“ดาวโจนส์” ปิดบวก 72 จุด รีบาวด์รับ MOU สหรัฐ-อิหร่าน ดันหุ้นชิปพุ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (18 มิ.ย.69) โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดยดัชนี Nasdaq ที่พุ่งเกือบ 2% จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่ความกังวลด้านเงินเฟ้อผ่อนคลายลง หลังสหรัฐอเมริกาและอิหร่านลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) เพื่อขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน เปิดทางสู่การเจรจาข้อตกลงสันติภาพฉบับถาวร แม้ว่านักลงทุนยังคงให้น้ำหนักว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้ก็ตาม
ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 51,564.70 จุด เพิ่มขึ้น 72.15 จุด หรือ +0.14% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,500.58 จุด เพิ่มขึ้น 80.48 จุด หรือ +1.08% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 26,517.93 จุด เพิ่มขึ้น 496.28 จุด หรือ +1.91%
ดัชนี Philadelphia Semiconductor Index (SOX) พุ่งขึ้น 6.4% สูงกว่าตลาดโดยรวม หลังหุ้น Intel ทะยานขึ้น 10.6% ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่าApple จะร่วมมือกับ Intel ในการออกแบบและผลิตชิปภายในสหรัฐฯ ส่งผลให้แรงซื้อไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์อย่างคึกคัก
ในช่วงต้นการซื้อขาย ราคาน้ำมันดิบร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม หลังสหรัฐฯ และอิหร่านลงนามข้อตกลงชั่วคราวเพื่อขยายเวลาหยุดยิงที่เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนออกไปอีก 60 วัน ระหว่างการเจรจาข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อลดลง และช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ หลังประธานเฟดคนใหม่ นายเควิน วอร์ช ส่งสัญญาณเดินหน้าควบคุมเงินเฟ้อ แม้ว่าการอ่อนตัวของราคาน้ำมันและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง จะยังเป็นปัจจัยสนับสนุนบรรยากาศการลงทุนก็ตาม
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนว่าตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง และช่วยสนับสนุนมุมมองต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ฟากหุ้นSpaceX ของอีลอน มัสก์ ปรับตัวลดลง 3.6% ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 หลังจากพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงแรกหลังเข้าซื้อขายในตลาด