โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

17 พฤษภาคม 2507 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ทรงเปิด “เขื่อนภูมิพล” อย่างเป็นทางการ จุดเริ่มต้นพลังงานน้ำไทย หมุดหมายสำคัญของการพัฒนาพลังงานและแหล่งน้ำไทย

THE STATES TIMES

อัพเดต 15 พ.ค. เวลา 10.26 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. เวลา 00.30 น. • THE STATES TIMES TEAM

วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2507 เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญในประวัติศาสตร์การพัฒนาประเทศไทย เมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พร้อม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก อย่างเป็นทางการ พร้อมทรงกดปุ่มขนานเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องที่ 1 เข้าระบบ นับเป็นหมุดหมายสำคัญของทั้งการผลิตไฟฟ้า การจัดการน้ำ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทยในยุคสมัยใหม่

เขื่อนภูมิพลมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยระบุว่าเป็น เขื่อนอเนกประสงค์ขนาดใหญ่แห่งแรกของไทย และเดิมมีชื่อว่า “เขื่อนยันฮี” ก่อนที่ในปี พ.ศ. 2500 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานพระปรมาภิไธยให้ใช้ชื่อว่า “เขื่อนภูมิพล” ซึ่งเป็นชื่อที่คนไทยรู้จักมาจนถึงปัจจุบัน

ความสำคัญของการเสด็จฯ เปิดเขื่อนในวันที่ 17 พฤษภาคม 2507 จึงไม่ได้อยู่แค่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ แต่เป็นการเปิดใช้งานโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติที่มีผลต่อชีวิตผู้คนอย่างกว้างขวาง เขื่อนภูมิพลถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับทั้ง การผลิตกระแสไฟฟ้า, การชลประทาน, การบรรเทาอุทกภัย, การผลักดันน้ำเค็ม, การประมง, และ การคมนาคมทางน้ำ ในพื้นที่ลุ่มน้ำปิงและลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ซึ่งหมายความว่าเขื่อนแห่งนี้มีบทบาททั้งทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในหลายจังหวัด

ในเชิงประวัติศาสตร์พลังงาน เขื่อนภูมิพลถือเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญของระบบไฟฟ้าสมัยใหม่ของไทย ข้อมูลของ กฟผ. ระบุว่า หลังพิธีเปิดและการเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องที่ 1 เขื่อนภูมิพลก็เริ่มทำหน้าที่เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังน้ำเพื่อจ่ายพลังงานให้ภาคเหนือและภาคกลาง และกลายเป็นฐานสำคัญของระบบไฟฟ้าประเทศในช่วงที่ไทยกำลังขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว

หากมองในภาพใหญ่ เขื่อนภูมิพลสะท้อนวิสัยทัศน์ของรัฐไทยในยุคนั้นที่มอง “น้ำ” เป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศ ไม่ใช่เพียงทรัพยากรธรรมชาติ แต่เป็นฐานของการเกษตร พลังงาน และความมั่นคงของบ้านเมือง เขื่อนแห่งนี้ตั้งอยู่บนลำน้ำปิง ซึ่งเป็นสาขาหลักสายหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา จึงมีผลโดยตรงต่อการบริหารน้ำของพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางในระยะยาว

ในด้านการเกษตร เขื่อนภูมิพลช่วยเก็บกักน้ำเพื่อสนับสนุนการเพาะปลูกในพื้นที่ชลประทานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวสำคัญของประเทศ บทบาทนี้ทำให้เขื่อนไม่ได้เป็นเพียงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างเสถียรภาพด้านอาหารและรายได้ของเกษตรกรไทยในระยะยาวด้วย

ในด้านการป้องกันภัยพิบัติ เขื่อนภูมิพลยังมีหน้าที่สำคัญในการชะลอและควบคุมปริมาณน้ำหลากในฤดูฝน ลดผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ตอนล่างของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ขณะเดียวกันในฤดูแล้ง เขื่อนก็ช่วยระบายน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศ ผลักดันน้ำเค็ม และสนับสนุนการอุปโภคบริโภคของประชาชน จึงอาจกล่าวได้ว่าเขื่อนแห่งนี้เป็นทั้ง “แหล่งพลังงาน” และ “กลไกบริหารความเสี่ยงของประเทศ” ในเวลาเดียวกัน

อีกมิติหนึ่งที่สำคัญคือ เขื่อนภูมิพลกลายเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาแบบสมัยใหม่ของไทยในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่รวมทั้งวิศวกรรม การบริหารจัดการน้ำ และการผลิตไฟฟ้าเข้าไว้ด้วยกัน การเปิดเขื่อนโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในปี 2507 จึงเป็นภาพแทนของยุคที่ไทยกำลังเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตของประเทศอย่างจริงจัง

เมื่อมองย้อนกลับจากปัจจุบัน เหตุการณ์วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2507 จึงไม่ใช่เพียงวันเปิดเขื่อนแห่งหนึ่ง แต่เป็นวันประวัติศาสตร์ของการพัฒนาทรัพยากรน้ำและพลังงานไทย วันที่เขื่อนภูมิพลเริ่มทำหน้าที่อย่างเต็มรูปแบบในฐานะเขื่อนอเนกประสงค์ขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศ และกลายเป็นมรดกสำคัญของการพัฒนาไทยที่ยังคงส่งผลต่อชีวิตผู้คนมาจนถึงทุกวันนี้

ที่มา : https://www.egat.co.th/home/en/bhumibol-dm/?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...