซิเมนต์ ที่เหลือขายกระแสไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต
โรงไฟฟ้าพลังงานขยะของ บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากขยะรายใหญ่ของประเทศไทย โดยตั้งอยู่ในพื้นที่โรงงานปูนซีเมนต์ของกลุ่มทีพีไอ อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ใช้แนวคิด “Circular Economy” นำขยะชุมชนมาแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง (RDF) ก่อนผลิตไฟฟ้า แทนการนำไปฝังกลบหรือเผาทิ้งโดยตรง
1. หลักการทำงานของโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ
โรงไฟฟ้าของทีพีไอ ไม่ได้เผาขยะสดโดยตรง แต่ใช้ระบบ RDF (Refuse Derived Fuel) หรือ “เชื้อเพลิงขยะ”
หลักการคือ
1. รับขยะชุมชน (อบต./เทศบาล/เมืองพัทยา/กทม.)
2. นำขยะมาคัดแยกสิ่งที่ไม่สามารถเผาได้ออกจากกัน
3. บดและปรับคุณภาพขยะให้เป็นเชื้อเพลิง (ลานตาก)
4. นำเชื้อเพลิง RDF เข้าเตาเผา (ใช้สายพานลำเลียงขยะ)
5. ความร้อนต้มน้ำเป็นไอน้ำแรงดันสูง
6. ไอน้ำหมุนกังหัน (Steam Turbine)
7. กังหันหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
8. ส่งไฟฟ้าเข้าสายส่งหรือใช้ในโรงงานปูนซีเมนต์
.
จุดเด่นคือ เชื้อเพลิงมีคุณภาพสม่ำเสมอกว่าการเผาขยะสด ทำให้ควบคุมการเผาไหม้และมลพิษได้ง่ายกว่า ที่สำคัญเราไปได้กลิ่นเหม็นของขยะอันเกิดจากขบวนการกำจัดกลิ่นที่ใช่จุลินทรีย์เข้าช่วย
2. ขยะมาจากไหน
ทีพีไอรับขยะจากหลายแหล่ง ได้แก่
-องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาล อบต. อบจ. เมืองพัทยา กรุงเทพมหานคร)
-บริษัทเอกชนที่รับกำจัดขยะ
-บ่อขยะเก่า ที่เข้าไปรื้อฟื้นและคัดแยก
-ผู้ประกอบการที่คัดแยกขยะไว้แล้ว
ในช่วงหลัง บริษัทระบุว่าสามารถรับขยะชุมชนและขยะคัดแยกได้รวมหลายล้านตันต่อปี เพื่อนำมาแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง RDF สำหรับโรงไฟฟ้า
3. ขั้นตอนการทำงานลำดับการทำงานโดยสรุป
(1) รถขยะเข้าชั่งน้ำหนัก
(2) เทขยะลงบ่อพักขยะ
(3) เครื่องจักรคัดแยก
.
แยกเหล็ก/ อะลูมิเนียมแก้ว /หิน/ดิน /เศษอาหารออกจากขยะเชื้อเพลิง
.
(4) บดขยะให้มีขนาดเล็กสม่ำเสมอ
(5) ลดความชื้นเพื่อเพิ่มค่าความร้อน
(6) ผลิตเป็น RDF เชื้อเพลิงขยะคุณภาพสูง
(7) ลำเลียงเข้าเตาเผาเผาในอุณหภูมิสูง
(8) ผลิตไอน้ำ ไอน้ำแรงดันสูง
(9) หมุนกังหันผลิตไฟฟ้า
(10) บำบัดก๊าซไอเสีย
ผ่านระบบดักฝุ่นและควบคุมมลพิษ ก่อนปล่อยออกปล่องตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
ข้อมูลล่าสุดของ TPIPP ระบุว่า ภายในพื้นที่แก่งคอย จังหวัดสระบุรี มี
-โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ (Waste-to-Energy / RDF) จำนวน 6 โรง
-กำลังการผลิตติดตั้งรวม 400 เมกะวัตต์ (รวมหน่วยที่ปรับเปลี่ยนจากถ่านหินมาใช้เชื้อเพลิงจากขยะ 100%)
-โรงไฟฟ้าความร้อนทิ้ง (Waste Heat Recovery) จำนวน 2 โรง
-กำลังผลิตรวม 40 เมกะวัตต์
รวมทั้งสิ้น 8 โรงไฟฟ้า ในพื้นที่สระบุรี โดยเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ 6 โรง และโรงไฟฟ้าความร้อนทิ้ง 2 โรง
จุดเด่นของระบบของทีพีไอ
-รองรับการกำจัดขยะชุมชนปริมาณมาก
-แปรรูปเป็นเชื้อเพลิง RDF ก่อนเผา
-ผลิตไฟฟ้าควบคู่กับการสนับสนุนโรงงานปูนซีเมนต์
-ลดการใช้ถ่านหินและลดการฝังกลบขยะ ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
น่าศึกษาในความสำเร็จของโรงไฟฟ้าทีพีไอ ที่ใช้พลังงานขยะ ช่วยชุมชน ไม่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้าน